หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ǻШѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พม่าในความทรงจำ


พม่าในความทรงจำ ( 1 )

บ้านมอญผู้เขียนเคยไปอาศัยและเยือนประเทศพม่า 3 ครั้งต่างกรรมต่างวาระ แต่ทุกครั้งมีทั้งความสุขและความหดหู่ปะปนกันไป
                             ครั้งแรกนานมาแล้ว..สมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กอายุประมาณ 7 -8 ขวบ ตามครอบครัวไป ความจำตอนนั้นจำได้ว่า..สภาพหมู่บ้านเป็นชนบทอย่างแท้จริง อากาศจิตใจ วัฒนธรรมประเพณีบริสุทธิ์มาก มากจนคนสมัยใหม่อาจจะมองว่าสภาพหมู่บ้านและวิถีชีวิตของผู้คนล้าหลัง แต่ความล้าหลังมันก็มีความสุขมากกว่าสภาพบ้านเมืองที่เจริญในปัจจุบัน.

ด้วยความที่ต้องอาศัยอยู่เป็นแรมปีผู้เขียนได้เรียนทั้งภาษามอญ ภาษาพม่าด้วย เราเรียนกันในศาลากลางหมู่บ้าน มีเด็กประมาณ 30 -40 คน มีครู 2 คน ครูผู้ชายและครูผู้หญิง สมัยนั้นพวกครูรู้สึกไม่มีเงินเดือนแต่ได้ค่าสอนเป็นข้าวเปลือกแรมปี (อาจจะมีเงินเดือน) ครูผู้ชายเป็นหมอประจำหมู่บ้านด้วย นอกจากนี้ในหมู่บ้านก็มีหมอประจำบ้านแบบโบราณด้วย เวลาคนป่วยแม่หมอคนนี้มักจะเอาเข็มเหล็กจิ้มไปตามร่างกาย ดูแล้วคงเจ็บปวดน่าดู

 สาวมอญแต่งงานตื่นเช้ามาตอนนั้นจำได้ว่าหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ ๆ กันประมาณ 60 หลังคาเรือน เสียงผู้คนตามถนนหนทาง เสียงเกวียนและคนเลี้ยงนำวัวออกไปจากหมู่บ้านดังมาก กลางวันในหมู่บ้านจะเงียบสงัด  พอประมาณ 4 – 5โมงเย็นคนที่ออกไปทำงานก็จะกลับมาพร้อมในมือถือผัก ปลา จากทุ่งไร่ท้องนา เพื่อมาเป็นอาหารมื้อเย็น หากอาหารนั้นแปลกหรือพิเศษก็จะส่งไปให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเกือบทั่วทั้งหมู่บ้านได้ชิมรสชาติฝีมือและเป็นการแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไปในตัว ทั้งแสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนตามหลักศาสนาพุทธด้วย

                             พอพลบค่ำ..จำได้แม่นยำและมีความประทับใจมาจนกระทั้งบัดนี้ก็คือ..จะมีหนุ่มสาวประชันความสวย ความหล่อ เท่ห์ ทาแป้งสีเหลือง ๆ เต็มหน้า ตรงจมูกก็มีรอยแป้งเป็นเส้น ทาปากสีแดงบาง ๆ ทั้งชายและหญิง  เพื่อให้ดูดีที่สุด แต่งตัวสวยงาม ๆ ออกมาเดินเล่นร้องเพลงตามถนนหนทาง  หญิงสาวหนุ่ม ๆ เต็มถนนไปหมด ตอนนั้นเราเป็นเด็กก็สนุกไปด้วย

กับข้าวมอญด้วยความที่ผู้เขียนพูดมอญไม่ค่อยได้และอาจจะดูเป็นเด็กที่คุยเก่ง จะมีสาว ๆ มาขอหอมแก้มประจำ ซึ่งไม่ชอบเอามาก ๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ประมาณ  2 ทุ่มก็จะกลับบ้าน นี้คือกิจวัตรประจำวันของคนหนุ่มสาวที่นั้น ไม่มีวันหยุดไม่มีวันเสาร์ วันอาทิตย์ ไม่มีห้าง ไม่มีสวนสาธารณะ ไม่มีโรงภาพยนตร์ ไม่มีห้องสมุด ทั้งไม่มีโรงเหล้า ผับบาร์ แต่วิถีชีวิตดูแล้วคุณภาพดีกว่าประเทศที่เจริญทางวัตถุเอามากๆ
 
                             วิธีจีบสาวของหนุ่มที่นั้น... เขามีวิธีอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนไม่เข้าใจจนกระทั่งทุกวันนี้ก็คือ หนุ่มทุกคนเขาจะมีไม้เส้นเล็กเรียวยาวเส้นหนึ่งติดตัว..เคยถามผู้รู้ท่านบอกว่าไว้สำหรับปลุกสาวในเวลาดึก ๆ คือ หนุ่มคนนั้นจะต้องรู้ว่าคนรักของตัวเองนอนที่ไหน ห้องไหน พอถึงเวลาก็จะสอดไม้อันนี้ไปสะกิดสาวคนรักตัวเองเพื่อให้ตื่นขึ้นมาสนทนาและพูดจากภาษารักกัน..ซึ่งคนวิธีนี้ถือว่าโบราณมากคนไทยอ่านแล้วอาจจะขำไม่ออก เพราะมันเป็นเรื่องจริงของประเพณีจีบสาวของหนุ่มมอญ เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ปัจจุบันคงไม่มีแล้ว เพราะหมู่บ้านมอญในพม่าก็ไม่ต่างจากชนบทในประเทศไทยที่คนหนุ่มสาวย้ายเข้าสู่ตลาดแรงงานหมด ในหมู่บ้านก็มีแต่ตายยาย คนพิการและพวกติดโรคเอดส์   และหลาน ๆ ที่หนุ่มสาวมาฝากเลี้ยงให้เป็นภาระของตายาย.. สาวมอญทํากับข้าว   
ทหารมอญ..ในหมู่บ้านทหารพม่าไม่ค่อยมาเท่าไร เพราะเป็นเขตอิทธิพลของทหารมอญและตอนนั้นกองทัพมอญกู้ชาติ ฐานทัพที่เจดีย์สามองค์ยังไม่พัง หมู่บ้านนี้จะมีทหารมอญมาบ่อย ๆ และผู้เขียนเห็นแล้วชอบมากเพราะรู้สึกเท่ห์ แบกปืน เดินเรียงเป็นแถวประมาณ 10 -15 นาย   เมื่อถึงหมู่บ้านเขาก็จะวางยามไว้เป็นจุด ๆ  แล้วทางผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านก็จะหาอาหารให้กินกัน ครั้งหนึ่งจำได้แม่นมีนายทหารคนหนึ่งแกจับโจรมาได้คนหนึ่ง นายทหารคนนี้แกเมา เมื่อแกเมา แกก็จะเอาไม้ตีโจรคนนั้น ทั้งเสียงร้องและเสียงตีดครวญครางดังมาก ฟังแล้วโหยหวนติดหูและความทรงจำมาจนกระทั้งบัดนี้

แม่บ้านการใช้ศาลเตี้ยและอำนาจป่าเถื่อนแบบนี้ ถือว่าเป็นจุดอ่อนและด้อยในการดึงมวลชนอย่างหนึ่งของทหารมอญ ที่ทำให้กุมใจของประชาชนไม่ได้จนกระทั้งทุกวันนี้ เพราะหากจะพูดความจริงตอนนั้นกองทัพมอญยิ่งใหญ่กว่าตอนนี้เยอะทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และด้านสนับสนุนจากมวลชนทั้งจากประเทศไทยและในพม่าเอง
สัปดาห์หน้า..ผู้เขียนจะเล่าเรื่องการไปเยือนและอาศัยในประเทศพม่าในครั้งที่สอง ครั้งนี้ดำรงเพศเป็นสามเณร เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรมประเพณี และเรื่องชาวบ้าน ๆ ปนเปกันไป

สัปดาห์นี้ขอให้มอญทุกคนมีความสุขและมีความศรัทธาเชื่อมั่นและเชื่อใจซึ่งกันและกันเพื่อทำงานร่วมกันต่อไปครับ...
พม่าในความทรงจำ ( 1 ) ( 2 ) ( 3 )

 

 


:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.