หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ǻШѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สัญญาณอันตราย..วิกฤติมอญจะสูญพันธุ์


สัญญาณอันตราย..วิกฤติมอญจะสูญพันธุ์
..สัจจวาที..

            ท่านผู้อ่านที่เคารพ..ในอดีตภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในลุ่มแผ่นดินสยามและดินแดนพม่าทุกวันนี้ไม่มีเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลเหนือเผ่าพันธุ์อื่นยิ่งใหญ่ไปกว่าเผ่าพันธุ์มอญ ทั้งด้านการเมือง ศิลปวัฒนธรรม และภาษา นั่นคือความภูมิใจของผู้เขียนในฐานะผู้สืบทอดและมีเลือดเนื้อเชื้อไขเต็มทุกอณูในความในการดำรงไว้ความเป็นเผ่าพันธุ์มอญ

            เมื่อช่วงเข้าพรรษา..ได้มีโอกาสกลับถิ่นกำเหนิดและถิ่นที่เคยอาศัยเรียนหนังสือในสมัยเด็ก เกือบ 20 ปีไม่เคยย่างกายเข้าไปสัมผัสและเที่ยวดูสถานที่ตนเองเคยดำรงชีพอยู่ หมู่บ้านมอญสมัยที่ผู้เขียนเคยอยู่ปัจจุบันเป็นป่าถูกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยึดไปหมด  หมู่บ้านมอญที่เคยอยู่รวมกลุ่มกันหย่อม ๆ เพื่อประกอบอาชีพทำไร่ตามวิถีชีวิตคนมอญรุ่นเก่า ๆ ที่หนีทัพมาจากประเทศพม่าไม่มีเค้าให้เห็น นานๆ จะเจอบ้านเรือนมอญ  2 -3 หลังที่ถูกจ้างให้เฝ้าสวนและที่ดินของนายทุนที่บุกรุกเข้าไปซื้อที่ดิน สาเหตุที่หมู่บ้านมอญไม่มีให้เห็นนอกจากความยากลำบากในการหาที่ดินเพื่อทำไร่แล้ว ประกอบกับมีการเคลื่อนย้ายแรงงานจากภาคเกษตรกรรมมาสู่ภาคโรงงาน เพราะได้เงินดีกว่า และไม่ต้องสี่ยงด้านราคาในภาคเกษตรกรรม ที่บางปีราคาดีบ้างไม่ดีบ้าง ตามปัจจัยอุปสงค์ อุปทานของตลาดเศรษฐกิจ

           แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรื่องที่เป็นห่วงวันนี้ ปัญหาคือว่าปัจจุบันสัญญาณอย่างหนึ่งที่ปรากฎชัดว่า “มอญกำลังจะสูญพันธุ์” นั่นก็คือ ปัญหาแรก เด็กรุ่นใหม่ในจังหวัดกาญจนบุรีเริ่มต้นจาก อ.สังคละบุรี ทองผาภูมิ และไทรโยค ทางรัฐบาลไทยได้ให้สัญชาติเป็นจำนวนมาก สมัยหนึ่งผู้เขียนเคยเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันและสนับสนุน โดยไปสนทนากับ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา อดีตรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยที่กระทรวงฯ เพื่อเร่งผลักดันให้โอกาสแก่พวกเด็กที่ไร้สัญชาติเหล่านี้มีโอกาสทางสังคมและยืนอยู่ได้ท่ามกลางโลกที่แข่งขันอย่างสูงยิ่งอยู่ขณะนี้

           แต่เมื่อเด็กเหล่านี้ (รวมทั้งผู้ใหญ่) ได้รับสัญชาติแล้วผู้เขียนกลับเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะเราไม่มีแผนรองรับในการสร้างความสำนึกภูมิใจวัฒนธรรมภาษา ดำรงไว้ซึ่งรากเหง้าของตนเอง ทำให้เด็กส่วนใหญ่ที่ผู้เขียนไปพบในช่วงเข้าพรรษานั่น ไม่มีการพูดภาษามอญแม้แต่คนเดียวและที่สำคัญบางคนกำลังศึกษาระดับมหาวิทยาลัย กำลังเรียนระดับนักเรียนทหารเรือ สารวัตรทหารอากาศก็มี ซึ่งหากเรามีแผนรองรับคิดว่าเด็กเหล่านี้ต่อไปอนาคตน่าจะเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในการดำรงไว้ในความเป็นเผ่าพันธุ์มอญ เพราะเชื่อว่าพวกเธอเหล่านี้ในอนาคตคือฐานรากบุคลากรที่มีศักยภาพ คุณภาพอย่างยิ่ง..น่าเสียดายว่าเรากำลังจะเสียโอกาสไปและเริ่มเห็นเค้าลางจุดเริ่มต้นว่าเผ่าพันธุ์มอญกำลังเริ่มจะสูญพันธุ์ทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และจิตสำนึกในความเป็นมอญ..

       ปัญหาที่สอง..ผู้เขียนร่วมกับพระสงฆ์มอญกลุ่มหนึ่งก่อตั้ง “ชมรมส่งเสริมพัฒนาการศึกษาพระสงฆ์” มาตั้งแต่ปี 2546 ปัจจุบันเรามีงบประมาณอยู่ประมาณ 450,000 บาท ในอดีตชมรมฯ ขาดแคลนทั้งงบประมาณ และทรัพยากรบุคคล ปัจจุบันเมื่อเรามีงบประมาณกลับไม่มีทรัพยากรบุคคลที่จะเรียนหนังสือ เหตุอาจเป็นเพราะ หนึ่ง  ผู้ปกครองและเด็กอาจจะไม่รู้ว่ามีชมรมส่งเสริมการศึกษาอยู่ตรงนี้ ทำให้ผู้ปกครองหรือเด็กบางคนอยากเรียนแต่ไม่มีงบประมาณก็เลยตกเป็นแรงงานตามหมู่บ้านหรือโรงภาคภาคอุตสาหกรรมไป สอง ชมรมส่งเสริมพัฒนาการศึกษาพระสงฆ์ เบื้องต้นตั้งขึ้นมาขณะที่ผู้เขียนดำรงเพศเป็นสมณะ ทำให้วิธีคิดของผู้เขียนแคบมองเห็นเฉพาะปัญหาของพระสงฆ์เท่านั้น แต่เมื่อออกมาจุดนี้ ความคิดนี้ก็เลยเปลี่ยน ปัจจุบันจึงพยายามที่จะเข้าไปดูแลเด็กและเยาวชนมอญมากยิ่งขึ้น แต่ปัญหาของผู้เขียนก็คือ ไม่ได้ลงไปคลุกคลีกับกลุ่มคนมอญและชุมชนหมู่บ้านมอญโดยตรง ทำให้เกิดช่องว่างในการปฎิสัมพันธ์ระหว่างเด็กและเยาวชนกับผู้เขียน..

           อันที่จริงปัญหาที่หนึ่งและที่สองนี้ ผู้อ่านอาจจะเห็นแตกต่างกัน แต่ความจริงเชื่อมโยงกันในอันที่จะรองรับการรวมกลุ่มและการพัฒนาทรัพยาบุคคลมอญขึ้นมาหาจุดยืนในสังคม นี้คือปัญหาวิกฤติทรัพยาบุคคลมอญในเมืองไทยรุ่งหลัง  ที่มอญเมืองไทยรุ่นเก่าอาจจะมองแล้วหัวเราะ หัวเราะว่ามอญที่อพยพเข้ามารุ่นหลังบอกว่ามอญเมืองไทยรุ่นเก่าไม่รักชาติ (เหตุเพราะไม่ให้ความช่วยเหลือ)  แต่มอญเมืองไทยหลายชุมชน หลายหมู่บ้านยังคงรักษาภาษา วัฒนธรรม ประเพณีของเผ่าพันธุ์อัตลักษณ์มอญไว้อย่างเหนียวแน่นเป็นร้อย ๆ ปี  ส่วนมอญอพยพรุ่นใหม่ที่ว่ารักชาติ รักแผ่นดิน เพิ่งเข้ามาอยู่ยังไม่ถึง 50 ปีกลับถูกวัฒนธรรมกลืนชาติกลืนไปสิ้นทั้งความคิด วิถีชีวิต และจิตสำนึกในความเป็นเผ่าพันธุ์มอญ...

                  ส่วนต่างประเทศที่เผ่าพันธุ์ไปลี้ภัย ผู้เขียนเคยเสนอแล้วครั้งหนึ่งว่า..ปัญหาเหล่านี้มีไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เท่าที่ไปประสบพบเจอเด็กส่วนใหญ่ไม่สนทนาภาษามอญ และเวลาเจอคนมอญด้วยกันก็ไม่นิยมทักทายหรือส่งเสียงแบบมอญ ซึ่งเข้าใจว่าเด็กส่วนใหญ่กำลังอยู่ในวัยเรียน ใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องเรียนมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ ภาษามอญคงพูดกันไม่รู้เรื่องแน่ ..แต่เมื่อกลับถึงบ้านทำไมผู้ปกครองไม่บังคับให้เด็กใช้ภาษาตนเอง ผู้เขียนเห็นบางครอบครัว ซึ่งยังขำไม่ออกอยู่จนกระทั้งทุกวันนี้ก็คือ พ่อแม่ส่งเสียงภาษาท้องถิ่นนั่น ๆ ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง บางคำปนภาษามอญก็มี ทำไมไม่พูดภาษามอญไปเลย เพื่อให้เด็กได้รับซึมซาบเข้าไปในตัวของเขาและไปถ่ายทอดกับเพื่อนในห้องเรียนได้ว่าตนเองมีความเป็นมอญและเชื้อสายมอญที่ครั้งหนึ่งเคยมีแผ่นดินของตน เผื่อวันหนึ่งเด็กต่างชาติเหล่านั่นเมื่อโตขึ้นจะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งเราเคยมีเพื่อนเป็นคนเผ่าพันธุ์มอญและไม่แน่หากเด็กคนนั่นเป็นใหญ่เป็นโตขึ้นมาความรู้สึกแบบนี้ก็อาจจะฝังใจเขาอยู่และพร้อมจะเป็นกระบอกเสียงให้เพื่อนมอญคนนั่นก็ได้..แต่เชื่อเถอะทั้งคนมอญที่ลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศและคนมอญที่อยู่ในเมืองไทย ไม่เกิน 50 ปี ไม่มีภาษาของตนเองแน่ เว้นชุมชนมอญชนาดใหญ่อย่างหมู่บ้านสังคละบุรีที่ยังพอรักษาเอกลักษณ์ของตนไว้ได้ เพราะส่วนหนึ่งกำลังกลายเป็นธุรกิจ   ขายวัฒนธรรม ประเพณีมอญกันอย่างเอาเป็นเอาตาย..

        ทางด้านประเทศพม่าซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมของคนเผ่าพันธุ์มอญขนานแท้ ปัจจุบันหากไม่มีพระสงฆ์เป็นแกนนำ คิดว่าไม่นานคงจะสูญสิ้นไปไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่อาจจะช้าหรือเร็วเท่านั่น ถามว่าปัญหาทั้งหมดนี้ บุคคลหรือองค์กรใด ควรเป็นเจ้าภาพหลักร่วมกันแก้ไขครับ..ผู้เขียนตอบได้เลยว่า คำตอบอยู่ที่พรรคมอญใหม่ครับ ..อย่าอาศัยเพียงความรู้สึกว่า “รักชาติ” แล้วจะต้องจับปืนต่อสู้ การต่อสู้มีหลายหลายวิธีการ และสมมติหากวันหนึ่งเกิดคนมอญจำนวนมากอยากเป็นทหารขึ้นมา  คำถามง่าย ๆ ที่รอคำตอบ คือ “พรรคมอญใหม่มียุทโธปกรณ์และอาหารเครื่องนุ่งห่มให้เขาเหล่านั่นหรือไม่” ถามอีกรอบว่า  เมื่อไรคุณจะตื่นรับรู้กับความเปลี่ยนแปลงของโลก  และเมื่อไรคุณจะรู้จักคำว่า “มวลชน” ให้มากกว่านี้  ประธานพรรคมอญใหม่ลองถามตัวเองและกลุ่มพวกพ้องดูสิครับ..




 

 


:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.