ตัวอย่างการต่อสู้ : บทเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไทย
ปัญหาความขัดแย้งและเหตุการณ์ความไม่สงบในบริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย อันประกอบด้วย ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมทั้งบางเขตในจังหวัดสงขลา นับวันผู้ก่อการจะก่อเหตุรุนแรงและดึงมวลชนเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
นับตั้งแต่ 4 มกราคม 2547 ทหารและตำรวจตลอดทั้งประชาชนไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธหรือมุสลิม เสียชีวิตไปแล้วหลายพันคน สถานการณ์ภาคใต้ของไทยไม่ต่างจากสงครามอิรักเป็นสถานที่ฝึกนักฆ่ารุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
ผู้เขียนมองผ่านการต่อสู้ของคนมุสลิมในภาคใต้ของไทยไม่ต่างจากการต่อสู้ของคนมอญในพม่า เพราะต่างก็มี "มิติทางประวัติศาสตร์" และการได้ความ " อยุติธรรม" ของเจ้าของพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องและมีเป้าหมายเพื่อแยกตัวออกเป็น "รัฐอิสระ" เหมือนกัน ทั้ง 3 ปัจจัยนี้เป็นทฤษฎีในการสร้างแรงกระตุ้นขับเคลื่อนอุดมการณ์ของตน เพียงแต่การต่อสู้และการดึงมวลชนของกระบวนการก่อการร้ายภาคใต้ไทยมีศักยภาพและมีประสิทธิภาพมากกว่ากระบวนการกู้ชาติมอญที่มีกองกำลังพรรคมอญใหม่เป็นแกนนำ
นายหะยีสุหลง คือบุคคลทางประวัติศาสตร์และแบบอย่างของคนมุสลิมภาคใต้ เพราะเป็นบุคคลที่คนแรกที่นำมิติทางประวัติศาสตร์ของรัฐปัตตานีเข้าไปเกี่ยวข้องกับศาสนาและผู้นำทางศาสนา หะยีสุหลงเป็นคนมีการศึกษาและมีหัวก้าวหน้ามาก จบการศึกษามาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย เขาทำการเปิดโรงเรียนสอนศาสนา เพื่อต้องการฝังอุดมการณ์และแนวคิดของเขา ในปี 2490 หะยีสุหลงได้เสนอข้อเรียกร้อง 7 ประการต่อรัฐบาลไทยแต่ไม่ได้รับการตอบรับ ข้อเรียกร้อง 7 ประการ คือ
1. ให้มีข้าหลวงใหญ่ที่มีอำนาจเต็มในการปกครอง 4 จังหวัด เป็นผู้ที่ประชาชนใน 4 จังหวัดเป็นผู้เลือก
2. ภาษีและรายได้ที่เก็บได้ใน 4 จังหวัดให้ใช้จ่ายเฉพาะท้องถิ่น
3. ให้มีการเรียนภาษามลายูในชั้นประถมศึกษา
4. ให้ภาษามลายูเป็นภาษาราชการคู่ไปกับภาษาไทย
5. ข้าราชการใน 4 จังหวัดต้องเป็นชาวมุสลิม 80 %
6. ให้กรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้ออกกฎหมายเกี่ยวกับศาสนาและประเพณี
7. ให้แยกศาลศาสนาออกจากศาลจังหวัด โดยให้ศาลศาสนามีอำนาจเต็มในการพิจารณาคดี
ข้อเรียกร้องทั้ง 7 ประการนี้แสดงถึงจุดยืนและความต้องการของชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมครั้งแรก เป็นข้อเรียกร้องที่ไม่ต้องต้องการ "แยกดินแดน " แต่เน้นการ "ปกครองตนเอง" แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ต่อมาหะยีสุหลงถูกทางการไทยเรียกตัวไปสอบสวนและหายตัวไปในที่สุดซึ่งเข้าใจว่าถูกอุ้มฆ่า และกลายเป็นชนวนก่อเหตุความไม่สงบในภาคใต้จนกระทั้งตราบทุกวันนี้
ผู้เขียนเล่าถึง " เหตุ" ของการก่อการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยย่อ เพื่อเชื่อมโยงกับ "ผล " ที่ปรากฏ ณ ปัจจุบัน เพื่อให้เห็นแนวทางการต่อสู้ของคนมุสลิมในภาคใต้ที่อาศัยมิติทางประวัติศาสตร์ การไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินตามวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของตนเอง
ซึ่งขณะที่ผู้เขียน กำลังปั่นต้นฉบับอยู่นี้มีกลุ่มเยาวชนนักศึกษา และเด็กรวมทั้งผู้หญิงนับพันคนกำลังปิดถนนประท้วงเรียกร้องให้ทหารออกจากพ้นที่ ทำไมกระบวนการจัดตั้งมวลชนและแนวคิดของเขาจึงมีประสิทธิภาพและศักยภาพได้เพียงนี้ สัปดาห์หน้าเราจะมาวิเคราะห์ถึงกลยุทธ์ของกระบวนการนี้ครับ...
|