หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ¢èÒÇ»ÃШÓÇѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พม่าในความทรงจำ


พม่าในความทรงจำ ( 4 )
ในเมืองย่างกุ้งท่านผู้อ่านที่เคารพ..ช่วงนี้เข้าช่วงเทศกาลเข้าพรรษากันแล้ว ท่านมีความรู้สึกอย่างไร หากท่านไม่ได้อยู่บ้านเกิดเมืองนอน สถานที่ท่านเคยอยู่ และเติบโตมา  ท่านลองนึกภาพคนเฒ่า คนชรา คนหนุ่มสาว เด็กเล็ก ๆ ในหมู่บ้านแต่งตัวสวยงามเดินไปทำบุญที่วัดเนื่องในวันเข้าพรรษา ท่านลองหลับตาคิดดูสภาพหมู่บ้านที่ท่านเติบโตและเล่นกับเพื่อน ๆ มาว่า  ภาพในอดีตกับปัจจุบัน ภาพไหนที่ทำให้ท่านมีความสุขมากกว่ากัน..สำหรับผู้เขียนทุกครั้งที่นึกถึงสภาพบ้านเมืองที่เคยอยู่ใน
ประเทศพม่ามีความสุขทุกครั้ง..มากกว่า ณ ปัจจุบันที่มีเครื่องอำนวยความสุขทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการได้อยู่หลับนอนห้องแอร์ มีที่นอนอันนุ่มนิ่ม กว่ากองฟางที่เคยนอนแงนดูพระจันทร์ มีผ้าห่มอย่างดี ๆ กว่ากระสอบป่านที่เคยห่มตอนหน้าหนาววัยเด็ก  มีการงานที่มั่นคงได้สนทนากับนายกรัฐมนตรีจนกระทั้งยาจก และทั้งมีหน้ามีตาในหน้าที่การงาน แต่ไม่มีความสุขเลย เพราะอะไร เพkyaik lagaeinราะเราไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา กับญาติพี่น้อง พ่อแม่ และสถานแวดล้อมที่ไม่เป็นธรรมชาติ.. 
ปัจจุบันสิ่งที่เรามีก็คือเครื่องอำนวยความสะดวกให้ร่างกายสุขสบายเท่านั่นเอง แต่ใจเรากลับมีความทุกข์และเครียด เพราะฉะนั้นผู้เขียนไม่แปลกใจว่าทำไม กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข สำรวจพบกับคนไทย 1 ใน 5 มีปัญหาด้านสุขภาพจิต และทำท่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางระบบเศรษฐกิจที่แข่งขันแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันในปัจจุบัน..เหตุที่เขียนเรื่องแบบนี้มาบอกเล่าก็เพื่อมีวัตถุประสงค์ไม่อยากให้คนมอญเราลืมรากเหง้าและถิ่นบ้านเกิดเมืองนอนตนเอง  และที่สำคัญพ่อและแม่ที่รอคอยอยู่ในหมู่บ้าน..

Kyaik Lagaeinทีนี้มาพูดถึงการไปเยือนพม่าครั้งที่ 3 ของผู้เขียนครั้งนี้ผู้เขียนไปในฐานะนักท่องเที่ยวเมื่อปลายปี2549 ไปกับบริษัททัวส์มีมัคคุเทศน์เป็นชาวไทยใหญ่ เจ้าของบริษัททัวส์เป็นชาวพม่า คณะเรามีประมาณ 30 คนขนเครื่องเสียงและเหล้าไปเต็มคันรถตู้ เราออกจากสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เช้าไปถึงสนามบินกรุงย่างกุ้งประมาณ 10.00 น. เมื่อลงจากเครื่องผู้เขียนอยากจะลงจูบแผ่นดินซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแผ่นดินมอญมาก แต่ไม่กล้าเพราะกลัวเพื่อน ๆ จะหาว่าเราบ้า และทั้งไม่มีใครรู้ด้วยว่าผู้เขียนคนมอญ  ต่อมามีรถของสนามบินมารอรับไปเข้าไปยังอาคารเพื่อตรวจสอบเอกสารการเดินทาง ตอนที่ไปอาคารสนามบินกำลังซ่อมแซมฝุ่นตลบทั่วอาคารไม่มีแอร์ ใช้เวลาตรวจเช็คเอกสารนานพอสมควร เพราะเห็นมีคอมพิวเตอต์เก่า ๆ อยู่ 2 เครื่อง เมื่อออกจากสนามบินได้มัคคุเทศน์ซึ่งเป็นชาวไทยใหญ่ อวดว่ารถของเขาคันนี้เป็นคันที่ทันสมัยที่สุดในกรุงย่างกุ้ง เพราะมีแอร์และเครื่องเสียงอย่างดี แต่เราสังเกตเห็นสู้รถปรับอากาสชั้น 2 ในเมืองไทยยังไม่ได้เลย

หลังจากเที่ยวเมืองย่างกุ้งทั้งวันส่วนใหญ่ก็วัดพระไหว้พระเจดีย์ชะเวดากอง และเดินตลาดเล็กน้อยแล้วก็มาพักที่โรงแรม โรงแรมไม่ถึงกับดี แต่ก็ไม่เลว เปิดดูทีวีไม่มีรายการอะไรเลย มีแต่ข่าวนายทหารพม่าไปตรวจเยี่ยม เปิดงาน รำพม่า เดินลงมาด้านล่างเห็นมีผับมีบาร์ มีสาวคอยบริการอยู่ มีสาวต่างชาติด้วยคือสาวประเทศฟิลิปปินต์ ..แต่ท่านผู้อ่านอย่าคิดว่าผู้เขียนจะทำอะไรพวกเธอนะครับ..ไม่เคยและจะไม่ยุ่งกับพวกคนอย่างนี้ (ส่วนอย่างอื่นไม่แน่..)
ในเจดีย์หงสาวดีตื่นเช้ามา..เราเตรียมตัวจะไปเมืองหงสาวดีกันตื่นเต้นมาก เพราะในชีวิตไม่เคยไปอยากจะไปเห็นและอยากจะกลับเจดีย์พะโคมานานแล้ว.เราเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่บอกให้เพื่อนๆรู้ ตื่นมาอาบน้ำเสร็จใส่ชุดโสร่งแดงแบบมอญเต็มอัตราศึก เดินรอบ ๆ โรงแรมกับเพื่อนๆ ไปกินน้ำชากาแฟกันเห็นพื้นถนนมีน้ำหมากแดงเต็มไปหมด แต่ดูแล้วสะอาดกว่าเมืองไทยเยอะ ไม่มีเสียงแบบแตรให้ได้ยินเลย รู้สึกว่าจะไม่มีรถมอเตอร์ไซต์ด้วยซ้ำ..อากาศตอนนั้นสดชื่นมากเห็นสาว ๆ ถือปิ่นโตกับข้าวไปทำงานกัน
เดินผ่านทหาร ตำรวจ เห็นเราใส่ชุดโสร่งแดงคงแปลก ๆ เพราะไม่เห็นมีใครใส่กันเลย แต่เราภูมิใจมาก มากจนมีความสุขกับความแปลกของพวกเขา ..
ประมาณ 09.00 น.ออกเดินทางไปเมืองพะโค (หงสาวดี) ถนนเขาสภาพปานกลาง รถไม่ติดขัด แต่วิ่งช้าใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงก็ถึงสภาพบ้านเรือนไม่ถึงกับเจริญแต่ก็ไม่ทุรกันดาร ก่อนเข้าเห็นหงษ์ 2 ตน ยืนตระหย่านอยู่และเห็นอนุสาวรีย์ใครไม่ทราบขี่ม้าชูดาบอยู่..เมื่อเดินรอบเจดีย์ผู้เขียนหาคนที่จะพูดมอญได้มาตั้งแต่เจดีย์ชะเวดากองแล้ว มาเจอที่นี้นี่เอง แอบเข้าไปใกล้ชิดกลุ่มเขา ได้ยินส่งเสียงภาษามอญก็เคยทักและชวนคุยรู้ว่าพวกเขามาจากเมาะละแหม่ง เพื่อน ๆ คนไทยงงมากที่รู้ว่าเราพูดมอญได้และคล่อง ก็เลยบอกความจริงไปว่าเราเป็นมอญ
พักอยู่ในพม่า 3 วัน 2 คืนก็กลับประเทศไทย..การเล่าเรื่องไปเที่ยวพม่าครั้งนี้คงไม่ได้เล่าให้ระเอียดมานัก เพราะดูแล้วไม่มีสาระและประเทืองปัญญาอะไรเลยสำหรับผู้อ่าน.. จึงขอจบลงแค่นี้
(หงสาวดี)สัปดาห์หน้าคงได้พบกันต่อส่วนจะเป็นเรื่องไรนั่น.ผู้อ่านต้องติดตามกันเอาเอง แต่ผู้เขียนมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะส่งบทความทุกวันเสาร์ให้กองบรรณาธิการเวปไซต์กาเหว่า  เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้อ่านในวันจันทร์ส่วนขบวนการ วิธีการที่ทำให้ล่าช้าหรือลงเวปไซต์ไม่ทันวันจันทร์นั้น
อยู่ที่กองบรรณาธิการของเขา..ไม่เกี่ยวกับผู้เขียนที่ถูกร้องขอให้เขียน...

 

พม่าในความทรงจำ ( 1 ) ( 2 ) ( 3 ) ( 4 )


 

 


:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.