กันยายน 2551
ซูซูกิใส่โสร่งยกสูง..รถใหม่ในพม่า
พม่าห้ามชุมนุมรำลึก 1 ปีการปราบปรามนองเลือด
ก.ย. 27 คนกลุ่มเล็ก เรียกร้องประชาธิปไตยพม่า
ซาฟารีทัวร์นั่งบอลลูนเที่ยวพุกาม-พม่า
เรือโร้ดทูมัณฑะเลย์งดให้บริการ-จอดซ่อม 1 ปี
ญี่ปุ่นเล็งย้ายเข้าพม่าตัดเสื้อผ้าส่งออกผ่านไทย
ซูซูกิใส่โสร่งยกสูง..รถใหม่ในพม่า
30 กันยายน 2551

|
จากแดนอิเหนา Wagon R+ ข้ามน้ำข้ามทะเลไปเป็นรถยนต์ยอดฮิตของบรรดาแม่บ้านแห่งเมืองผู้ดี |
บริษัทผู้ประกอบรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิในพม่ากำลังจะเพิ่มไลน์การผลิตรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้ แต่ระบุว่าเป็นรุ่นที่เหมาะกับถนนที่ไม่เรียบในเขตชนบท
การประกอบรถรุ่นใหม่นี้ มีขึ้นหลังจากซูซูกิรุ่นวาก้อนอาร์พลัส (Wagon R+) ขายดิบขายดี แต่ก็มีข้อติติงจากผู้ใช้ว่า รถรุ่นนี้ค่อนข้างเตี้ยเหมาะสำหรับถนนในเมืองเท่านั้น
เคยมีข้อเสนอให้ดัดแปลงรถวากอนอาร์+ เป็นรถที่ยกตัวถังสูงขึ้นจากพื้นอีกเล็กน้อยสำหรับตลาดพม่าโดยเฉพาะ แต่บริษัทซูซูกิมอเตอร์ในญี่ปุ่นไม่เห็นด้วย
บริษัท SPA Motor Production ในเครือบริษัท First Myanmar Investment Group ซึ่งเป็นผู้ประกอบรถยนต์ซูซูกิกล่าวว่า ได้ยื่นโครงการประกอบรถยนต์รุ่นใหม่ และขยายการผลิตรุ่นวาก้อนอาร์พลัสต่อรัฐบาลตั้งแต่เดือน ก.ค.และ อยู่ระหว่างรอการอนุมัติ

|
R+ รุ่นแรกออกมามีเหลี่ยมรอบๆ คัน หน้าตาก็ประมาณนี้ |
การประกอบรถยนต์ในพม่าไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล เนื่องจากพม่าต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปถึง 100% แม้ว่าประเทศนี้จะร่ำรวยด้วยก๊าซธรรมชาติก็ตาม
ในเดือน ม.ค.บริษัท SPA Motor ประกาศแผนการเพิ่มการประกอบรถยนต์เป็น 10 เท่าตัวในปีนี้จากเพียง 168 คันที่ประกอบในปี 2550 และพร้อมๆ กันนั้นก็กำลังเตรียมขึ้นไลน์ประกอบอีกรุ่นหนึ่ง
“เราได้พยายามประกอบรถยนต์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทแล้วและซูซูกิแห่งญี่ปุ่นก็มีความต้องการเช่นเดียวกัน” นายเนย์ลิมอู (Nay Lim Oo) ผู้จัดการของบริษัทฯ กล่าวกับนิตยสารข่าวเมียนมาร์ไทมส์
โรงงานประกอบรถยนต์ของ SPA Motor ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมดาโกงใต้ (South Dagon) ใกล้กับกรุงย่างกุ้ง
เนื่องจากในพม่าเกิดอุทกภัยบ่อยครั้งขึ้นในช่วงปีหลังๆ นี้ ทำให้ผู้ประกอบรถยนต์ซูซูกิต้องนึกถึงรถอีกรุ่นหนึ่งที่มีขนาดวงล้อใหญ่ขึ้น ระดับตัวถังสูงจากพื้นให้เหมาะกับสภาพท้องถิ่นซึ่งถนนนอกเมืองยังไม่เรียบ และรถรุ่นใหม่จะต้องพร้อมลุย
|
รถมือสองก็ยังขายได้ราคาดี ในกรุงย่างกุ้งก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่มีจำนวนน้อยและไม่ใคร่มีใครอยากจะขาย |
นายอู กล่าวสั้นๆ โดยไม่เจาะจงรุ่น ระบุแต่เพียงว่ารถที่จะขึ้นสายการผลิตใหม่นี้เป็นสายรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ APV (All Purposes Vehicle)
สำหรับพม่าตลาดที่มีประชากร 50 ล้านคน อุตสาหกรรมรถยนต์ยังไม่เติบใหญ่จึงมีอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ประเทศนี้ร่ำรวยด้วยก๊าซธรรมชาติและส่งเสริมให้เจ้าของรถยนต์ทุกประเภท ทุกขนาดเปลี่ยนไปใช้ CNG (Compressed Natural Gas) แทนน้ำมัน
“รุ่นวากอนอาร์ (อาร์+) เหมาะสำหรับใช้ในเขตเมือง แต่รุ่นใหม่จะเหมาะสำหรับวิ่งบนทางหลวงและตามเส้นทางที่ไม่ค่อยเรียบอีกด้วย” นายอู กล่าว
ซูซูกิรุ่นใหม่ที่จะประกอบในพม่า จะเป็นไปตามดีไซน์จากโรงงานซูซูกิในอินโดนีเซียไลน์การประกอบจะอยู่ภายใต้การควบคุมของช่างเทคนิคกับวิศวกรจากซูซูกิญี่ปุ่น
สำหรับ วากอนอาร์+ ซึ่งเป็นรถยอดนิยมในขณะนี้ จะมีออกมาในหลายสียิ่งขึ้น รวมทั้งเขียว เหลืองกับสีเทาบรอนซ์ จากปัจจุบันที่ประกอบออกมาเพียง 3 สี คือ สีแดง น้ำเงิน กับ สีขาว เท่านั้น

|
รถมือสองก็ยังขายได้ราคาดี ในกรุงย่างกุ้งก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่มีจำนวนน้อยและไม่ใคร่มีใครอยากจะขาย |
วากอนอาร์พลัส เป็นรถยนต์ขนาดเล็กติดเครื่องยนต์ 1,100 ซีซี ที่ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดอีกรุ่นหนึ่งของซูซูกิ ทั้งในญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศในแถบเอเชีย
รถวากอนอาร์+ ที่ประกอบในอินโดนีเซียยังส่งไปจำหน่ายในหลายประเทศยุโรปด้วย ซูซูกิมอเตอร์ได้ลงทุนมหาศาลว่าจ้างลีโอาร์โด ดีคาปริโอ (Leonardo Di Caprio) ดารายอดนิยมแห่งฮอลลีวูดเป็นนายแบบโฆษณาให้
รถซูซูกิวากอนอาร์ ในญี่ปุ่นปัจจุบันได้พัฒนาไปอีกเจนเนอเรชันหนึ่ง กลายเป็น “อาร์พลัสพลัส” (Wagon R ++) ที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมในหลายจุด เติมออปชันต่างๆ ให้กับลูกค้ามากหลายรายการ รวมทั้งใช้เครื่องยนต์ที่ให้พลังแรงขึ้นอีกด้วย
รถยนต์ซูซูกิที่ประกอบในพม่าใช้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำเข้าจากญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และ เวียดนาม
บริษัท ซูซูกิมอเตอร์ (Suzuki Motor Co) แห่งญี่ปุ่นถือหุ้น 60% ใน SPA กระทรวงอุตสาหกรรม 2 ถือ 30% ส่วนที่เหลือเป็นหุ้นของบริษัทโตโยต้าซูเกียว (Toyota Sukyo) กับ FMI-SPA ฝ่ายละเท่าๆ กัน
ผู้จัดการออนไลน์
พม่าห้ามชุมนุมรำลึก 1 ปีการปราบปรามนองเลือด
27 กันยายน 2551

|
พระสงฆ์นั่งลงเกาะกลุ่มกันบนท้องถนนหลังจากทหาร-ตำรวจอาวุธครบมือปิดกั้นห้ามเข้าไปยังบริเวณมหาเจดีย์ชเวดากอน เมื่อวันศุกร์เพื่อรำลึกครบรอบปีการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลที่จบลงด้วยการถูกปราบปรามอย่างป่าเถื่อน (ภาพ: Reuters) |
รัฐบาลทหารพม่าได้สั่งทหาร และตำรวจอาวุธครบมือ ตั้งแนวขวางกั้นปิดถนนหลายสายในกรุงย่างกุ้งเมื่อวันศุกร์นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปีการปราบปรามประชาชนที่เดินขบวนต่อต้านรัฐบาลอย่างโหดเหี้ยมและนองเลือด
เจ้าหน้าที่ยังรักษาการณ์อย่างแข็งขันเป็นพิเศษในอาณาบริเวณใกล้กับบ้านพักของนางอองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน รวมทั้งที่บริเวณศาลาว่าการนคร ซึ่งเกิดระเบิดขึ้นที่นั่น 1 ครั้งในวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ในนั้น 1 คนอาการสาหัสและ ยังไม่มีกลุ่มใดกล่าวอ้างเป็นผลงาน
หนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ของรัฐบาลรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบระเบิดอีก 1 ลูกวางอยู่ใกล้เคียงกันและตั้งเวลาให้ระเบิดทำงานในอีกครึ่งชั่วโมงถัดไป
ต่างไปจากครั้งก่อน เกือบจะทุกครั้งที่เกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้ ทางการมักจะชี้นิ้วไปยังกลุ่มต่อต้านในแดน 2-3 กลุ่มว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
ถึงแม้จะยังไม่สามารถระบุได้ว่า ใครน่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด แต่นักการทูตผู้หนึ่งกล่าว เหตุการณ์ดังกล่าวเพียงพอที่ฝ่ายทหารจะใช้เป็นข้ออ้างในการเข้มงวดกวดขันในวันครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์นองเลือด

|
หลวงพี่รูปนี้ยืนอยู่เดียวดายมองดูทหารตำรวจอาวุธครบมือ หลังถูกห้ามมิให้เข้าไปยังมหาเจดีย์ชเวดากอนเมื่อวันศุกร์นี้ พระสงฆ์เป็นหัวหอกสำคัญในการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว (ภาพ: Reuters) |
มีผู้เสียชีวิต 31 คนในการปราบปรามผู้เดินขบวนระหว่างวันที่ 26-29 ก.ย.2550 ทั้งนี้เป็นตัวเลขโดยประมาณขององค์การสหประชาชาติขณะที่รัฐบาลชาติตะวันตกกล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจริงๆ สูงกว่านั้นมาก นักข่าวช่างภาพชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
สัปดาห์นี้ทางการทหารพม่าประกาศให้อิสรภาพแก่นักโทษราว 9,000 คนจากเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่ายังมีนักโทษการเมืองถูกคุมขังอยู่อีกราว 700 คน
ในบรรดาผู้ที่ได้รับอิสรภาพยังรวมทั้งนายวินทิน (Win Tin) นักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังยาวนานที่สุด นายทินเป็นนักหนังสือพิมพ์ได้รับการปล่อยตัวหลังถูกจำคุกเป็นเวลา 19 ปี.
ผู้จัดการออนไลน์
ก.ย. 27 คนกลุ่มเล็ก เรียกร้องประชาธิปไตยพม่า
วันที่ 24 กันยายน 2551

• http://www.thaifreeburma.org •
วันก่อนได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับทีมงาน Thai Free Burma ร่วมกับเพื่อนท่านหนึ่ง ซึ่งทีมงานที่มากันในวันนั้นเป็นฝรั่งท่านหนึ่ง และชาวพม่าอีกท่านหนึ่ง
กลุ่มนี้กำลังวางแผนที่จะจัดกิจกรรมชุมนุม และร่วมกันแสดงพลังเพื่ออิสรภาพและประชาธิปไตยของพม่าในช่วงปลายเดือนนี้
แต่ก่อนอื่น คุณผู้อ่านอาจจะรีบคิดไปว่า “อะไรวะ ... ชุมนุมอีกแล้วเหรอ?”
เอาเป็นว่า กิจกรรมนี้คงไม่ได้ถึงขนาด “ปิดถนนทั้งสาย” หรือ “บุกยึดสถานที่ใดๆ” เหมือนความเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยในตอนนี้หรอก
ปีที่แล้ว อาจจะมีหลายคนรับทราบเหตุการณ์ที่กำลังทหารปราบปราม “พระสงฆ์” และ “ประชาชน” ชาวพม่า ที่ออกมาประท้วงตามท้องถนน จนทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
คราวนั้นจำได้ดี ที่ได้มีโอกาสสวมเสื้อแดงสกรีนคำว่า FREE BURMA ชุมนุมที่สถานทูตพม่า แล้วถูกตำรวจ สน.ยานนาวาออกมาด่าผู้ชุมนุมว่า “ไอ้เหี้ยพม่า... กลับบ้านได้แล้วไป”
ผ่านพ้นเหตุการณ์เข่นฆ่าชาวพม่าด้วยกันเองแล้ว ชาวพม่าเจอเคราะซ้ำกรรมซัด “พายุนาร์กีส” ที่คร่าชีวิตชาวพม่าเป็นหมื่นคน พร้อมกับเสียงอื้ออึงถึงความช่วยเหลือของ
ทางการพม่า ที่ล่าช้าเสมือนไม่สนใจใยดีจนนานาอารยะประเทศต้องออกมาประณาม
แต่ทีนี้ มีบางท่านบอกว่า คนไทยรับรู้อะไรเพียงฉาบฉวยผิวเผิน พอให้เป็นที่รับรู้ ต่อจากนั้นอะไรที่ไม่สำคัญหรือธุระไม่ใช่ ก็พากันลืมเลือน เหมือนคำพูดที่เอ่ยกันจนชินคำว่า “คนไทยลืมง่าย”
เท้าความเสียขนาดนี้ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ เพียงแต่อยากจะพูดถึงเรื่องที่มันยังไม่ถูกหยิบเป็นกระแส เผื่อคุณผู้อ่านบางท่านที่กำลังเอียนๆ กับหลายเรื่องราวในบ้านเรา ได้เปลี่ยนบรรยากาศเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน
ไม่น่าเชื่อว่า ในช่วงที่คุณสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาพูดว่า “นายพลตัน ฉ่วย” ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า “เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี” เพราะเขาสวดมนต์ทุกวัน
ซึ่งในความเป็นจริง น่าจะมีหลายคนทราบว่า เมื่อปีที่แล้ว “นายพลตัน ฉ่วย” เป็นผู้บงการสั่งให้ทหารปราบปรามประชาชน และโดยเฉพาะ “พระสงฆ์” ของตัวเอง
คำนี้อาจจะไม่เป็นข่าวเท่ากับคำว่า “ไปเสพเมถุนกับใครมา” หรือ “6 ตุลา ตายศพเดียว” ที่เป็นข่าวฮือฮา ใครที่เกลียดลุงสมัครเป็นได้ “ของขึ้น” ทุกครั้งไป
ใครที่ดูรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ในช่วงที่พันธมิตรบุกยึดทำเนียบ เคยออกมาพูดว่า “ที่อเมริกาป่านนี้ถูกยิงทิ้งไปแล้ว” พูดแบบนี้มันเหมือนกับว่า เรื่องเข่นฆ่าเป็น “เรื่องปกติ” ไปซะอย่างนั้น
ว่ากันเรื่องของพม่าต่อ วันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 สิงหาคมเดือนที่แล้ว ขณะที่ภาพหนึ่งสายตาจดจ้องไปที่ประเทศจีน ซึ่งกำลังจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิตฤดูร้อน
อีกด้านหนึ่ง ได้มีการจัดงานรำลึก 20 ปีของการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 1988 (8888) โดยเริ่มต้นจากสถานทูตจีน แล้วไปต่อที่สถานทูตพม่า
แต่ดูเหมือนว่ากระแส “โอลิมปิคฟีเวอร์” จะทำให้สิ่งที่พวกเขาเรียกร้องให้ชาวโลกได้รับรู้ไม่ได้เป็นใจสักเท่าไหร่
วันเสาร์ 27 กันยายนที่จะถึงนี้ พวกเขาจะทำกิจกรรมแสดงพลังเพื่ออิสรภาพและประชาธิปไตยของพม่ากันอีกครั้ง ทราบว่าในช่วงนี้กำลังเตรียมงานกันอยู่ โดยเฉพาะเรื่องสถานที่
เอาเป็นว่า หากใครที่สนใจ อยากจะติดตามและร่วมกิจกรรมในวันเสาร์นี้ ให้ติดตามได้ที่เว็บไซต์ที่คนกลุ่มนี้ทำขึ้นมา http://www.thaifreeburma.org ซึ่งเร็วๆ นี้จะแจ้งให้ทราบถึงกิจกรรม และสถานที่จัดงาน
รวมทั้งในอนาคตอันใกล้นี้ เว็บไซต์แห่งนี้จะเป็นช่องทางภาคภาษาไทย และภาคภาษาอังกฤษ ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นไปของพม่า เราอาจจะได้เรียนรู้เรื่องนี้ง่ายขึ้นไปอีก
จากเดิมที่เรามองว่า เรื่องความขัดแย้งในพม่าเป็นเรื่องไกลตัวคนไทย หากได้ศึกษาจะพบว่ามีหลายเรื่องที่เกี่ยวพันกับชีวิตคนไทย
แรงงานพม่าที่มาค้าขายแรงงานในบ้านเรา
ชนกลุ่มน้อยในพม่ามาลี้ภัยตามชายแดนในบ้านเรา
ก๊าซธรรมชาติมาจากแหล่งยานดานาของพม่า ก็นำมาใช้ในบ้านเรา
ปล่อยกู้ให้พม่าเพื่อแลกสัมปทานดาวเทียม ก็อดีตรัฐบาลบ้านเรา
ทุกอย่างที่เกี่ยวกับพม่า มีความเกี่ยวพันกันหมด ไม่แพ้ฝรั่งมังค่า หรือความเป็นตะวันออก จีน-ญี่ปุ่น ที่เข้ามามีบทบาทเสมอในบ้านเรา
คนที่ดูข่าวต่างประเทศ โดยเฉพาะนักวิเคราะห์ข่าวชื่อดังอย่าง “สุทธิชัย หยุ่น” มักจะบอกกับผู้ชมเสมอว่า “ข่าวต่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทยอีกต่อไป”
ใครที่ไปได้ก็ขอเชิญร่วมงานนี้ อาจจะไม่คึกคัก แต่เปลี่ยนบรรยากาศ มาเรียนรู้เรื่องอื่นความเคลื่อนไหว การรวมตัวของประชาชนในรูปแบบอื่นๆ เสียบ้างก็ดีเหมือนกัน จะได้อะไรที่หลากหลายกว่าที่เราคุ้นชินอยู่เดิมๆ ไงครับ
( blog/ kittinunn )
ซาฟารีทัวร์นั่งบอลลูนเที่ยวพุกาม-พม่า
23 กันยายน 2551

|
บอลลูนเหนือพุกาม อยู่ที่นี่มานานแล้ว ค่าเข้าชมทัศนียภาพปกติคนละ 320-350 ดอลลาร์ (ภาพ: www.fiveprime.org) |
|
บริษัทบอลลูนแห่งพุกาม (Balloon over Bagan) จะจัดทัวร์พิเศษในปลายปีนี้ ด้วยค่าบริการพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจท่องแบบซาฟารี เป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม รวมทั้งขึ้นบอลลูนชมทัศนียภาพอันงดงามในภาคเหนือพม่า รวมทั้งชมทุ่งเจดีย์แห่งพุกามแบบเต็มๆ
การท่องเที่ยวนัดพิเศษจะจัดขึ้น 3 รอบในวันที่ 8, 13 และ 18 ธ.ค.ศกนี้ นายเบร็ต เมลเซอร์ (Brett Melzer) ผู้จัดการบริษัทดังกล่าวบอกกับนิตยสารข่าวเมียนมาร์ไทมส์ สัปดาห์ที่แล้ว
ทัวร์พิเศษสุดนี้จะเริ่มจากการนั่งเครื่องบินจากกรุงย่างกุ้งไปยังเมืองเฮเฮาะ (Heho) ในรัฐชาน (Shan) แล้วเดินทางต่อโดยรถยนต์ไปยังเมืองปินดายา (Pinyada) เพื่อนั่งบอลลูนขึ้นชมทิวทัศน์ในยามค่ำ วันรุ่งขึ้นนั่งบอลลูนต่อ ก่อนจะเดินเท้าไปชมทัศนียภาพใกล้ๆ กับทะเลสาบ อินเล (Inle)
บอลลูนจะนำนักท่องเที่ยวผ่านหุบเขาอันสวยงาม ผ่านหมู่บ้านที่เรียงรายเป็นหย่อมๆ ในรัฐชาน และชมเจดีย์บนยอดเขาหลายแห่ง
ในช่วง 3 วันยังจะมีโอกาสได้ชมความสวยงามของทะเลสาบอินเลที่อยู่เบื้องลนักท่องเที่ยว ยังจะได้ขึ้นชมบ้านยกพื้นสูงของชาวประมงในทะเลสาบ อุทยานลอยน้ำและชมชีวิตความเป็นอยู่ตามธรรมชาติของชาวเล
|
ยามเย็นที่นี่สวยงามมาก พุกามยังไม่ได้เป็นแหล่งมรดกโลก นักท่องเที่ยวกล่าวว่าสมควรยิ่งที่จะได้มีฐานะเกียรติยศนี้ (ภาพ: www.fiveprime.org) |
|
ซาฟารีทัวร์จะสิ้นสุดลงที่พุกาม 2 วันสุดท้ายที่นั่นมีโปรแกรมสำคัญมากมาย รวมทั้งการขึ้นบอลลูนในยามเช้าตรู่ชมความงดงามอันน่าอัศจรรย์ของทุ่งเจดีย์ ชมมหาเจดีย์เก่าแก่หลายแห่ง ก่อนจะขึ้นเครื่องบินกลับกรุงย่างกุ้ง
ยังไม่มีการเปิดเผยค่าบริการซึ่งจะรวมทั้งค่าที่พัก อาหารทุกมื้อ ค่าเข้าชมโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวมทั้งค่าพาหนะในการเดินทางตลอดเวลาด้วย.
ผู้จัดการออนไลน์
เรือโร้ดทูมัณฑะเลย์งดให้บริการ-จอดซ่อม 1 ปี
21 กันยายน 2551

|
โร้ดทูมัณฑะเลย์จากยุโรปสู่แม่น้ำอิรวดีเกือบจะสิ้นชื่อลงเพราะพายุใหญ่เมื่อต้นปีนี้ แฟนๆ จะต้องรออีก 1 ปีเต็มๆ จึงจะไปใช้บริการได้อีก |
|
บริการเดินเรือโร้ดทูมัณฑะเลย์ (Road to Mandalay) อันเก่าแก่และมีชื่อเสียงในพม่าได้งดให้บริการเป็นเวลา 1 ปีเพื่อจอดซ่อมแซม หลังจากได้รับความเสียหายอย่างหนักจากไซโคลนนาร์กิสเมื่อเดือน พ.ค. บริษัทผู้ดำเนินการให้บริการกล่าวกับนิตยสารข่าวเมียนมาร์ไทมส์
นายนิโคลัส ราเบียร์ (Nicholas Nabier) ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทโร้ดทูมัณฑะเลย์เมียนมาร์โฮเตลแอนด์ครูยส์ (Road to Mandalay Myanmar Hotel & Cruise) กล่าวว่า แม้จริงแล้วบริษัทได้งดให้บริการมาตั้งแต่เดือน ก.ค. หลังจากได้พยายามเปิดให้บริการอีกครั้งหนึ่ง โดยล่องทวนลำน้ำอิรวดีไปยังเมืองภะเมาะ (Bhamo) ในรัฐกะฉิ่น (Kachin) ในภาคเหนือของประเทศ
นายราเบียร์กล่าวว่าเรือโร้ดทูมัณฑะเลย์ ได้รับความเสียหายอย่างหนักในวันที่ 3 พ.ค. ตอนเข้าจอดท่าเรือย่างกุ้งและเป็นเวลาที่พายุนาร์กิสพัดเข้าถึงพอดี
"โครงสร้างข้างในบิดงอ โชคดีที่ยังพอซ่อมแซมและตบแต่งขึ้นมาใหม่ได้แต่จะต้องใช้เวลานาน" ซึ่งทั้งหมดจะดำเนินการโดยวิศวกรจากต่างประเทศ ผู้จัดการของบริษัทกล่าว
ประวัติของเรือโร้ดทูมัณฑะเลย์นั้นคือประวัติของการเดินทางไกล เริ่มให้บริการเป็นเรือสำราญ ขึ้นและล่องตามแม่น้ำไรน์ (Rhine) ในเยอรมนี ให้บริการเที่ยวแรกวันที่ 6 มิ.ย. 2507

|
ปัจจุบันมี "เรือนอน" หลายลำให้บริการคล้ายกับโร้ดทูมัณฑะเลย์ซึ่งต้องเดินรทางข้ามคืน แต่ไม่มีลำอื่นใดเทียบชั้น เจ้าตำหรับจากยุโรปได้ |
|
ต่อมาในปี 2537 บริษัทโอเรียนท์เอ็กซ์เพรสโรงแรม รถไฟและแล่นเรือ (Orient Express Hotels, Trains and Cruise) ได้ซื้อต่อ ขณะที่เรือลำนี้เป็นโรงแรมลอยน้ำอยู่ที่เมืองเดรสเดน (Dressden) เยอรมนี
ปี 2538 เรือถูกนำไปยังพม่าโดยแล่นผ่านช่องแคบอังกฤษ ออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก เข้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผ่านช่องแคบสุเอซ สู่มหาสมุทรอินเดีย และถึงกรุงย่างกุ้งในที่สุด และเริ่มให้บริการระหว่างกรุงย่างกุ้ง เมืองมัณฑะเลย์ พุกาม (Bagan) และ ภะเมาะ (Bhamo) มาตั้งแต่นั้น
บริการของโร้ดทูมัณฑะเลย์ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปเยือนพม่ามาตลอด.
ผู้จัดการออนไลน์
ญี่ปุ่นเล็งย้ายเข้าพม่าตัดเสื้อผ้าส่งออกผ่านไทย
7 กันยายน 2551

|
ภาพจากเมียนมาร์ไทมส์ โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าต้องปิดลงนับร้อยๆ ตั้งแต่สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ วันนี้นักลงทุนญี่ปุ่นกำลังมุ่งหน้าไปที่นั่นเพื่อผลิตและส่งกลับผ่านไทยไปจำหน่ายในประเทศ |
บริษัทตัดเย็บเสื้อผ้าส่งออกจากจีนจำนวนไม่น้อยกำลังมองหาช่องทางย้ายโรงงานจากจีนเข้าพม่า หลังจากค่าแรงในประเทศจีนสูงขึ้นเป็นลำดับ และยังมองหาความเป็นได้ที่จะส่งสินค้าผ่านประเทศไทยเพื่อลดต้นทุน
ปีที่แล้วการส่งออกสินค้าตัดเย็บ หรือ CMP (Cut, manufacture and produce) ซึ่งได้แก่เสื้อผ้าสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์รองเท้า จากพม่าไปญี่ปุ่นขยายตัว 38% คิดเป็นประมาณ 49% ของมูลค่าส่งออกจากพม่าไปญี่ปุ่นทั้งหมด
มูลค่าการค้าสองทางเพิ่มขึ้นเป็น 144.7 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว จาก 111 ล้านในปี 2549
นายเออิทาโร่ โคจิม่า (Eitaro Kojima) ผู้อำนวยการจัดการองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร (Japan External Trade Organization) ในกรุงย่างกุ้งกล่าวเรื่องนี้กับนิตยสารข่าวเมียนมาร์ไทมส์ฉบับวางจำหน่ายในสัปดาห์นี้
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สมาคมเสื้อผ้าส่งออกพม่า (Myanmar Garment Manufacturers’ Association) กล่าวว่า ปัจจุบันเป้าส่งออกอยู่ที่ยุโรป ละตินอเมริกาและญี่ปุ่นเป็นหลัก ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดยุโรปมีความยุ่งยากเป็นลำดับ
พม่าตกอยู่ใต้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่นำโดยสหรัฐฯ และ สหภาพยุโรป ซึ่งได้ห้ามการนำเข้าสินค้าทุกชนิดจากประเทศนี้ โดยกล่าวหาว่าระบอบทหารที่ครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2505 ยังปราบปรามประชาชน ละเมิดสิทธิมนุษยชนและยังไม่ยอมปฏิรูปไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย
ผู้อำนวยการเจโทรกล่าวว่าอุปสรรคสำคัญคือ จะต้องส่งสินค้าไปยังท่าเรือในมาเลเซียหรือสิงคโปร์ก่อนจะส่งต่ออีกทอด เนื่องจากยังไม่มีบริการเรือสินค้าตรงไปจากพม่าทำให้ต้องใช้เวลาขนส่งถึง 20 วัน
อย่างไรก็ตามนายโคจิม่ากล่าวว่าทางเลือกที่สำคัญในขณะนี้ก็คือ การส่งผ่านประเทศไทย
"ถ้าเราขนส่งโดยทางบกผ่านเมียววดีเข้ากรุงเทพฯ และลงเรือจากที่นั่น ก็จะสามารถร่นระยะเวลาขนส่งจากกรุงย่างกุ้งไปยังญี่ปุ่นลงเหลือเพียงสิบวัน" ผู้อำนวยการของเจโทรกล่าว
เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวอีกว่า ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาการขนส่งได้จะมีนักลงทุนจากญี่ปุ่นเข้าไปตั้งโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าในพม่าจำนวนมาก เนื่องจากกำลังหาทางย้ายฐานการผลิตจากจีนที่ค่าแรงนับวันสูงยิ่งๆ ขึ้น
ปัจจุบันมีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าในพม่าประมาณ 130 แห่ง ในนั้นมีไม่ถึง 10% ที่เป็นของนักลงจากญี่ปุ่น ประเทศนี้ยังเป็นตลาดนำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปใหญ่อันดับสามของโลก รองจากสหรัฐฯ กับเยอรมนี มูลค่านำเข้าปีที่แล้วพุ่งขึ้นเป็น 23,000 ล้านดอลลาร์ นายโคจิม่ากล่าว
"พวกเรา (ญี่ปุ่น) ส่วนใหญ่นำเข้าเสื้อผ้าจากจีน อิตาลี เวียดนาม เกาหลีใต้และไทย ปัจจุบันพม่าอยู่ในอันดับที่สิบผู้ส่งออกเสื้อผ้าไปญี่ปุ่น"
นายโคจิม่ายังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันนักลงทุนอุตสาหกรรมเสื้อผ้าส่งออกญี่ปุ่นที่ประกอบการอยู่ในประเทศจีนกำลังพิจารณาย้ายสู่กัมพูชา พม่า ลาวและบังกลาเทศ เพื่อหนีต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในจีน
"ในอนาคตอันใกล้นี้ อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าฯ จะเป็นภาคธุรกิจที่มีความสำคัญมากในพม่า โดยมีศักยภาพอย่างสูงสำหรับนักลงทุนญี่ปุ่นซึ่งในขณะนี้ได้เริ่มเคลื่อนเข้าพม่าแล้ว" นายโคจิม่ากล่าว.
โดย ผู้จัดการออนไลน์