หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ǻШѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หญิงท้องนับหมื่นในพม่าต้องการความช่วยเหลือด่วน

ไทยติด 1 ใน 10 ประเทศแย่สุดสำหรับผู้ลี้ภัย
29  มิถุนายน  2551

ไทยถูกจัดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศแย่ที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัย รับวันผู้ลี้ภัยโลก 20 มิถุนายน โดยนักวิชาการแนะรัฐบาลดูแลกฏหมายด้านสิทธิการทำงานของผู้ลี้ภัย ให้ดีขึ้น เกรงจะกระทบถึงความเป็นอยู่ของคนไทย

นางดาเรศ   ชูศรี   ผู้อำนวยการองค์การเพื่อผู้ลี้ภัย   และผู้อพยพแห่งสหรัฐอเมริกา  ประจำประเทศไทย  (ยูเอสซีอาร์ไอ)  เปิดเผย รายงานสถานการณ์ผู้ลี้ภัยทั่วโลกประจำปี 2551 พบว่า ประเทศไทยถูกจัดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่แย่ที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัย เนื่องจากไทยมีการบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยหลายพันคนและไม่มีการรองรับสถานภาพผู้ลี้ภัยจากประเทศพม่าจำนวนมากที่เข้ามาลี้ภัยในประเทศไทย ขณะเดียวกันยังมีการกักเก็บผู้ที่ได้รับการรับรองสถานภาพในค่ายผู้ลี้ภัย โดยไม่ให้สิทธิในการทำงาน นอกจากนี้ ไทยยังควบคุมตัวผู้ลี้ภัยม้งลาวเกือบ 8,000 คน ไว้ในค่ายผู้ลี้ภัย โดยผลสำรวจได้ลดเกรดของไทยลงจากปีที่ผ่านมา จากเกณฑ์ในประเมิน 4 ข้อ ที่เคยได้เกรด D 2 ข้อ และ F 2  ข้อ เป็น D 1 ข้อ และ F 3 ข้อ  แทน จากการแบ่งเกรด  ดี  -  แย่
เป็นระดับ A – F

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณะบดีคณะเศรษฐศาตร์มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ในการช่วยสถานการณ์ผู้ลี้ภัยของไทยให้ดีขึ้น ควรจะปรับตัวกฏหมายด้านสิทธิการทำงานของผู้ลี้ภัย โดยต้องคำนึงถึงคนไทยด้วย โดยเข้าใจว่าทางภาครัฐบาล คงจะคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ แต่ไทยก็ยังต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญเช่นกัน และหากผู้ลี้ภัยมีความเป็นอยู่ที่ไม่ดีก็จะส่งกระทบโดยตรงกับประเทศไทยด้วยเช่นกัน

สำหรับรายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่ามี 9 ประเทศ ที่ถูกจัดอันดับประเทศแย่ที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัย ประกอบด้วย บังคลาเทศ, จีน, ยุโรป, อินเดีย, อิรัก, เคนยา, มาเลเซีย รัสเซียและ ซูดาน โดยขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ลี้ภัยกว่า 14 ล้านคน นับว่ามากที่สุดในประวัติการ ส่วนประเทศไทยมีผู้ลี้ภัย 406,000 คน มาจากพม่า 396,700 คน และลาว 7,800 คน และ ในทุกวันที่ 20 มิถุนายน เป็นวันผู้ลี้ภัยโลก.




เหยื่อพายุนาร์กีสพม่าเพิ่มเป็น 138,000 คน
 

Your browser may not support display of this image.
วันที่ 21 มิ.ย.2551 : เด็กๆ ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือและอาหารในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งประมาณ 20 ไมล์ ทั้งนี้ ตัวเลขอย่างเป็นทางการล่าสุดของรัฐบาลทหารพม่าแสดงให้เห็นว่ามีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายเพิ่มอีกกว่า 5000 ราย ทำให้ยอดรวมขณะนี้อยู่ที่ 138,000 รายด้วยกัน (ภาพ : AFP).
 

เมื่อวันอังคาร (24 มิ.ย.) ทางการรัฐบาลทหารพม่าได้ประกาศตัวเลขล่าสุดของผู้ที่เสียชีวิต หรือสูญหายจากเหตุการณ์พายุนาร์กิสพัดถล่มเมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5000 ราย ทำให้ยอดรวมอย่างเป็นทางการขณะนี้พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 138,000 รายด้วยกัน 
        
       รัฐมนตรีช่วยว่าการรกระทรวงการต่างประเทศของพม่า นายจอตู (Kyaw Thu) ได้กล่าวในระหว่างการประชุมเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลของพม่า เจ้าหน้าที่จากชาติสมาชิกอาเซียนและองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ถึงตัวเลขอย่างเป็นทางการขณะนี้ โดยมีผู้ที่เสียชีวิตถึง 84,537 ราย และผู้ที่สูญหายอีกกว่า 53,836 ราย 
        
       นายจอตู กล่าวต่อว่า มีผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงที่เกิดเหตุระหว่างวันที่ 2-3 พ.ค.มีอีกประมาณ 20,000 คน 


Your browser may not support display of this image.
วันที่ 17 มิ.ย.2551 : ผู้รอดชีวิตจากเหตุไซโคลนถล่มกำลังนั่งอยู่ในที่พักในเมืองตอนเตย์ (Tontay) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งประมาณ 15 ไมล์ ทั้งนี้ รัฐบาลได้เผยตัวเลขอย่างเป็นทางการล่าสุดว่ามีผู้ที่เสียชีวิตในเหตุภัยพิบัติถึง 84,537 ราย และผู้ที่สูญหายอีกกว่า 53,836 ราย.
 

การประชุมนี้ได้จัดขึ้นที่กรุงย่างกุ้ง เพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าต่างๆ ของทีมประเมินสถานการณ์ที่มีสมาชิกในทีมถึง 250 คน โดยเป็นการทำงานร่วมกันของคณะผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติและประเทศสมาชิกอาเซียน 
        
       หลังจากที่ต้องล่าช้ามาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ทีมประเมินสถานการณ์ดังกล่าวก็ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐบาลทหารพม่าให้สามารถเดินทางเข้าไปยังพื้นภัยพิบัติในบริเวณที่ราบปากแม่น้ำอิรวดีได้เมื่อวัน 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา 
        
       องค์การสหประชาชาติ ได้คาดการณ์ว่า มีผู้ประสบภัยกว่า 2.4 ล้านที่ต้องการความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมหลังจากเกิดเหตุภัยพิบัติดังกล่าว แต่กฎข้อบังคับต่างๆ ที่เข้มงวดของคณะปกครองทหารพม่า ทำให้การส่งความช่วยเหลือให้แก่เหยื่อพายุเป็นไปอย่างล่าช้า 
 
 

                                                                    ผู้จัดการออนไลน์

                                                                                                (24  มิถุนายน  2551)



มอญปทุมฯ โวยจัดงานลบหลู่-มีแต่วัฒนธรรมตะวันตก
23 มิถุนายน  2551

นายไพรัตน์  จันทร์แบบ  รองประธานชมรมชาวไทยเชื้อสายมอญปทุมธานี  เปิดเผยเมื่อวันที่  21
มิถุนายนว่า  จังหวัดปทุมธานีจัดงาน  ปทุมธานีดนตรีและวิถีมอญ ระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายน  บริเวณลานข้างโลตัส รังสิต  ซึ่งมีเนื้อหาสาระของงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งเสริม   หรือสนับสนุนให้เกิดประโยชน์ด้านฟื้นฟูประเพณี   หรืออนุรักษ์วัฒนธรรมชาวมอญรามัญ อีกทั้งไม่คำนึงถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ควรอนุรักษ์   กลับไปนำวัฒนธรรมตะวันตก   และสิ่งมอมเมา  โดยรูปแบบงานเต็มไปด้วยลานเบียร์ ตราโลโก้ของเบียร์ และนำดนตรีพื้นบ้านผสมสากล นำวงอเมริกาน่า จากประเทศสหรัฐอเมริกา นำวงมายาซาวด์ ซึ่งเป็นเสียงกลองจากประเทศอินเดีย และศิลปินรับเชิญจากประเทศบราซิล มาร่วมกิจกรรม

'ไม่เห็นว่าการจัดงานครั้งนี้  จะเกี่ยวข้องกับงานวิถีมอญแต่อย่างใด   เป็นการกระทำที่ไม่ให้ความเคารพบรรพบรุษของชาวไทยเชื้อสายรามัญ ชมรมจึงไม่พอใจและไม่ไปร่วมงาน' นายไพรัตน์กล่าว

                                                                                                               หนังสือพิมพ์มิติชน
                                                                                                                 22 มิถุนายน 2551




ฉลอง 60 ปีวันเกิดหญิงเหล็ก'ซูจี'เหงา

วันที่ 20 มิถุนายน 2551

นางออง ซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ซึ่งถูกกักบริเวณภายในบ้านพักได้ฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 63 ปีเมื่อวันพฤหัสบดี ด้วยการทำบุญใส่บาตร ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ในช่วงเช้า และถวายดอกกุหลาบสีเหลืองสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ผ่านทางสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี นางออง ซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ซึ่งถูกกักบริเวณภายในบ้านพักได้ฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 63 ปีเมื่อวันพฤหัสบดี ด้วยการทำบุญใส่บาตร ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ในช่วงเช้า และถวายดอกกุหลาบสีเหลืองสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ผ่านทางสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี 
 
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้สนับสนุนนางซูจี หลายสิบคนที่ออกมาชุมนุมเรียกร้องอิสรภาพให้แก่นางซูจี เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 63 ปีของเธอที่ด้านนอกสำนักงานใหญ่พรรคเอ็นแอลดี ในกรุงย่างกุ้งถูกจับกุมตัวไป 7 คน
 
ด้านนายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษ และประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี ของฝรั่งเศส ได้ส่งจดหมายเปิดผนึก อวยพรนางซูจี ในโอกาสวันเกิดอายุครบ 63 ปี พร้อมเรียกร้องรัฐบาลทหารพม่าให้ปล่อยตัวเธอทันทีและเรียกร้องปฏิรูปการเมืองด้วย ในจดหมายระบุว่า พวกเขาปรารถนาให้นางซูจีเข้มแข็งในการประนีประนอมและอุทิศตัวเพื่อความเป็นปึกแผ่นของประเทศ
 
ส่วนพระนักเคลื่อนไหวชาวพม่าเรียกร้องสหภาพยุโรป (อียู) นำ พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่าขึ้นศาลอาชญากรระหว่างประเทศเพื่อพิจารณาคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ทั้งนี้ กลุ่มพันธมิตรพระสงฆ์พม่า ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้จัดการลุกฮือประท้วงรัฐบาลทหารพม่าเมื่อเดือน ก.ย. ปีก่อน กล่าวว่า พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ควรถูกดำเนินคดีในข้อหาขัดขวางการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพายุไซโคลน นาร์กีส อีกทั้งเรียกร้องให้กองทัพ.นานาชาติคว่ำบาตรการขายอาวุธและคว่ำบาตรการเงินต่อบรรดานายพลใน

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ คอนโดรีซซ่า ไรส์ ใช้โอกาสวันคล้ายวันเกิดของนางซูจีในวันนี้ออกแถลงการณ์วิจารณ์รัฐบาลทหารพม่าที่ยังคงกักบริเวณเธอ รวมถึงนักโทษการเมืองอีกเกือบ 2,000 คน โดยย้ำว่า สถานการณ์ที่น่ารังเกียจเช่นนี้จะต้องจบสิ้นลง/ ในแถลงการณ์ ไรซ์เรียกประเทศพม่าด้วยชื่อเดิมคือ Burma แทนที่จะใช้ Myanmar เพื่อสะท้อนถึงการไม่ยอมรับรัฐบาลทหารที่เปลี่ยนชื่อประเทศเมื่อปี 2532




ม่าไม่ไว้ใจสหรัฐช่วยเหยื่อนาร์กีส

วันที่ 17 มิถุนายน 2551

ขณะที่หน่วยงานความช่วยเหลือจากองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก หลั่งไหลเข้าไปให้ความช่วยเหลือเหยื่อผู้รอดชีวิตจากพายุไซโคลน “นาร์กีส” ในพม่า แต่รัฐบาลทหารพม่าแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า พม่าไม่ไว้วางใจที่จะรับความช่วยเหลือเช่นนั้นจากสหรัฐ
 
พม่าไม่ไว้ใจสหรัฐช่วยเหยื่อนาร์กีส ในการอ้างถึงสหรัฐอย่างชัดเจน กระบอกเสียงของรัฐบาลทหารพม่า เตือนว่า เจตนาดีของมหาอำนาจตะวันตก ที่ต้องการช่วยเหลือพม่าด้วยการใช้เรือรบนั้น ไม่เป็นไปอย่างแท้จริง ทั้งนี้ พม่าปฏิเสธความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมด้วยการใช้เรือรบจากสหรัฐ อังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งลอยลำอยู่ใกล้น่านน้ำพม่า หลังจากพายุไซโคลน “นาร์กีส” พัดถล่มพม่าเมื่อวันที่ 2-3 พ.ค.ที่ผ่านมา
 
สื่อมวลชนของพม่า รายงานก่อนหน้านี้ว่า พม่ากลัวว่า สหรัฐจะใช้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมบังหน้าเพื่อบุกโจมตีประเทศและขโมยทรัพยากรน้ำมันของตน หนังสือพิมพ์นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์ รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ความช่วยเหลือจากหลายชาติที่คว่ำบาตรเศรษฐกิจต่อพม่า และผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็น จัดการขั้นเด็ดขาดกับพม่า น่าจะมีอะไรแอบแฝงมาด้วย
 
ส่วนโนลีน เฮย์เซอร์ เลขาธิการเอสแคป ซึ่งเป็นองค์กรเศรษฐกิจในเอเชียของยูเอ็น เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า เกษตรกรพม่าต้องการน้ำมันดีเซลอย่างเร่งด่วน 1 ล้านแกลลอน เพื่อนำมาใช้ในการปลูกข้าว และช่วยเหลือเหยื่อพายุไซโคลนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เฮย์เซอร์เรียกร้องประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศผู้บริจาคและผู้ผลิตน้ำมันช่วยเหลือ
 
ด้านนางลอรา บุช สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ภรรยาของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้นำสหรัฐ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลทหารพม่าควรจะปลดโซ่ตรวนที่ห้ามเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสหรัฐและประเทศอื่น ๆ เข้าไปช่วยเหลือเหยื่อนาร์กีสเสียที โดยเธอเรียกร้องระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ต่อเจ้าหน้าที่ของโครงการอาหารโลกของยูเอ็นที่สำนักงานใหญ่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ซึ่งเธอและสามีอยู่ระหว่างเยือนยุโรปเป็นเวลา 1 สัปดาห์.



ดินถล่ม “หุบเขาแห่งทับทิม” พม่าตาย 11

คนงานขณะทำงานในเหมืองอัญมณีที่ขึ้นชื่อของพม่า คือ "หุบเขาแห่งทับทิม" (Valley of Rubies) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองโมกก (Mogok) ห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางเหนือประมาณ 675 กม. โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุดินถล่มในบริเวณดังกล่าว (ภาพ : www.agta.org).

-- เกิดแผ่นดินถล่มเนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเขตเมืองโมกก (Mogok) ที่เรียกกันว่า “หุบเขาแห่งทับทิม” (Valley of Rubies) ของพม่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 10 คน ที่นั่นเป็นแหล่งผลิตพลอยแดง หยก มรกต และหินล้ำค่าสีต่างๆ ออกป้อนตลาดโลก สื่อของรัฐรายงานเรื่องนี้เมื่อวันศุกร์ (13 มิ.ย.) ที่ผ่านมา
       
       แผ่นดินถล่มนี้เกิดขึ้น 6 สัปดาห์หลังจากที่เกิดเหตุไซโคลนนากิสพัดทำลายบริเวณที่ราบปากแม่น้ำอิรวดีและกรุงย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของประเทศ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายกว่า 133,000 ราย รวมทั้งทำให้ผู้ประสบภัยกว่า 2.4 ล้านคนต้องตกอยู่ในความยากลำบากและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
       
       ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นที่บริเวณตอนเหนือของเมืองโมกก ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางเหนือประมาณ 675 กิโลเมตร ห่างจาก

เมืองหลวงเก่ามัณฑะเลย์ (Mandalay) ราว 80 กม.
       
       ก่อนหน้านี้ ทางการได้เปิดเผยข้อมูลเพียงเล็กน้อยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทรัพย์สินต่างๆ ได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง และหนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลทหารก็ยังคงไม่ให้รายละเอียดใดๆ
       
       หนังสือพิมพ์ฉบับนี้กล่าวเพียงว่า "น้ำในลำคลองเยนิ (Yeni) ในเมืองโมกกมีปริมาณมากจนเอ่อท่วมล้นซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินถล่มครั้งนี้ จนเป็นเหตุทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและสิ่งของต่างๆ ถูกทำลายเสียหาย"

ทับทิมสีแดงเลือดนกพิราบ (Pigeon's Blood Ruby) ซึ่งเป็นอัญมณีชั้นเลิศที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก.

 

       เจ้าหน้าที่จากมัณฑะเลย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า พวกเขายังไม่ได้รับรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับเหตุดินถล่มดังกล่าว โดยอ้างว่ามีความยากลำบากในการติดต่อสื่อสารกับพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป
       
       จนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 มิ.ย.) นิวไลท์ออฟเมียนมาร์จึงได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า "ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมสูง 2-3 ฟุต จนเป็นเหตุให้เกิดดินถล่มทำลายบ้านเรือนเสียหายไปจำนวน 3 หลัง และทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน โดยเป็นชาย 7 และหญิงอีก 4 คน"
       
       เหตุดินถล่มเกิดขึ้นหลังจากที่พื้นที่บริเวณตอนเหนือของเมืองโมกก (Mogok) ต้องรองรับปริมาณน้ำมากถึง 8.07 นิ้ว จากฝนที่ตกลงมาตั้งแต่คืนวันพุธจนถึงรุ่งเช้าของวันพฤหัสบดี ทำให้น้ำในลำคลองเยนิ (Yeni) เอ่อล้นและท่วมเมืองดังกล่าว
       
       เป็นเวลากว่า 700 ปีมาแล้วที่หุบเขาแห่งทับทิม เป็นเหมืองทับทิมที่มีชื่อเสียงของพม่า คือเป็นทับทิมที่มีสีแดงเลือดนกพิราบซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นอัญมณีชั้นเลิศที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีพลอยสีน้ำเงินและอัญมณีที่หายากอื่นๆ อีกด้วย
       
       เมื่อเทียบกันต่อกะรัตแล้ว ทับทิมชั้นเยี่ยมสามารถมีมูลค่าได้มากกว่าเพชร และรัฐบาลทหารพม่าก็ได้เพิ่มการขุดหาอัญมณีมากขึ้นเนื่องจากเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของประเทศที่มีการเปิดประมูลปีละหลายๆ ครั้งด้วยกัน

       แม้พม่าจะถูกคว่ำบาตรจากประเทศตะวันตกเนื่องจากประสบความล้มเหลวในการปฏิรูปไปสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่การเปิดประมูลอัญมณีก็ยังคงดึงดูดผู้ซื้อได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากจีน ไทย รวมถึงประเทศต่างๆ ในเอเชีย ซึ่งในแต่ละครั้งที่มีการเปิดประมูล จะมีการใช้จ่ายเงินกันถึง 100 ล้านดอลลาร์หรืออาจจะมากกว่านั้น
       
       เจ้าหน้าที่บริษัทพม่าที่มาร่วมงานแสดงอัญมณีแห่งอาเซียนในกรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้วกล่าวกับ "ผู้จัดการออนไลน์" ว่า ถนนเข้าสู่โมกกยังยากลำบาก และโดยปกติทางการปิดกั้นมิให้บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย.

 

                                                                   ผู้จัดการออนไลน์
15 มิถุนายน 2551



าเซียน+ยูเอ็น 250 คน เร่งสำรวจปากน้ำอิรวดี
 

Your browser may not support display of this image.
 

ภาพเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2551 : อาสาสมัครบริการฌาปนกิจศพฟรีซึ่งมีที่ทำการอยู่ในกรุงย่างกุ้ง กำลังช่วยกันเผาศพผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไซโคลนถล่มเมื่อต้นเดือน พ.ค. ในเมืองกุงย่างกุ้ง (ภาพ : เอเอฟพี). 

 
 

หลังจากพายุผ่านไปเป็นเวลา 6 สัปดาห์ทีมผู้เชี่ยวชาญจากอาเซียนและองค์การสหประชาชาติจะได้รับการอนุมัติให้เดินทางเข้าไปยัง พื้นที่ประสบภัยจากพายุนาร์กิสอย่างเต็มที่   เลขาธิการอาเซียนกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (12 มิ.ย.) 
        
        “ตอนนี้เรามีเจ้าหน้าที่ ที่เข้าไปในเขตภัยพิบัติบริเวณที่ราบปากแม่น้ำอิรวดีเพิ่มขึ้นอีก 250 คน และพวกเขาจะทำการประเมินสถานการณ์อย่างเต็มรูปแบบ โดยได้รับการอนุมัติให้เดินทางไปยังพื้นที่  ที่ได้รับผลกระทบต่างๆ ได้” นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ   เลขาธิการอาเซียนกล่าวกับบรรดาผู้สื่อข่าวในสิงคโปร์ 
        
        “ผมคิดว่า  ถ้าเราลองมองดูแล้ว มันเป็นการประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่   และเราก็จะพยายามรักษาแรงผลักดันนี้ไว้” สำนักข่าวเอเอฟพี อ้างคำกล่าวของเลขาธิการอาเซียน 

       เป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้วที่ทีมประเมินสถานการณ์ของอาเซียนได้เริ่มทำงานเพื่อตรวจสอบความต้องการอย่างเร่งด่วนของผู้ประสบเคราะห์จากเหตุการณ์ไซโคลนถล่ม 
        
        หลังจากนั้น   ทีมติดตามความคืบหน้า  ซึ่งจะเดินทางโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ของโครงการอาหารโลก (World Food Programme) จะทำการรวบรวมรายงานเป็นครั้งแรกสำหรับการประชุมของอาเซียนที่จะจัดขึ้นในวันที่ 24 มิ.ย. ในกรุงย่างกุ้ง 
        
        นายสุรินทร์ กล่าวว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว จะสามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม และน่าเชื่อถือ ด้วยรายงานที่จัดทำขึ้นจากหลายๆ ฝ่ายจะซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการฟื้นฟูซ่อมแซมความเสียหายต่างๆ ในภายหลัง 
        
        ทีมช่วยเหลือได้เริ่มเคลื่อนตัวเข้าไปยังบริเวณพื้นที่  ประสบภัยได้อย่างช้าๆ   หลังจากที่รัฐบาลทหารพม่ายกเลิกกฎข้อบังคับต่างๆ และขอให้อาเซียนช่วยเป็นตัวเชื่อมระหว่างพม่ากับความช่วยเหลือจากภายนอก 
        
        ทีมจากอาเซียนทำงานภายใต้การประสานงานกันของ   3 ฝ่าย   โดยร่วมกับองค์การสหประชาชาติ และรัฐบาลทหารพม่า 
        
        นักการทูตจากอาเซียนคนหนึ่งในกรุงย่างกุ้ง กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ทีมช่วยเหลือจะเสร็จสิ้นการทำงานภายในสิ้นเดือนนี้ แม้จะเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่ากำหนดการเสร็จสิ้นภารกิจ คือกลางเดือน ก.ค.ก็ตาม 
        
        นักการทูตผู้นี้กล่าวต่อว่า “เราคาดหวังว่าทีมที่ส่งเข้าไปนี้  จะได้พบกับความยากลำบากทั้งหลาย พื้นที่หลายๆ แห่งยังคงไม่สามารถเข้าถึงได้โดยทางถนนหรือเรือ” 
        
        นายสุรินทร์ กล่าวว่า ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี มีหลายสิ่งที่ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไข  และเราก็กำลังดำเนินการอยู่ เราจะทำงานร่วมกันจนกว่าภารกิจจะสำเร็จลุล่วง 
        
        การเข้าไปดำเนินงานของทีมจากอาเซียนนั้นเริ่มขึ้น 1 วันหลังจากที่สหรัฐฯ ล้มเลิกความพยายามที่ จะโน้มน้าวให้รัฐบาลทหารพม่ายอมรับความช่วยเหลือที่ลำเลียงไปโดยเรือรบ 
 
                                                                                                          (ผู้จัดการออนไลน์)




โห...พม่าแจงเหตุอองซานซูจี "อันตรายต่อชาติ"
 

Your browser may not support display of this image.
สมาชิกพรรค NLD คนหนึ่งกำลังถือรูปนางอองซานซูจี ขณะที่รวมตัวกันเพื่อเดินขบวนไปยังที่พักของเธอซึ่งตั้งอยู่ในกรุงย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2551 รัฐบาลทหารพม่ายังคงยืนยันว่ามีสิทธิ์ในการยืดเวลาในการกักบริเวณออกไปอีก 1 ปี โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย.
 

คณะปกครองทหารพม่า  ยืนยันเมื่อวันพุธ (11 มิ.ย.) ว่ารัฐบาลมีสิทธิในการกักบริเวณนางอองซานซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน โดยเทียบกฎหมายความมั่นคงของประเทศกับกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และอังกฤษว่ามีความคล้ายคลึงกัน 
        
        ในบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ คณะรัฐบาลทหารกล่าวว่า การกักบริเวณผู้นำพรรคฝ่ายค้านผู้นี้  เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการปกป้องอธิปไตยของประเทศ 
        
        สำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า บทบรรณาธิการยังเน้นให้เห็นว่าอังกฤษ สหรัฐฯ สิงคโปร์ และมาเลเซียรวมถึงประเทศอื่นๆ ต่างก็มีกฏหมายที่คล้ายกันนี้ 
        
        "พม่าไม่ได้เป็นเพียงประเทศเดียวที่ประกาศใช้กฎหมายเพื่อป้องกันผู้ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อประเทศชาติ" นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ หนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลทหารพม่า กล่าว 
        
        หนังสือพิมพ์ฉบับนี้กล่าวต่อว่า "หากจำเป็นต้องปกป้องแผ่นดินอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอน ชีวิตและความกินดีอยู่ดีของประชาชน ทุกๆ รัฐบาลต้องมีการประกาศใช้กฎหมายและกำหนดข้อบังคับต่างๆ ขึ้น" 
        
        พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน กล่าวว่า การกักบริเวณนางซูจีเป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปีนั้นเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งย้ำว่าจะดำเนินการขอยื่นอุทธรณ์ในกรณีดังกล่าว 
        
        ขณะเดียวกัน บทวิจารณ์กล่าวว่า ภายใต้กฎหมายปี 1975 รัฐบาลมีสิทธิในการจับกุมพลเมืองคนใดก็ตามไว้เป็นเวลา 1 ปี และสามารถยืดเวลาออกไปได้อีก 5 ปีหากได้รับการอนุมัติจากสภา 
        
        คณะรัฐบาลได้ยืดเวลาในการกักบริเวณนางซูจีออกไปอีก 1 ปีเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งการกักบริเวณครั้งก่อนเริ่มขึ้นในปี 2003 
        
        "เราต้องอธิบายกฎหมายดังกล่าวในรายละเอียดเพราะทุกวันนี้ กลุ่มผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลรวมทั้งอ้างตนว่า  เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายกำลังวิพากษ์วิจารณ์ว่า   ข้อบังคับของรัฐบาลนั้น  ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย" เจ้าของบทความนี้ กล่าว 
        
        บทความยังกล่าวต่อว่า "ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาบ่อยครั้ง จะต้องถูกกักกุมให้อยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยเฉพาะ   หรือไม่ก็จะต้องถูกเนรเทศถ้าหากมีความจำเป็นเพื่อเป็นป้องกันการละเมิดกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นได้" 
        
        นางอองซานซูจี ซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและยังเป็นผู้ที่ท้าทายอำนาจของคณะทหารที่สำคัญ ถูกกักบริเวณครั้งแรกในปี 1989 และต้องอยู่ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านพักส่วนตัวมาเป็นระยะเวลารวมกันถึง 12 ปี ในตลอดช่วงเวลา 18 ปีที่ผ่านมา ระหว่างนั้นเคยได้รับการปล่อยตัวออกมาเป็นเวลาสั้นๆ เท่านั้น 
        
        การยืดเวลากักบริเวณของผู้นำฝ่ายค้านคนนี้ออกไปอีก 1 ปีเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทำให้เกิดความไม่พอใจ  และมีการประท้วงอย่างรุนแรงจากนานาชาติ 
        
        สหรัฐฯ  และสหภาพยุโรปยังคงดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจพม่าต่อไปเนื่องจากความล้มเหลวของคณะรัฐบาลทหารในการการดำเนินการปฏิรูปไปสู่ระบอบประชาธิปไตย.

 



หญิงท้องนับหมื่นในพม่าต้องการความช่วยเหลือด่วน
15  มิถุนายน 2551

ยูเอ็น  เผยหญิงท้องนับหมื่นในพม่ากำลังต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน แพทย์ไร้พรมแดนประเมินต้องป้อนอาหารให้ผู้ประสบภัยพม่าอีก 6 เดือน

Your browser may not support display of this image.นายวิลเลียม เอ ไรอัน โฆษกโครงการกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (12 มิ.ย.) ว่าขณะนี้มีหญิงท้องมากถึง 3.5 หมื่นคน ในพม่าที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเหมาะสม เพราะพายุไซโคลนนาร์กีสทำลายระบบสาธารณสุขของประเทศจนพังยับเยิน นอกจากนี้ ยังมีสตรีในพื้นที่ประสบภัยพิบัตินาร์กีสคลอดลูกกันตามมีตามเกิดมากถึงวันละกว่า 100 คน

  ตามปกติการตั้งท้อง และการคลอดบุตรในพม่าก็จัดเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากอยู่แล้ว โดยอัตราการเสียชีวิตตอนคลอดของผู้เป็นมารดาในพม่าก่อนพายุถล่มนั้นสูงถึง 380 ราย ต่อการคลอดบุตร 1 แสนครั้ง ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยเกือบ 4 เท่า และสูงกว่าในญี่ปุ่นถึง 30 เท่า การที่ระบบสาธารณสุขพังทลายลง และหมอตำแยประจำท้องถิ่นต้องสังเวยชีวิตให้แก่ไซโคลนเป็นจำนวนมาก ยิ่งทำให้ความเสี่ยงในการคลอดบุตรเพิ่มขึ้นมหาศาล นายไรอันกล่าวว่า ความจำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้คือ สร้างสถานีอนามัยที่สามารถรองรับการคลอดบุตรได้ขึ้นมาใหม่ ทั้งยังต้องส่งหมอตำแยที่มีความเชี่ยวชาญไปประจำให้มากขึ้นด้วย

  ทางด้านเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ของกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีหลังจากใช้เวลา 3 สัปดาห์ในพม่า เปิดเผยว่าผู้รอดชีวิตจากพายุไซโคลนนาร์กีสยังต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารต่อไปอีก 6 เดือน ในส่วนของการแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากหมู่บ้านหลายแห่งยังไม่มีถนนเข้าถึง นอกจากนี้ การลำเลียงสิ่งของบางครั้งยังต้องถ่ายจากเรือใหญ่สู่เรือเล็กเพื่อเข้าสู่หมู่บ้าน เจ้าหน้าที่พบหมู่บ้านใหม่ซึ่งยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือได้รับความช่วยเหลือไม่เพียงพอเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่เด็กร้อยละ 12 กำลังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร

 ขณะที่ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) แถลงที่สิงคโปร์ว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการบรรเทาทุกข์จากอาเซียนและยูเอ็น จำนวน 250 คน ที่เรียกว่า "ทีมประเมินสถานการณ์หลังนาร์กีส" จะเข้าไปในพื้นที่หลายส่วนที่ถูกพายุไซโคลนถล่ม เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างเต็มรูปแบบ  




:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.