
วันนี้ อิรวดีร่ำไห้เป็นสายเลือด...
 |
ลุ่มน้ำ "อิรวดี" ของพม่า
วันนี้ได้กลายเป็น ดินแดนวิปโยค
เพราะไซโคลนนาร์กิส...
ชาวบ้านบอกนักข่าวต่างประเทศว่า
ศพของเหยื่อภัยธรรมชาติร้ายแรงมีให้เห็นกันเกลื่อน
และกำลังส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่ว …..
ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ
ไม่สามารถจะไปถึงได้ในหลายๆ หมู่บ้านที่ห่างไกล...
เหตุเพราะผู้นำเขาเล่นเกมการเมืองกับ
ชีวิตประชาชน
เป็นแสนเป็นล้านอย่างเลือดเย็น
ที่นี่ คนอาจจะตายกว่า 1 แสนคน
และคนกว่า 1.5 ล้านคน ไร้บ้านพักพิงอาศัย …..
ภาพที่รัฐบาลพม่าออกให้ชาวโลกเห็นนั้น
เป็นเต็นท์ที่สวยงาม
สำหรับคนพม่าหนีตายนั้น
เป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ ที่อยู่ในย่างกุ้ง เท่านั้น...
แต่สำหรับชาวบ้านที่กำลังดิ้นรนต่อสู้กับ
ความหิวโหยและโรคร้ายเป็นแสนเป็นล้านคนที่นี่นั้น
ชีวิตอาจจะหมดสภาพไปเมื่อไหร่ก็ได้ .....
"สามเหลี่ยมลุ่มน้ำอิรวดี"
เคยเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์
ที่มีชาวพม่า กะเหรี่ยง อารข่า และอินเดีย
มาพำนักอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ …
เศรษฐกิจของบริเวณนี้ ต้องพึ่งพิงธรรมชาติ
การปลูกข้าวเป็นพื้นฐานแห่งความอยู่รอด
เพราะร้อยละ 65 ของข้าวของพม่า มาจากลุ่มน้ำแถบนี้ …..
อาชีพประมง
เป็นอีกกิจกรรมเศรษฐกิจอีกด้านหนึ่ง
ที่เอื้อให้ชาวบ้านอยู่รอดได้
ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ
ภายใต้เผด็จการทหาร
จะเสื่อมโทรมมาเป็นลำดับก็ตาม
เมืองโบกาเลย์ (Bogalay) กับ
ลาพูตตา (Laputta)
เป็นสองเมืองริมน้ำอิรวดี
ที่ถูกไซโคลนนาร์กิสกระหน่ำหนักหน่วงที่สุด
นอกจากนี้ ย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวง
และทุกวันนี้ก็ยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า
ก็ตั้งอยู่ตรงมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสามเหลี่ยมอิรวดีนี่เอง
แม่น้ำลำคลองหลากสายไหลผ่านแม่น้ำอิรวดี ลงสู่ทะเลอันดามัน.....
มองจากข้างบน
เห็นเป็นเส้นด้ายน้อยใหญ่ที่วกเวียนกันอย่างสนิทแน่นแฟ้น
และนี่คือ "อู่ข้าวอู่น้ำ" ของพม่า
มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์
อีกทั้งประวัติศาสตร์หลายฉาก
โดยเฉพาะตอนอังกฤษเข้ายึดครองพม่า
ผ่านลุ่มน้ำแถบนี้ก็เกิดขึ้นที่นี่
และดินแดนแห่งนี้เองคือ
ที่เกิดของคนสำคัญ
ทางประวัติศาสตร์การเมืองของพม่าหลายคน
ไม่ว่าจะเป็นอูนุ
นายกรัฐมนตรีของพม่าคนแรก
ที่ได้รับการเลือกตั้ง
หลังจากได้เอกราชจากอังกฤษ
หรือ อูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติคนแรก
ที่มาจากเอเชีย...
ก็มีบ้านเกิดอยู่ในเขตนี้เช่นกัน
แน่นอนว่า
ลุ่มน้ำแถบนี้ก็เคยเป็นที่ปะทะอย่างดุเดือด
ระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงกู้ชาติ
และชาวพม่าที่เป็นชนส่วนใหญ่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง...
กระนั้นก็ตาม
เมื่อกองทัพญี่ปุ่นยาตรามาจากข้างนอกในปี ค.ศ.1945
คนพม่ากับชาวกะเหรี่ยง
และชนกลุ่มน้อยในลุ่มน้ำแห่งนี้
ต่างก็รวมตัวกันได้อย่างเหนียวแน่นเพื่อต่อสู้ผู้รุกราน...
แม้จะต้องล่าถอยและตกอยู่ภายใต้การครอบครองของญี่ปุ่น
แต่ประวัติศาสตร์ก็ต้องบันทึกถึงวีรกรรมของผู้รักชาติ
แห่งลุ่มน้ำอิรวดีอย่างไม่มีวันลืมเลือนได้
วันนี้ บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของพม่าแห่งนี้
เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการทหาร
ที่ถือว่ามีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกองทัพพม่า...
อดีตนายพลเนวิน
นำพลปักหลักสู้กับทหารอังกฤษ
ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองที่ตรงนี้
เผด็จการหมายเลข 1 นายพลอาวุโส ตัน ฉ่วย
ก็เคยมีตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยทหารที่นี่
ก่อนที่จะไต่เต้าขึ้นไปเป็นใหญ่เป็นโตในย่างกุ้ง
แน่นอนว่า
ทหารจากพม่าได้เข้ามาปฏิบัติการปราบปราม
กองกำลังของชนกลุ่มน้อย
โดยเฉพาะกะเหรี่ยงที่นี่นับครั้งไม่ถ้วน
และได้จับกุมกับสังหารฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามกับ
รัฐบาลกลางอย่างโหดเหี้ยม ทารุณมาแล้วเป็นร้อยเป็นพัน
วันนี้ ลุ่มน้ำสามเหลี่ยมอิรวดี
ราบเป็นหน้ากลองเพราะฤทธิ์เดชของไซโคลนนาร์กิส
ขณะที่เผด็จการทหารที่เมืองหลวงเนปีดอห์
เล่นเกมการเมืองกับประชาคมโลก
ด้วยการสร้างอุปสรรคมากมาย
แทนที่จะเร่งส่งอาหาร ยารักษาโรค
และสิ่งของจำเป็นเพื่อความอยู่รอด
และการถล่มโจมตีครั้งที่สอง
ที่ตามมาคือ
โรคร้ายที่ระบาดในหมู่คนทุกข์เข็ญที่ไร้อาหาร
ไร้ยารักษาโรคและไร้น้ำใจของผู้นำประเทศ
วันนี้แม่น้ำอิรวดี
ร่ำไห้ออกมาเป็นสายเลือดอีกคำรบหนึ่ง ……
(อ้างจากบทความ สุทธิชั
ย หยุ่น) เรียบเรียงโดย... Sak |