หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ¢èÒÇ»ÃШÓÇѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ความเลื่องลือที่ไม่มีวันลืม (หลวงพ่ออุตตมะ) เทพเจ้าชาวรามัญ


ความเลื่องลือที่ไม่มีวันลืม (หลวงพ่ออุตตมะ) เทพเจ้าชาวรามัญ

กาเหว่านิวส์กรุ๊ป   21  ก.พ  2550

         “หลวงพ่ออุตตมะ”  เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 4 ปีจอ (พ.ศ. 2453) และได้ตั้งชื่อว่าเอหมอ่ง  ที่หมู่บ้านโมกกะเนียง  ตำบลเกลาสะ  อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง เป็นบุตรของนายโงและนางทองสุข อาชีพทำนา มีพี่น้องรวม 12 คน เมื่ออายุได้ 9 ขวบ เกิดอหิวา ตก โรคขึ้นในหมู่บ้าน บิดามารดาจึงพาไปฝากกับอาจารย์โมกกะเนียงผู้เป็นลุง เพื่อให้ศึกษาธรรม เป็นเครื่องป้องกันโรคภัย เนื่องจากเป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง  เมื่อพ.ศ. 2472 ได้อายุ 14 ปี เจ้าอาวาส วัดเกลาสะได้ไปขอบิดามารดาให้ไปบรรพชาเป็นสามเณร กับเจ้าอาวาสที่วัด เกลาสะ  ตำบลเกลาสะ จังหวัดมะละแหม่ง  และต่อมาก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเกลาสะ โดยหลวงพ่ออุตตมะจำนงที่จะบวชไม่ศึกตลอดชีวิต หลังจากบวชหลวงพ่ออุตตมะได้ธุดงค์ไปตาม ที่ต่างๆ ในประเทศพม่า และในไทยครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ และได้เดินทางกลับพม่าอีกครั้ง
และอยู่มาไม่นานหลวงพ่ออุตตมะได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้งในช่วงปี พ.ศ. 2492 ทางอำเภอทองผาภูมิ ตำบลปิล็อก ทางชายแดนเขตจังหวัดกาญจนบุรี   ในปี พ.ศ. 2499 หลวงพ่ออุตตมะร่วมกับชาวบ้านที่เป็นชาวมอญ

และกะเหรี่ยงได้พร้อมใจกันสร้างศาลาวัดขึ้น ตั้งอยู่บนเนินในเขตอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เรียกว่า “สามประสบ” เพราะมีแม่น้ำ 3สาย ไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำซองกาเรีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี  ในปีพ.ศ. 2505 เมื่อได้รับอนุญาตจากกรมศาสนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลวงพ่ออุตตมะจึงได้ตั้งชื่อสำนัก สงฆ์ตามชื่ออำเภอเก่า (อำเภอวังกะ) ว่า วัดวังก์วิเวการาม

         เมื่อปี พ.ศ. 2534 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชอุดมมงคล ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการามเรื่อยมา ในนามของพระอุดมมงคลหรือที่รู้ในนาม หลวงพ่ออุตตมะ และได้บำเพ็ญตนเพื่อสารณประโยชน์มากมายให้กับชุมชนและบุคคลต่างๆ ทั้งชาวมอญ ชาวไทย ชาวกะเหรี่ยง และบุคคลทั่วสารทิศที่มาถึง และท่านก็ยังมี ศิษยานุศิษย์ทั่วทุกที่ด้วย
          ต่อมาในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 พระราชอุดมมงคล หรือหลวงพ่ออุตตมะ  พระเกจิอา จารย์ชื่อดังทางภาคตะวันตก ได้อาพาธจากการติดเชื้อในกระแสเลือด เนื่องจากภาวะปอดอักเสบมาก่อนที่โรงพยาบาลศิริราชอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์ ในฐานะคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ

ระหว่างที่คณะแพทย์ให้การรักษาได้มีการล้างไตให้หลวงพ่อเป็นครั้งคราว จนกระทั่งเมื่อกลางเดือน ตุลาคม 2549ได้มีอาการติดเชื้อทำให้อาการหลวงพ่ออุตตมะทรุดหนักลง คณะแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่สามารถยื้ออาการไข้ไว้ได้ ในช่วงเช้าของวันที่ 18 ตุลาคม เวลา 7:22 น. พระราชอุดมมงคลหรือหลวงพ่ออุตตมะ ได้มรณภาพจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางความเศร้าสลดของบรรดาศิษยานุศิษย์

          หลังจากนั้น  ได้นำร่างของหลวงพ่ออุตตมะกลับมายังวัดวังก์วิเวการาม  เพื่อตั้งสวดพระอพิธรรม 100 วันซึ่งมีนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และทั้งข้า ราชการระดับสูงพร้อมด้วยชาวรามัญ ชาวไทย
ชาวกะเหรี่ยงจากทั่วสารทิศมาไหว้อาลัยทำบุญรวมทั้งบริจาคสิ่งของที่จำเป็นในการประกอบพิธี ได้มีศิษยนุศิษย์หลั่งไหลมา ทำบุญไม่ขาดสายทั่วทุกสารทิศ   เมื่อถึงกำหนด 100 วันที่จะทำพิธี ท่ามกลางลูกศิษย์ที่สนิท ชาวบ้านที่นับถือท่าน และได้มีกำลังทหาร ตำรวจรวมทั้ง ตชด.ได้มาช่วยดูแล ความสงบเรียบร้อย ที่วัดวังก์วิเวการาม หมู่ที่ 2 อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จัดพิธีขึ้น  ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ได้มีพิธีบรรจุศพพระราชอุดมมงคล หรือหลวงพ่ออุตตมะ บรรดาลูกศิษย์ลูกหาและประชาชนทั้งชาวไทยและชาวมอญจากทั่วสารทิศต่างพากันมาร่วมพิธีอย่างคับคั่งนับหมื่นคนตั้งแต่ช่วงเช้ากระทั่งเที่ยง เมื่อเจ้าหน้าที่กองงานพิธี สำนักพระราชวังได้เดินทางมาถึงเพื่อเตรียมพิธีหลวง โดยมีพระครูสิทธิโสภณรองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เป็นฝ่ายประธานสงฆ์ และข้าราชการ ระดับสูงหลายท่าน ต่อมาในเวลา 13:19 น. เริ่มขั้นตอนพิธี

โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้นำร่างของหลวงพ่ออุตตมะจากโลงทองภายในศาลาออกมา ไว้ในห้องจำวัด ของหลวงพ่ออุตตมะภายในศาลาหลังเดียวกัน เพื่อแต่งกายให้หลวงพ่ออุตตมะ  หลังจากเจ้าหน้าที่แต่งกายหลวงพ่อเรียบร้อยแล้ว ได้นำศพหลวงพ่อแห่เข้าไปในศาลา การเปรียญ เพื่อให้ชาวไทยและชาวมอญได้กราบไหว้ศพ จากนั้นได้นำศพหลวงพ่ออุตตมะบรรจุในปราสาท 9 ยอดมีกระจกใสด้านข้างเพื่อให้มองเห็นสรีระ ของหลวงพ่ออุตตมะ ภายหลังจากพิธีบรรจุศพหลวงพ่ออุตตมะเสร็จ  นาย สมใจ มาโนช อายุ 69 ปี เจ้าของธุรกิจที่พักและรีสอร์ต หนึ่งในศิษยานุศิษย์ที่ใกล้ชิด และมีโอกาส ได้เข้าไปช่วยแต่งศพหลวงพ่ออุตตมะเปิดเผยว่า ได้เข้าไปตกแต่งศพของหลวงพ่ออุตตมะโดยนำผ้าเช็ดตามสรีระศพของหลวงพ่ออุตตมะตามร่างของหลวงพ่อ แม้จะมรณภาพ ไปแล้ว แต่ยังเหมือนคนปกติผิวหนังไม่แห้งทั้งแขนและขาสภาพทั่วไปตามร่างกายของหลวงพ่ออุตตมะ ไม่เน่าไม่เปื่อยสร้างความตกตะลึงให้ แก่คนที่อยู่ในห้องแต่งศพ อย่างมาก

ในส่วนของใบหน้าอย่างคงปกติมีเพียงสีที่หมองคล้ำลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นถือเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์เป็นอย่างมาก และในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2550 ในช่วงเช้า ได้มีพิธีมีบวชบรรพชาให้แก่หลวงพ่ออุตตมะ ทั้งชาวไทยและชาวมอญ ที่วัดวังก์วิเวการาม หมู่ที่ 2  ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ได้มีพิธี แห่นาคที่จะบวชพระและสามเณรในพิธีศพหลวงพ่ออุตตมะ  และได้จัดให้มีการแสดงวัฒนธรรมประเพณีมอญ จากหมู่บ้านต่างๆ  การเล่นแห่-ปราสาท 9 ยอด จำลองตามประเพณีงานศพของชาวมอญ เพื่อเป็นการส่งวิญญาณหลวงพ่ออุตตมะขึ้นสวรรค์ ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมพิธีทั้งชาวไทยและชาวมอญราว 4 พันคน ถือเป็นพิธี ที่ยิ่งใหญ่มากเท่าที่มีมา และยังเป็นสิ่งที่ตราตรึงใจของศิษยานุศิษย์ทั่วทุกสารทิศไปอีกนานไม่มีวัน-ลืม....




:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.