
เห่พม่า
เอื้อนทำนองพร้อมเพลงบรรเลงพร่ำ
คราวฟ้าคล้ำเมฆคลุ้มมืดคลุมหม่น
โอละเห่เอละช้าประชาชน
ต้องอับจนเจ็บจำใจรำจวน
โอ้ชะเวดากองอังก่องกนก
นับหลายศกยังซ้ำเศร้ากำสรวล
องค์เจดีย์สุเลราวเซซวน
ยักษ์มันม้วนเมืองหมดกำสรดเมือง
แม้รังรองผ่องประไพพระตรัยรัตน์
แต่ผู้นำกำหนัดอำนาจเนื่อง
แสงแก้วสามรามส่องซึ่งรองเรือง
ก็ไม่เปลื้องอัมหิตให้ปลิดปลง
ปืนสะเทือนเถื่อนอธรรมถ่อยสำทับ เกินกลั้นขื่นกลืนระกำก็จำสู้
หวังให้พับพังยุ่ยเยี่ยงผุยผง เพื่อไปสู่สุขศรีเสรีสิทธิ์
ทำลายล่าฆ่าล้างภากภางลง เขากลับเห็นเป็นว่าปัจจามิตร
แม้แต่สงฆ์ยังซบสยบกาย จึงได้คิดขวางขัดกำจัดคน
เหมือนโศกซอนซ้อนซ้ำต้องคำสาป ทุรยุคทุกอย่างแล้วย่างกุ้ง
เพ่งมองภาพเห็นแต่ผู้แพ้พ่าย ควันปืนคลุ้งครอบหล้าโกลาหล
เขายุทธ์แย้งแย่งชิงตั้งหญิงชาย ขวัญคล้อยแคล้วแล้วพม่าประหม่ากมล
ใคร่แหงนหงายเงยหน้าไม่กล้าเงย กรรมเดือดดลกำเดาอีกเท่าใด
รัฐคอยก่อทรกรรมกระหน่ำกด โอละเห่เอละช้าโศกาฉะนี้
ต้องจำอดอกโอ้พุทโธ่เอ๋ย สุขจะมีคืนมาเวลาไหน
ครั้นยอมนิ่งยิ่งกาลล่วงผ่านเลย หรือต้องทนอนธกาอีกนานไกล
รัฐยิ่งเผยอิทธิพลยิ่งพ่นพิษ เพราะประชาธิปไตยนั้นไม่มี ! ???
โดย.....ฅราชู
|