หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ǻШѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ย่างกุ้งไฟดับมา 1 เดือนของแพงพม่าระทม


หม่องโอ่คุมยาเสพติดอยู่-กวาดนักค้ากว่า 200
18  มิถุนายน  2551

เจ้าหน้าที่ทางการพม่าและผู้แทนจากส่วนต่างๆ กำลังตรวจสอบยาเสพติดซึ่งยึดได้ที่เมืองลาเฉียว (Lashio) ในเขตรัฐฉานของพม่า เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ทั้งนี้ พม่าเป็นประเทศที่ผลิตฝิ่นเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอาฟกานิสถาน (ภาพ : www.daylife.com).

เจ้าหน้าที่ทางการพม่าและผู้แทนจากส่วนต่างๆ กำลังตรวจสอบยาเสพติดซึ่งยึดได้ที่เมืองลาเฉียว (Lashio) ในเขตรัฐฉานของพม่า เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ทั้งนี้ พม่าเป็นประเทศที่ผลิตฝิ่นเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอาฟกานิสถาน (ภาพ : www.daylife.com).

ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ในพม่าได้จับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้ถึง 245 คน   สื่อของรัฐกล่าวเมื่อวันจันทร์ (16 มิ.ย.)  แม้จะถูกมองว่าเป็นประเทศที่     ผลิตฝิ่นมากเป็นอันดับสองของโลก    ทางการพม่ายังคงต้องการแสดงให้เห็นว่า   มีการปราบปรามการค้ายาเสพติดในประเทศ
       
       ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศุลกากรยังได้ร่วมกันยึดของกลาง คือฝิ่นได้ถึง 76.78 กก. (ประมาณ 169 ปอนด์) เฮโรอีน 1.19 กก. กัญชา 3.43 กก. ยากระตุ้นอีกกว่า  93,867  เม็ด รวมทั้งสารเสพย์ติดอื่นๆ  อีกจำนวนมาก หนังสือ  พิมพ์ของรัฐกล่าว
       
       "ได้มีการจับกุมผู้ค้ายาจำนวน 245 คน เป็นชาย 201คนและหญิงอีก 44 คน จากทั้งหมด 158 คดี" หนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์รายงานก่อนที่จะ
ถึงวันต่อต้านการค้ายาเสพติดและการค้ามนุษย์ในวันที่ 26 มิ.ย.
       
       พม่าเป็นประเทศที่ผลิตฝิ่นใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลก รองจากอาฟกานิสถาน
       
       คณะรัฐบาลทหารพม่า   ได้ให้คำมั่นว่า    จะทำให้ประเทศปลอดจากฝิ่นภายในปี 2014 โดยมักจะเผาทำลายยาเสพติดที่ยึดได้เพื่อให้โลกเห็นว่ามีการจัดการกับยาเสพติดอย่างจริงจัง
       
       แต่หลังจากที่อัตราการผลิตยาเสพติดลดลงอย่างมากติดต่อกันหลายปี สำนักงานเกี่ยวกับสิ่งเสพติด    และอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ     หรือ UNODC รายงานว่า การผลิตฝิ่นได้เพิ่มขึ้นถึง 46% เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากการรู้เห็นเป็นใจของเจ้าหน้าที่ระดับสูง   การคอรัปชั่น    และ การลักลอบขนผ่านพรมแดน
       
       สหรัฐฯ   ซึ่งเป็นประเทศที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลพม่ามาโดยตลอด  ได้กล่าวว่า   ในพม่ายังมีการผลิตยาบ้าปีละหลายล้านเม็ด    และถูกส่งต่อไปยังประเทศจีนและไทยโดยกลุ่มผู้ค้ายา
       
       แม้แต่จีน ประเทศพันธมิตรของพม่ายังออกมากดดันให้คณะรัฐบาลทหารดำเนินการจัดการกับปัญหายาเสพติดข้ามชาติด้วย.

 

                                                                         ผู้จัดการออนไลน์
16 มิถุนายน 2551




ย่างกุ้งไฟดับมา 1 เดือนของแพงพม่าระทม

Your browser may not support display of this image.
 

ภาพวันที่ 29 พ.ค.2551 : อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงย่างกุ้ง โดยผู้ที่อาศัยส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้ที่พอมีฐานะ หรือเป็นคนชนชั้นกลางของประเทศ ต่างกำลังซ่อมแซมที่พักอาศัยของตนเองที่ได้รับความเสียหายหลังจากเกิดเหตุพายุนาร์กิสพักถล่มระหว่างวันที่ 2-3 พ.ค. ที่ผ่านมา. 

 

ไซโคลนนาร์กิสผ่านไปแล้วเป็นเวลา 1 เดือน  แต่กรุงเก่าย่างกุ้งยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ชนชั้นกลางระทมทุกข์ข้าวของแพง ประปาเสียหายหนักต้องเช่าเครื่องปั่นไฟแพงลิ่วเพื่อสูบน้ำใช้ อาหารการกิน วัสดุก่อสร้างขึ้นราคาพรวด 
        
        นางโชโช (Cho Cho) รู้ว่าเธอนั้นยังโชคดี แม้ว่าหลังจากที่เกิดเหตุการณ์พายุนาร์กิสพัดถล่มกรุงย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของพม่า  และสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ที่บ้านเรือนประชาชน  รวมทั้งบ้านของนางโชโชด้วยเช่นกัน และเป็นเหตุให้น้ำประปาไม่ไหลมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว 
        
        แต่ความเสียหายที่นี่นับว่ายังน้อยนักเมื่อเทียบกับบริเวณที่ราบปากแม่น้ำอิรวดี  ซึ่งหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านถูกไซโคลนพัดทำลายหายไปทั้งหมดและทำให้มีผู้ที่เสียชีวิตหรือสูญหายกว่า 133,000 ราย 
        
        องค์การสหประชาชาติ หรือ UN ประมานการว่าผู้ประสบภัยในบริเวณที่ราบปากแม่น้ำราว 1 ล้านคนยังคงไม่ได้รับความช่วยเหลือที่นานาชาติส่งเข้าไปให้ ขณะที่บางส่วนที่อาศัยอยู่ในรอบกรุงย่างกุ้งก็ได้รับความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 
        
        นางโชโช    ยังคงประกอบอาชีพสอนภาษาอังกฤษต่อไป    แต่ได้กล่าวว่า แม้ครอบครัวของเธอซึ่งนับได้ว่าเป็นชนชั้นกลางของประเทศก็ยังกังวลเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ในเดือนต่อๆ ไปว่าจะเป็นเช่นไรในประเทศที่ขณะนี้กลายเป็นประเทศหนึ่งที่ยากจนที่สุดในโลก 

Your browser may not support display of this image.
 

อพาร์ทเมนต์ของบรรดาชนชั้นกลางของประเทศซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์พายุพัดถล่ม ซึ่งผู้อาศัยต่างก็ซ่อมแซมที่พักของตนเองโดยปราศจากความช่วยเหลือใดๆ จากรัฐบาล. 


 

       ระบบประปาของเมืองส่วนใหญ่  ถูกพายุทำลายเสียหาย   รวมทั้งไม่มีไฟฟ้าที่จะนำมาใช้กับเครื่องสูบน้ำ ไม่มีทางใดเลยที่จะสามารถหาน้ำมาใช้ในอาคารที่พักอาศัยได้ 
        
        พวกเขาสามารถเช่าเครื่องปั่นไฟ แต่ราคาก็สูงมากถึงเกือบ 8 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง โดยต้องใช้เครื่องปั่นไฟประมาณ 5 ชม.เพื่อสูบน้ำมาไว้ใช้ในอาคาร รวมเป็นเงินกว่า 40 ดอลลาร์  ซึ่งราคาดังกล่าวแพงมากกว่าค่าเช่าบ้านที่บางครอบครัวต้องจ่ายรายเดือน 
        
        "เราต้องหาซื้อน้ำมันจากตลาดมืดเพื่อให้เครื่องปั่นไฟทำงาน เพราะปริมาณน้ำมันนั้นถูกแบ่งสรรเอาไว้แล้ว" นางโชโช กล่าวกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพี 
        
        ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าหลังจากที่เกิดเหตุภัยพิบัติ แม้ว่าราคาจะลดลงมาเล็กน้อยเมื่อได้มีการดำเนินการผลิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง 
        
        ปัญหาที่สำคัญ และเร่งด่วนของครอบครัวที่อาศัยอยู่ในชั้นบนสุดของอพาร์ทเมนต์ คือหลังคาซึ่งถูกพายุพัดหายไป   และราคาของหลังคาสังกะสีนั้นก็เพิ่มขึ้นเป็น  2 เท่าเนื่องจากมีปริมาณความต้องการเป็นจำนวนมาก แต่ประชาชนจำใจต้องซื้อเพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูมรสุม

Your browser may not support display of this image.
 

หญิงชาวพม่าคนหนึ่งกำลังยืนท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านเรือนจำนวนหนึ่งในเขตที่ราบปากแม่น้ำอิรวดี ใกล้กับเมืองลาบุตตา (Labutta) เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2551. 

 

       "สำหรับผู้ที่มีเงินไม่มากพอที่จะหาซื้อหลังคาสังกะสีได้ก็จะใช้ผ้าใบกันน้ำแทน บางคนที่ไม่มีเงินเลยก็จะไปอาศัยอยู่ที่อื่น และห้องของพวกเขาก็จะเต็มไปด้วยน้ำจากฝนที่ตกลงมา" นางโชโช กล่าว 
        
        นอกจากนี้ยังมีปัญหาของราคาข้าวที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะข้าวคุณภาพดีที่ราคาเพิ่มขึ้นถึง 50% มาอยู่ที่ 45,000 จ๊าต (ประมาณ 40 ดอลลาร์) ต่อถุงขนาดหนัก 24 ปอนด์ 
        
        "ในกรุงย่างกุ้ง ถึงแม้เราจะมีเงิน  แต่ก็ไม่สามารถซื้อข้าวได้ตามที่เราต้องการ ทางการได้กักตุนข้าวเอาไว้ขายเมื่อได้ราคาที่สูงขึ้น" นางจูจู (Ju Ju) ซึ่งทำงานให้กับบริษัทนำเข้ายาแห่งหนึ่ง กล่าว 
        
        นางจูจู กล่าวต่อว่า "เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นการการเก็บเกี่ยวผลผลิตในครั้งต่อไป ปีหน้าราคาข้าวอาจจะพุ่งสูงขึ้นกว่านี้" 
        
        พืชผลในบริเวณที่ราบปากแม่น้ำอิรวดี   ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของประเทศ ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุ พื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยน้ำผู้ประสบภัย   ที่นั่นสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและยังคงรอคอยความช่วยเหลือ 
        
        ประชาชนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในกรุงย่างกุ้งได้แบ่งสรรเงินที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อนำมาซื้ออาหารและเสื้อผ้าให้แก่ผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบปากแม้น้ำ แม้ว่าพวกเขาเองจะประสบกับความยากลำบากเช่นเดียวกันก็ตาม.





:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.