หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ǻШѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ความจริง..ประชาธิปไตย the truth of democracy


ความจริง..ประชาธิปไตย

   ประชาธิปไตยมิใช่สิ่งที่ดีที่สุด..แต่เลวน้อยที่สุด เป็นคำพูดของนักปราชญ์สมัยโบราณ ประชาธิปไตย (democracy) คือแนวคิดที่เชื่อว่าประชาชนมีสิทธิที่จะปกครองตนเอง  ดังที่อดีตประธานาธิบดีลิงคอล์น สหรัฐอเมริกาว่า ประชาธิปไตยคือการปกครอง “ของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน”

                             การนำแนวคิดประชาธิปไตยมาใช้จริงนั้นมีลักษณะเป็นขั้นเป็นตอน จากประชาธิปไตยเชิงรูปแบบไปเป็นประชาธิปไตยเชิงเสรี และเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม แม้ว่าประเทศส่วนใหญ่ในโลกเป็นประเทศประชาธิปไตย แต่บางประเทศก็เป็นแค่ในนาม บางประเทศเป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีเสรีภาพ บางประเทศเป็นประชาธิปไตยเชิงเสรี และบางประเทศก็พัฒนาไปเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ที่ประชาชนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของรัฐบาล และมีกิจกรรมทางการเมืองอย่างสม่ำเสมอ

                 อย่างกรณีประเทศไทยตอนนี้..แม้จะอ้างว่าเป็นประชาธิปไตย แต่ดูแล้ววุ่นวายน่าดู ในอดีตประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่น่ากลัวในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทยเคยแข่งกับประเทศญี่ปุ่นปัจจุบันก็แพ้เขาทั้งเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ และสร้างจิตสำนึกสำหรับนักการเมือง เคยแข่งกับเกาหลีก็แพ้ มาเลเซียก็แพ้ ปัจจุบันกำลังแข่งกับเวียดนามทำท่าจะไม่รอดอีก ต่อไปในอนาคตหากผู้เขียนจะบอกว่าการพัฒนาประเทศไทยจะแพ้พม่า ผู้อ่านที่เป็นคนมอญอาจจะมองว่าผู้เขียนสมองเลอะเลือนแน่.. แต่ในวงนักธุรกิจและนักการเมืองไทยเขารู้กันทั้งนั้น เพราะประเทศพม่ามีทรัพยากรธรรมชาติเต็มไปหมดทั้งบนดิน ใต้ดิน ในน้ำ  สถานโบราณ ศาสนสถานก็ยิ่งใหญ่กว่าประเทศไทย ลาว และเขมรเป็นสิบเท่า หากเปิดประเทศเมื่อไร เชื่อว่า จีดีพี ไม่ต่ำกว่า 7 -8 % ต่อปีขณะที่ประเทศไทยปีนี้แม้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและธนาคารแห่งประแห่งประเทศไทยจะมองว่าโตประมาณ 4.00 -4.5 % แต่ทางภาคเอกชนมองว่าโตไม่ถึง 3 % นี้คือผลกระทบจากการเมืองประชาธิปไตยแบบไทย ที่อำนาจที่แท้จริงอยู่กับชนชั้นปกครอง และนักธุรกิจ ส่วนชาวบ้านทั่วไปมีอำนาจตอนที่ลงคะแนนเสียงเท่านั้น...

                             ในสมัยอดีตประเทศที่เป็นแม่แบบประชาธิปไตยอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา “ระบอบประชาธิปไตย” คือสินค้า ที่สหรัฐอเมริกาส่งออก เพื่อล่าเป็นเมืองขึ้นของเขา ปัจจุบันกำลังบอดสนิทเพราะประเทศจีน รัสเซีย ขวางและประเทศในโลกนี้หลายประเทศเริ่มรู้ทันอเมริกาแล้วว่าประชาธิปไตยมันไม่ใช่การปกครองที่ดีที่สุดแต่มันเป็นการเอาเปรียบประเทศที่ด้อยกว่า  ทั้งในอำนาจต่อรอง เศรษฐกิจและการขับเคลื่อนของทุนนั่นเอง และอเมริกาเองก็ไม่ได้มีใจเป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริง เช่นกรณี บรูไน ซาอุดิอารเบีย เป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่ก็เป็นมิตรที่ใกล้ชิดกับอเมริกา เพราะมีผลประโยชน์ต่ออเมริกา ใครก็แล้วแต่มีประโยชน์ต่อสหรัฐอเมริกา อเมริกามองเป็นมิตรเสมอ..

ผู้เขียนทราบว่า นายเอริก จอห์น รองผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยในปีหน้า พบปะหารือกับตัวแทนรัฐบาลทหารพม่า ที่กรุงปักกิ่ง ของจีน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่า ปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี ที่ถูกกักตัวในบ้านพักมานานกว่า 11 ปีในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา แล้วก็อดคิดถึงผลประโยชน์ที่สหรัฐต้องการไม่ได้ เพราะปัจจุบันทั้ง จีน อินเดีย และรัสเซีย เข้าไปลงทุนในประเทศพม่าเยอะมาก สหรัฐรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อะไรเลยและที่สำคัญจะทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะประเทศข้างต้นขวางอยู่ จึงต้องแขวะเหมือนต่อรองผลประโยชน์อะไรสักอย่างหนึ่ง..

นี่..คือระบอบประชาธิปไตย ที่ก้าวไปสู่ความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ประชาธิปไตยกับธุรกิจมันแยกกันไม่ออก ที่มองแสวงหาแต่ผลประโยชน์และกำไร พร้อมทั้งทุนภายในประเทศนั้น ๆ เพราะฉะนั้นคนมอญอย่าคิดว่าอเมริกาจะไม่คบพม่า ไม่สนับสนุนมาก ภาพที่เราเห็น ที่เรารู้ มันอาจจะไม่จริงก็ได้..เพราะประเทศใดก็แล้ว หากมีนโยบายด้านความมั่นคงไม่กระทบสหรัฐอเมริกา สหรัฐเมริกาไม่สนใจ อย่างประเทศพม่าแม้จะมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ใช้แรงงานเด็ก และกดขี่ประชาชน ไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางการเมือง สหรัฐ ฯ เย้ว ๆ ไปอย่างนั่นเอง  ความจริงประเทศสหรัฐ ฯเองก็มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการใช้แรงงานเด็ก

ท้ายสุดมีข่าวเคลื่อนไหวในกลุ่มคนมอญอยากจะฝาก 3 เรื่องก็คือ สมาคมไทย –รามัญ ได้นายกสมาคมคนใหม่ ซึ่งก็ต้องดูฝีมือ เพราะเดิมสมาคมไทย –รามัญ กลายเป็นแดนสนธยา จัดงานแต่ละครั้งก็แค่พบปะดื่มน้ำชา แล้วก็กลับบ้าน ต่อจะนี้จะก้าวไปทางใด เป็นศูนย์รวมของคนมอญได้หรือไม่ก็ต้องดูวิสัยทัศน์ และนโยบายของผู้นำคนใหม่

เรื่องที่สอง “ชมรมส่งเสริมพัฒนาการศึกษาพระสงฆ์” จัดงานถวายทุนไปเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาหมดงบประมาณไปประมาณ 150,000 บาท มีพระสงฆ์ลูกหลานมอญมารับทุนประมาณ 50 รูป ที่น่าดีใจคือมีพระภิกษุ –สามเณรมอญเรียนในระดับอุดมศึกษารวม 8 รูป

เรื่องที่สาม  ที่จริงตั้งใจจะเขียนไว้อาลัยพี่ศักดิ์ ประธานชมรมมอญในประเทศออสเตรเลียตั้งนานแล้ว เพราะโดยส่วนตัวเจอกัน 2 ครั้ง ครั้งแรกในประเทศออสเตรเลีย ประทับใจพี่ศักดิ์มาก เพราะพี่ศักดิ์แนะนำและสอนผู้เขียนเหมือนลูกหลานคนหนึ่งให้ทั้งกำลังใจ ความหวังและแนวทางในการทำงาน ครั้งที่สองเราพบกันที่เมืองไทยตอนนั้นพี่ศักดิ์ มาเที่ยวเมืองไทยพร้อมภรรยาฝรั่ง  เรามีโอกาสประชุมร่วมกัน ในห้องประชุมมีการถกเถียงปัญหาอย่างเคร่งเครียดแต่พี่ศักดิ์ คือคนที่ทำให้ห้องประชมที่เครียดเอาจริงเอาจัง คลี่คลายลงได้ด้วยอารมณ์ขันและความจริงใจของพี่ศักดิ์
 

ผู้เขียนทราบข่าวจากเพื่อนเมืองแคนเบอร์ร่าที่พี่ศักดิ์พำนักอยู่ว่า หลังพี่ศักดิ์กลับจากเมืองไทย ไปตรวจสุขภาพ หมอพบว่าพี่ศักดิ์เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และต่อมาอีกหนึ่งเดือนพี่ศักดิ์ก็จากพวกเราไปตามกฎของไตรลักษณ์ หากพี่ศักดิ์รับรู้ได้อยากจากบอกพี่ศักดิ์ว่า..น้องคนนี้จะยืนหยัดต่อสู้ตามอุดมการณ์ของพี่ศักดิ์ ที่ยอมพลีกายและใจ สำหรับคนมอญ เพื่อคนมอญ อย่างแท้จริง..ขอให้มีความสุข หลับให้สบายเถิดครับพี่ศักดิ์ เพราะเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ทราบว่าพี่เหนื่อย...

 

 

 


:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.