หน้าแรก
   аёЃаёІаёЈа№ЂаёЎаё·аё­аё‡
   аёЃаёІаёЈаёЁаё¶аёЃаё©аёІ
   аёљаё±аё™а№Ђаё—аёґаё‡
   а№ЂаёЁаёЈаё©аёђаёЃаёґаё€
   аё›аёЈаё°а№Ђаёћаё“аёµаёЎаё­аёЌ
   บทกลอน
   аёљаё—аё„аё§аёІаёЎ
 пїЅпїЅпїЅЗ»пїЅРЁпїЅпїЅС№
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ผู้นำพม่าโชว์ฐานที่มั่นแห่งใหม่ฉ่ว


ผู้นำพม่าโชว์ฐานที่มั่นแห่งใหม่

สัปดาห์ก่อน นายบัน คี-มูน เลขา�ิ การสหประชาชาติ ได้รับไฟเขียวเดินทางเข้าเชื่อว่าหลายท่านยังคงหดหู่และเห็นใจไม่หาย กับชะตากรรมของมนุษย์ร่วมโลกที่เผชิญกับภัยพิบัติทาง�รรมชาติครั้งใหญ่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทั้งแผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวนของจีน และพายุไซโคลนนาร์กีสที่พม่า
 
ที่จีนไม่เท่าไหร่ เพราะรัฐบาลเอาจริง เอาจังให้ความช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ แต่กรณีของพม่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คือแทนที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลักและอันดับแรก แต่กลับปฏิเส�ความหวังดีของนานาชาติที่รีบเสนอความช่วยเหลือ ทั้งที่ขีดความสามารถของตนเองในการให้ความช่วยเหลืออยู่ในวงจำกัดหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้สำหรับภัยพิบัติขนาดนี้
 
เล่นแง่ตั้งเงื่อนไขสารพัด โดยไม่นึกถึงความทุกข์ยากของประชาชนที่รอคอยความช่วยเหลือแม้แต่น้อย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะห่วงอำนาจที่ครองอยู่จะถูกบ่อนทำลายจากภัยแอบแฝง และความระแวงฝังหัวกลัวคนนอกจะ เข้าไปรู้เห็นกับตา สภาพความทุกข์เดือดร้อนของชาวพม่าระดับรากหญ้า ประจานความล้มเหลวการปกครองประเทศของตนเอง
 
จนถึงวันนี้ตัวเลขเหยื่อพายุไซโคลน นาร์กีสในพม่า ซึ่งแทบทั้งหมดส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่แถบที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี ทั้งตายและสูญหายมีมากกว่า 133,000 คน ที่สูญหายเชื่อว่าเกือบร้อยทั้งร้อยตายไปแล้วไม่มีเหลือ เพียงแต่ยังหาศพไม่เจอเท่านั้น ถ้ารอดชีวิตป่านนี้คงกลับถึงบ้านให้ญาติพี่น้องเห็นหน้าแล้ว

ส่วนผู้รอดชีวิต  และได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ราว   2.4 ล้านคน ถึงขณะนี้ความช่วยเหลือจากต่างชาติเข้าถึงเพียงร้อยละ 40 เท่านั้น
 
พม่า เพื่อไปสังเกตการณ์และร่วมประชุมนานาชาติให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมีผู้สื่อข่าวต่างชาติกลุ่มย่อย  ร่วมติดตามคณะไปด้วยในจำนวนนี้รวมถึง  จอห์น  ไฮล์พริน ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวเอพี  ซึ่งได้เขียนเล่าสิ่งที่ได้ไปเห็นมา จึงขออนุญาตขยายความนำมาบอกเล่าต่อ ณ ที่นี้
 
นอกจากย่างกุ้งแล้วคณะรัฐบาลทหารพม่าซึ่งนำโดย  พล.อ.อาวุโส  ตาน  ฉ่วย  ยังเปิดโอกาสให้คณะของนายบัน คี-มูน  เดินทางไปเยี่ยมชมความทันสมัย  และโอ่อ่าอลังการบางส่วนของกรุงเนย์ปิดอว์เมืองหลวงใหม่  ที่รัฐบาลทุ่มเงินสร้างมหาศาลด้วย
 
เนย์ปิดอว์อยู่ในเขตจังหวัดปินมานา   ภาคกลางของประเทศ    แต่อยู่เหนือย่างกุ้งเมืองหลวงเก่าขึ้นไปราว 385 กม. ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7,000 ตร.กม. เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2548 ถึงขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ทยอยย้ายคนเข้าไปอยู่ ตามแผนเมื่อแล้วเสร็จจะมีคน

อยู่ในเมืองนี้ราว  9.2 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการพลเรือน/ทหารและครอบครัว ในศูนย์ที่พักแบบอพาร์ตเมนต์ขนาด  4 ชั้นจำนวน 1,200 หลัง
 
ใช้แรงงานก่อสร้างราว 80,000 คน เฉพาะค่าแรงมีการคิดคำนวณคร่าว ๆ ตกปีละ 32.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณพันล้านบาทเศษ ๆ กว่าโครงการจะแล้วเสร็จอย่างน้อยก็ในปี 2555คงจะให้เป็น “เมืองหลวงราชการ”โดยศูนย์กลางการค้าและ�ุรกิจยังอยู่ที่ย่างกุ้ง แบบเดียวกับมาเลเซียสร้างปุตราจายาทางใต้ของกัวลาลัมเปอร์
 
การเดินทางจากย่างกุ้งไปยังเนย์ปิดอว์   หากใช้รถยนต์บนถนนสองเลน   สภาพไม่ดีนัก ต้องใช้เวลาอย่างน้อย   7 ชม.  แต่คณะของบันไปเครื่องบินเช่าเหมาลำชั่วโมงเดียวถึง และสัมผัสแรกของความขัดแย้งที่  จอห์นเห็นเมื่อไปถึงคือ   แผ่นป้ายด้านนอกสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง เขียนไว้ทำนองพร้อมจะให้บริการรับใช้ประชาชน  ในขณะที่เหยื่อนาร์กีส   2.4 ล้านคน  กำลังถูกรัฐบาลกีดกันความช่วยเหลืออยู่ทางใต้ของประเทศ
 
จากสนามบินไปยังเนย์ปิดอว์เดินทางด้วยรถยนต์ราว 40 นาที จอห์นบอกว่าเป็นถนนทางด่วน 8 เลนแบบเดียวกับที่ลอส แองเจลิส ซึ่งน่าจะเป็นถนนสายกว้างที่สุดและราบเรียบที่สุดของประเทศ   ตลอดเส้นทางไม่มีรถยนต์คันอื่นวิ่งให้เห็นแม้แต่คันเดียว   จะมีก็แต่คนงานกวาดถนนด้วยไม้กวาดเป็นระยะ
 
เนย์ปิดอว์มีกระแสไฟฟ้าใช้ตลอด 24 ชม. ซึ่งเป็นเมืองเดียวของประเทศ ส่วนเมืองอื่น ๆ แม้แต่ย่างกุ้งเมืองหลวงเก่า   จะมีไฟฟ้าให้ประชาชนใช้เป็นช่วง ๆ   ในแต่ละวัน  หรือบางครั้งบางจุดก็  เสียไม่จ่ายกระแสไฟฟ้าติดต่อกันหลายวัน    ถือเป็นเรื่องปกติของประชาชนชาวพม่าทั่วไป
 
การวางผังเมืองเนย์ปิดอว์แบ่งออกเป็น  4 โซนหลัก ได้แก่  1. โซนข้าราชการ  2. โซนโรงแรมที่พัก 3. โซนอุตสาหกรรม และ 4. โซนทหาร ซึ่งโซนหลังสุดว่ากันว่ากว้างขวางใหญ่โต  รถหรูของบรรดานายทหารระดับสูง   และเครือญาติวิ่งกันขวักไขว่ ผู้คนแต่งตัวหรูภูมิฐาน โซนนี้ยังเป็นที่ตั้งของกรมกองทั้งหมดในสังกัดกระทรวงกลาโหม  มีโรงเรียน มหาวิทยาลัย   และสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการป้องกันประเทศ
 
แต่จริง ๆ แล้วกลุ่มผู้นำพม่าแยกเมืองหลวงใหม่ออกเป็น  2 โซน คือ 1, 2, และ  3 รวมเป็นโซนพลเรือน ส่วน 4 เป็นโซนทหาร ทั้งหมดอยู่ในทำเลหุบเขาเหมือนแอ่งกระทะ ในโซนทหารส่วนที่เป็นลานกว้างสำหรับพิ�ีสวนสนาม  หรือกิจกรรมอื่นๆ ของกองทัพ จะมีพระราชานุสาวรีย์อดีตจอมกษัตริย์  3 พระองค์ของพม่า   เป็นรูปปั้นสำริดขนาดใหญ่เด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินกษัตริย์ทั้งสามพระองค์ที่ว่านี้คือ  พระเจ้าอโนร�าแห่งนครพุกาม พระเจ้าบุเรงนองจอมศึกแห่งหงสาวดี   และพระเจ้าอลองชญาแห่งชเวโบ
 
โซนโรงแรมมีรีสอร์ท สนามกอล์ฟมาตรฐาน โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว วันที่ไปถึงคณะของบันรวมถึงนักข่าวได้รับการต้อนรับอย่างหรูหรา   ก่อนจะพาออกชมเมืองโดยจุดเด่นอยู่ที่อาคารทำเนียบรัฐบาล  ที่สร้างใหญ่โตสไตล์โซเวียต   แต่ตกแต่งหรูหราแม้จะยังไม่แล้วเสร็จ   จอห์นและกลุ่มนักข่าวที่ไปด้วยกันบอกว่า    สภาพเนย์ปิดอว์เท่าที่เห็นโดยรวม แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับส่วนที่เหลือทั้งหมดของพม่า    ยิ่งเปรียบเทียบกับสภาพพื้นที่เหยื่อไซโคลนนาร์กีสแล้ว งานนี้เหมือนกับทัวร์เที่ยวชมสวรรค์และนรกในคราวเดียวกัน
 
หลังทราบข่าวพายุไซโคลนนาร์กีสถล่มพม่า   บันพยายามติดต่อทางโทรศัพท์และจดหมายกับ พล.อ.ตาน ฉ่วย   หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ พบกันในห้องรับรองแขกของทำเนียบรัฐบาลที่เนย์ ปิดอว์ พล.อ.ตาน ฉ่วย กล่าวขอโทษ โดยบอกว่า “ไม่มีเวลา” ตอบหรือรับสายโทรฯ
 
บันกับผู้นำหมายเลข 1 ของพม่า พบปะหารือกันนาน 1 ชั่วโมงกับอีก 10 นาที เจ้าหน้าที่สหประชาชาติบอกว่า พล.อ.ตาน ฉ่วย พูดอยู่ฝ่ายเดียวตลอด 50 นาทีแรก การพูดคุยในโอกาสหายากอย่างนี้บันคงไม่ให้เสียเที่ยว น่าจะมีประเด็นการเมืองรวมอยู่ด้วย
 
เสร็จออกมาบันบอกนักข่าวว่า พล.อ. ตาน ฉ่วย รับปากจะให้หน่วยช่วยเหลือบรรเททุกข์ต่างชาติ เข้าถึงพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ อิรวดีมากขึ้น
 
เลขาаё?ิการสหประชาชาติคงรู้ซึ้ง  “คำสัญญา”  ของผู้นำพม่ากับตัวเองแล้ว  จากเมื่อวันก่อนรัฐบาลพม่าประกาศขยายเวลากักบริเวณนางออง аё‹аёІаё™ аё‹аё№аё€аёµ ผู้นำฝ่ายค้านในบ้านพักกรุงย่างกุ้งต่ออีก 1 аё›аёµ ตามด้วยเสียงก่นด่าต่างชาติที่ต้องการเข้าไปช่วยเหยื่อนาร์กีสในพื้นที่ปากแม่น้ำ  аё­аёґаёЈаё§аё”аёµ โดยบอกว่าชาวพม่าในพื้นที่ 2.4 ล้านคน   “ช่วยเหลือตัวเองได้” โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาต่างชาติ.


   аёЄаёёаёћаё€аё™а№Њ аё­аёёа№‰аёўаё™аё­аёЃ    
( 1В В  аёЎаёґаё–аёёаё™аёІаёўаё™В В  2551 )




:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.