กรกฎาคม 2551
ตร.สันติบาลรวบแก๊งพม่าขนต่างด้าวกักขัง-เรียกค่าไถ่
เออาร์เอฟหารือเน้นปัญหานุกโสมแดง-พม่า
พม่าดับหวังใกล้ปล่อยซูจี-อ้างเข้าใจผิด
รัฐมนตรีต่างประเทศพม่าระบุเป็นนัยๆกับอาเซียนว่า นางออง ซาน ซูจีอาจเป็นอิสระภายใน 6 เดือน
พม่าเชิญทูตยูเอ็นไปคุยเรื่องประชาธิปไตยเดือนหน้า
สภาสหรัฐฯ หงอไม่ลงดาบภาษี Chevron ในพม่า
พม่าทำเซอร์ไพรส์เชิญทูตยูเอ็นเยือน
เวิลด์วิชั่นชี้เด็กกำพร้ามีความเสี่ยงสูงถูกบังคับใช้แรงงาน – ขายตัว
พม่าโละเลือกตั้งปี 2533 เป็นโมฆะ
พม่ายันปี 2557 กวาดล้างฝิ่นเกลี้ยงประเทศ
ราคาเกลือในพม่าพุ่งเป็น 3 เท่าหลังไซโคลน
ตร.สันติบาลรวบแก๊งพม่าขนต่างด้าวกักขัง-เรียกค่าไถ่
24 กรกฎาคม 2551
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.สุรวุฒิ กรัดศิริ ผบก.ส.2 แถลง พ.ต.อ.ศุภชัย ฟื้นพานิช ผกก.3บก.ส.2 พร้อมกำลังจับกุม นายวิรัตน์ อายุ 29 ปี นายลาจิต อายุ 29 ปี และนายดกบิน อายุ 29 ปี ทั้งหมดสัญชาติพม่า ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ตามพรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551, ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวและพยายามกรรโชกทรัพย์ จับกุมนายวิรัตน์และนายลาจิต ได้ที่ ชั้น 1 ศูนย์การค้าประตูน้ำเซ็นเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. และจับกุมนายโกบิน ได้ที่ทาว์เฮ้าส์ 4 ชั้น เลขที่ 84/1 ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เจตพระโขนง
พล.ต.ต.สุรวุฒิ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับการประสานจาก เจ้าหน้าที่ ศรภ.บก.สส. ซึ่งรับแจ้งจากนางดอน ลี อายุ 53 ปี ชาวพม่า ว่า นายลามู อายุ 23 ปี บุตรชาย ถูกผู้ต้องหาล่อลวงให้มาทำงานในประเทศไทย ก่อนจะนำตัวกักขังและเรียกค่าไถ่จำนวน 23,000 บาท จึงวางแผนจับกุมโดยให้คนร้ายมารับเงินสดที่ศูนย์การค้าดังกล่าว ก่อนขยายผลจับนายโกบิน ซึ่งเป็นคนควบคุมตัวผู้เสียหายได้ที่ทาวเฮ้าส์ 4 ชั้น ดังกล่าวที่ชั้นล่างเป็นโรงงานผลิตขนมเค้ก โดยนอกจากนายลามู แล้วยังพบนายกันชา อายุ 30 ปี และนายโซ อายุ 24 ปี ซึ่งถูกกักขังเพื่อรอเรียกค่าไถ่ด้วย นอกจากนี้ยังพบชาวพม่าอีก 5 คน ซึ่งถูกล่อลวงมาเป็นคนงานทำขนมเค้กและถูกกักขังไม่ให้ออกไปไหนได้
ผบก.ส.2 กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 พูดไทยได้และมีหนังสือเดินทางถูกต้อง เพราะอยู่ประเทศไทยมานาน 15 ปี ส่วนผู้เสียหายบางส่วนถูกนำมากักขังเพื่อเรียกค่าไถ่ โดยลักลอบเข้ามาทางรถยนต์จากด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก บางส่วนถูกนำมาเป็นคนงานทำขนมเค้กโดยได้ค่าจ้างไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน และไม่ให้ออกไปข้างนอก เชื่อว่าทำมาแล้วหลายราย และคาดว่าน่าจะมีคนไทยเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจะสอบสวนขยายผลต่อไป.
เออาร์เอฟหารือเน้นปัญหานุกโสมแดง-พม่า
วันที่ 23 กรกฎาคม 2551
กรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับพรมแดนระหว่างไทย และกัมพูชา รวมทั้งปัญหาพม่า ตลอดจนโครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ได้กลายเป็นประเด็นหลักในการประชุม 3 วันของกลุ่ม รัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมือง และความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) เริ่มขึ้นแล้วที่สิงคโปร์ โดยโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและพม่า เป็นประเด็นหลักของการประชุมประจำปีครั้งนี้ เช่นเดียวกับกรณีเขาพระวิหารที่ทำให้ไทยกับกัมพูชาขัดแย้งกัน ก็ถูกบรรจุในวาระการประชุมด้วย
การประชุมว่าด้วยความมั่นคงประจำปีของเอเชียกับสหรัฐและยุโรป ได้เปิดฉากขึ้นเมื่อวันอาทิตย์โดยคาดว่า ที่ประชุมจะมุ่งประเด็นหารือไปที่กรณีนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ และพม่า เช่นเดียวกับราคาอาหารที่พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ และการจัดการกับภัยพิบัติ นอกจากนี้ การเผชิญหน้าตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทย ก็เป็นประเด็นความมั่นคงล่าสุด ที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในกลุ่มรัฐมนตรีต่างประเทศเอเชีย
แต่เมื่อวันอาทิตย์ มีงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ รัฐมนตรีต่างประเทศจากสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอาเซียนได้จัดประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติเพื่อนบ้าน หรือที่รู้จักกันในชื่อของที่ประชุมเออาร์เอฟ ซึ่งประกอบด้วย 10 ชาติสมาชิกอาเซียน และ 16 ประเทศบวกสหภาพยุโรป (อียู)
อย่างไรก็ตาม มีการจับตามองว่า จะมีการหารือนอกรอบการประชุมเออาร์เอฟ ระหว่างดร.คอนโดลีซซา ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกับนายปัก ยู ชุน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ รวมทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และรัสเซีย แต่นายฌอน แม็คคอร์แม็ค โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐไม่คาดหมายว่า ดร.ไรซ์จะหารือเรื่องนิวเคลียร์ในระดับทวิภาคีกับผู้แทนเกาหลีเหนือ
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาขัดแย้งกรณีเขาพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชา จนทำให้สองฝ่ายเสริมกำลังทหารประชิดแนวพรมแดนอย่างต่อเนื่อง ทำให้นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิ การอาเซียนกล่าวว่า ทั้งไทยและกัมพูชาต้องมีความอดกลั้นอย่างสูงสุด หลังจากมีทหาร ไทยกว่า 500 นายเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา 1,000 นาย
ขณะที่นักเคลื่อนไหวระบุว่า พม่าอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้นกรณีการช่วยเหยื่อพายุไซโคลนนาร์กีส และละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะที่ผ่านมามหาอำนาจตะวันตกและอาเซียน มักวิจารหณ์พม่ากรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนและกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไม่มีความคืบหน้า
พม่าดับหวังใกล้ปล่อยซูจี-อ้างเข้าใจผิด
วันที่ 23 กรกฎาคม 2551
ดับความหวัง - พล.ต.ญาน วิน รมว. การต่างประเทศพม่า ร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่ประเทศสิงคโปร์ โดยแก้ไขข่าวกับรัฐมนตรีสิงคโปร์ เจ้าภาพจัดงาน เรื่องใกล้จะปล่อยตัวนางออง ซาน ซู จี ผู้นำฝ่ายค้าน (ภาพเล็ก) ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เมื่อ 21 ก.ค. (เอพี)
เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อ 21 ก.ค. ความหวังที่นาง ออง ซาน ซู จี ผู้นำประชาธิปไตยพม่าจะได้รับอิสร ภาพ จากคำพูดของพล.ต.ญาน วิน รมว.ต่างประเทศพม่า ที่มาประชุมสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ที่สิงคโปร์ ดับวูบลงแล้ว เมื่อฝ่ายพม่าชี้แจงว่าเป็นเรื่องตีความผิด
ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีพม่าส่งสัญญาณว่า นางซู จี ที่ถูกกักบริเวณอยู่ในบ้านพักที่กรุงย่างกุ้งอาจจะได้รับอิสรภาพภายใน 6 เดือน เนื่องจากตามกฎหมายใหม่ ที่มีขึ้นหลังจากที่พม่ารับรองร่างรัฐธรรมนูญระบุว่า โทษจำคุกของนักโทษการเมืองสูงสุดคือ 6 ปี ซึ่งนางซู จี ถูกยืดเวลากักบริเวณมาแล้วหลายรอบรวมแล้ว กว่า 12 ปี ซึ่งขณะนี้ใกล้จะครบเวลาตามกำหนด
อย่างไรก็ตาม ต่อมานายจอร์จ เยียว รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์กล่าวว่า พล.ต.ญาน วิน กล่าวว่าข่าวที่ออกมาเป็นเรื่องเข้าใจผิด ตามกฎหมายแล้วระยะเวลาจำกัดสำหรับการกักกันจะสิ้นสุดลงต่อเมื่อกำหนดเวลาต่ออายุการกักขัง 1 ปีถึงเดือนพฤษภาคมปีหน้า ผ่านไปแล้ว 6 เดือน ด้านนายเทรเวอร์ วิลสัน อดีตทูตออสเตรเลียประจำพม่าคาดว่านางซู จีจะถูกขังไปจนกว่าพม่าจะผ่านร่างกฎหมายเลือกตั้งในปี 2553
สำหรับประเด็นการฟื้นฟูพม่าจากพายุไซโคลนนาร์กีส ในที่ประชุมนี้ สหประชาชาติออกแถลงการณ์ ร่วมกับอาเซียนว่า ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตในเขตประสบภัยของพม่าภายใน 3 ปีข้างหน้านี้ต้องอาศัยเงิน ถึง 33,000 ล้านบาท
รัฐมนตรีต่างประเทศพม่าระบุเป็นนัยๆกับอาเซียนว่า นางออง ซาน ซูจีอาจเป็นอิสระภายใน 6 เดือน
22 กรกฎาคม 2551
นายจอร์จ เยียว รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์เปิดเผยเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า นายเนียน วิน รัฐมนตรีต่างประเทศพม่า ได้กล่าวเป็นนัยๆว่า นางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่า อาจได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระจากการถูกควบคุมตัวไว้ในบ้านพักภายใน 6 เดือนนี้ โดยนายเนียน วิน ได้ชี้แจงกับบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่า ภายใต้กฏหมายของพม่านั้น จะสามารถคุมขังนักโทษการเมืองได้อย่างมากสุดไม่เกิน 6 ปี ซึ่งเขากล่าวด้วยว่าเหลือเวลาอีกประมาณ 6 เดือนนับจากนี้ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามนายเยียวว่า หมายความว่านางซูจีอาจได้รับการปล่อยตัวภายใน 6 เดือนใช่หรือไม่ นายเยียวได้ตอบว่าเป็นการอนุมานที่ไม่ถูกต้องแม่นยำนัก
นายเนียน วิน กล่าวเรื่องนี้ ระหว่างการร่วมประชุมพร้อมรับประทานอาหารค่ำ ของรัฐมนตรีต่างประเทศ จาก 10 ชาติอาเซียนที่นายเยียวเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อคืนวันอาทิตย์ ก่อนจะเปิดการประชุมประจำปีรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนนาน 1 สัปดาห์ที่สิงคโปร์ในวันนี้ โดยนายเนียน วินกล่าวเช่นนั้น หลังจากอาเซียนได้แสดงท่าทีผิดหวังอย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจเมื่อ 27 พฤษภาคม ของรัฐบาลทหารพม่า ที่จะควบคุมตัวนางซูจีไว้ในบ้านพักต่ออีก 1 ปี นับเป็นการวิจารณ์พม่าอย่างเปิดเผยและไม่คาดฝันจากอาเซียน ซึ่งตามปกติ ชาติสมาชิกมักยึดนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของชาติสมาชิกอื่น ๆ
มองกันว่า ถ้อยแถลงของนายเนียน วิน เป็นการประเมินในแง่ดีที่สุดจากรัฐบาลทหารพม่า ต่ออนาคตของนางซูจี และดูคล้ายจะเป็นกำหนดตารางเวลาในการปล่อยตัวเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาคมนานาชาติเรียกร้อง ที่ผ่านมา สื่อซึ่งเป็นปากกระบอกเสียงของรัฐบาลทหารพม่าเคยระบุว่า รัฐบาลมีอำนาจคุมขังนางซูจีได้ 6 ปี แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สมาชิกระดับสูงในรัฐบาลทหารพม่ากล่าวเรื่องความเป็นไปได้ที่เธอจะได้อิสรภาพต่อที่ประชุมระหว่างประเทศ ขณะที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ของเธอ เคยแย้งว่าหากตีความตามกฏหมาย รัฐบาลจะควบคุมตัวเธอได้ไม่เกิน 5 ปี ไม่ใช่ 6 ปี
หลังเสร็จสิ้นการร่วมหารือพร้อมรับประทานอาหาร รัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกอาเซียนได้ออกแถลงการณ์กดดันพม่า แสดงความผิดหวังเรื่องการต่ออายุการควบคุมตัวเธอ และย้ำข้อเรียกร้องของรัฐบาลของตนให้พม่าปล่อยตัวนางซู จี กับให้รัฐบาลทหารพม่าเข้าร่วมในการเจรจาแบบมีความหมายกับทุกกลุ่มการเมือง ให้ทำงานเพื่อมุ่งไปสู่การเปลี่ยนอย่างสงบไปเป็นประชาธิปไตยในอนาคตอันใกล้
และให้นายอิบราฮิม กัมบารี ฑูตพิเศษของสหประชาชาติ ได้เข้าพบบรรดาผู้นำพม่า และเปิดให้เขาได้ติดต่อสัมพันธ์ในวงกว้างที่สุด รวมทั้งกับนางซูจี
นักวิเคราะห์มองว่า ที่ผ่านมา อาเซียนไม่เคยเรียกร้องมากเท่านี้จากพม่า ท่าทีที่เปลี่ยนไปสท้อนความรู้สึกคับข้องใจของอาเซียนต่อพม่า และว่าอาเซียนทนไม่ไหวแล้วกับเสียงวิจารณ์จากประชาคมโลก ที่ว่าตนไม่ใช้แรงกดดันมากพอกับพม่าด้วย
พม่าเชิญทูตยูเอ็นไปคุยเรื่องประชาธิปไตยเดือนหน้า
20 กรกฎาคม 2551
พม่าส่งหนังสือเชิญทูตสหประชาชาติ กลับไปสานต่อการเจรจาเรื่องปฏิรูปเป็นประชาธิปไตย นาย จอ ถิ่น ฉ่วย เอกอัครราชฑูตพม่าประจำสหประชาชาติ มีสารเชิญถึง นายอับราฮิม กัมบารี ฑูตพิเศษของสหประชาชาติ ให้กลับไปสานต่อการเจรจาเรื่องการปรับใช้ระบอบประชาธิปไตยใน
พม่าอีกครั้งหนึ่งในกลางเดือนสิงหาคม
สารฉบับดังกล่าวได้ชื่นชมการทำงานของนายกัมบารี พร้อมชี้แจงว่ากำหนดการเยือนพม่าของนายกัมบารีเดือนพฤษภาคม ไม่อาจเกิดขึ้นได้เพราะความเสียหายจาก กว้างขวางจากพายุไซโคลนนากิส ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตในพม่าประมาณ 140,000 คน และการเดินทางไปพม่าตามคำเชิญครั้งนี้ของนายกัมบารีจะเป็การไปเยือนพม่าเป็นรอบที่สี่ของเขา
ที่ผ่านมา สหประชาชาติได้เรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าทำสถาบันต่างๆให้เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งจัดการเจรจาทางการเมืองและการเจรจาแห่งชาติกับฝ่ายค้าน และปล่อยบรรดานักโทษการเมือง ซึ่งรวมทั้งนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทหารพม่าได้ผลักดันจนได้รัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งซึ่งถูกโจมตีว่า รับประกันอำนาจ ของกองทัพพม่าเหนือรัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้ง และตัดโอกาสที่นางซูจีผู้ซึ่งมีสามีและบุตรเป็นชาวอังกฤษจะลงสมัคร เพราะมีข้อกำหนดห้ามผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมีความสัมพันธุ์กับชาวต่างชาติรัฐบาลทหารพม่ายังได้ให้คำมั่นจะจัดการเลือกตั้งในปี 2010 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย
สภาสหรัฐฯ หงอไม่ลงดาบภาษี Chevron ในพม่า
17 กรกฎาคม 2551

|
แท่นสำรวจขุดเจาะของเชฟรอนในอ่าวไทย แท่นคล้ายๆ กันนี้กำลังทำงานในแหล่งอ่าวเมาะตะมะของพม่า โดยการร่วมทุนกับบริษัทน้ำมันฝรั่งเศสและไทย เมื่อวันอังคาร (15 ก.ค.) รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ถอนมาตรการลงโทษทางภาษีแก่เชฟรอนในพม่าแล้วหลังจากพิจารณามาข้ามปี |
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ตกลงถอนมาตรการลงโทษทางภาษีแก่ เชฟรอน คอร์ป (Chevron Corporation) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ซึ่งมีหุ้นในหลุมก๊าซยาดานา (Yadana) ในอ่าวเมาะตะมะ ร่วมกับบริษัทน้ำมันฝรั่งเศสและไทย ก่อนจะผ่านร่างกฎหมายคว่ำบาตรพม่าฉบับใหม่อย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันอังคาร (15 ก.ค.)
ร่างมาตรการแต่เดิมนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องยุติการยกเว้นภาษีผลประกอบการของบริษัทสหรัฐฯ ทุกแห่งที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจในพม่า ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในมาตรการใหญ่ที่ใช้คว่ำบาตรรัฐบาลทหารหลังการปราบปรามประชาชนที่เดินขบวนในเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว
ารประชุมพิจารณามาตรการในสัปดาห์นี้ ได้มีการประนีประนอมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา ซึ่งทำให้มีการยกบทเฉพาะกาลที่เกี่ยวกับเชฟรอนออกไป หลังจากบริษัทน้ำมันใหญ่แห่งนี้กล่าวว่า หากเลิกลงทุนในพม่าบริษัทอื่นๆ รวมทั้งจากอินเดียและจีนก็จะเข้าแทนที่อยู่ดี สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รัฐสภา
“สิ่งหนึ่งที่ทำกัน ก็คือ ได้ยกข้อความที่เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีที่จะส่งผลกระทบต่อบริษัทต่างๆ ของสหรัฐฯ ที่อาจจะมีธุรกิจอยู่ในพม่า” เจ้าหน้าที่กล่าวกับเอเอฟพี อธิบายเกี่ยวกับมาตรการแซงชั่นที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์ผ่านออกมาเป็นร่างกฎหมายในวันเดียวกัน
ร่างรัฐบัญญัติฉบับดังกล่าวได้ “เรียกร้อง” ให้ “นักลงทุน” ในโครงการก๊าซ (ในพม่า) “พิจารณาโดยสมัครใจเลิกการลงทุนในเวลาข้างหน้า” ถ้าหากระบอบปกครองทหารไม่ยอมทำการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศ
เชื่อกันว่า ร่างรัฐบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายคว่ำบาตรพม่านี้ จะได้รับการรับรองจากวุฒิสภาอย่างไม่มีปัญหาใดๆ
การพิจารณาคว่ำบาตรบริษัทธุรกิจและนักลงทุนสหรัฐฯ ในพม่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในร่างรัฐบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับเดิมที่พยายามหาทางหยุดยั้งการนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่มีต้นทางจากพม่า ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าถูกส่งผ่านประเทศที่สาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ไทย จีน ไต้หวัน มาเลเซีย และสิงคโปร์

|
เครื่องหมายการค้าที่แข็งแกร่งและทรงพลัง กระทั่งรัฐบาลและรัฐสภาสหรัฐฯ ไม่กล้าลงไม้ลงมือ? |
ร่างรัฐบัญญัติของสองฝ่ายนี้ได้ผ่านการเจรจาอย่างระมัดระวังกับวุฒิสภา การแก้ไข (เนื้อหา) ทำให้สามารถได้ข้อมติผ่านการรับรองออกมา เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของนายเฮาเวิร์ด เบอร์มัน (Howard Berman) ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ สภาผู้แทนราษฎร
ก่อนหน้านี้ รัฐสภาแห่งสหภาพยุโรปได้ออกกฎหมายห้ามการนำเข้าอัญมณีจากพม่า เช่นเดียวกันกับรัฐบาลแคนาดา นายเบอร์มัน กล่าว
ภายใต้แผนดั้งเดิมนั้น “จะไม่มีการยกเว้นภาษี” จากประกอบการในโครงการก๊าซยาดานาให้แก่เชฟรอน และบริษัทนี้ยังอาจจะถูกสั่งห้ามมิให้จ่ายเงินใดๆ แก่รัฐบาลทหาร จากผลประกอบการในโครงการที่ถือหุ้นร่วมกับบริษัท โตตาลออยล์ (หรือโททัลออยล์) บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกีด (มหาชน) จากประเทศไทย และ รัฐวิสาหกิจน้ำมันและก๊าซพม่าหรือ MOGE (Myanmar Oil & Gas Enterprise)
เชฟรอน เป็นบริษัทจากโลกตะวันตกขนาดใหญ่ที่สุดที่เข้าลงทุนในพม่า โดยถือหุ้นส่วนน้อย 28% ในโครงการดังกล่าว หลังจากเข้าซื้อผลประโยชน์นี้จากบริษัทยูโนแคล (UNOCAL) หรือ Union Oil of California เมื่อปี 2548
รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อพม่ามาหลายครั้ง ทั้งดานการค้า การลงทุนและการทูต แต่เชฟรอน (ยูโนแคลเก่า) เข้าไปมีกิจการในพม่าก่อนจะที่จะเริ่มมีมาตรการคว่ำบาตรเมื่อปี 2546
ภายใต้กฎหมายพม่านั้น ถ้าหากเชฟรอนขายหุ้นในโครงการยาดานาออกไป ก็จะต้องจ่ายให้กับรัฐบาลทหารถึง 500 ล้านดอลลาร์
รองประธานบริษัท เชฟรอน นายปีเตอร์ โรเบิร์ตสัน (Peter Robertson) ได้ให้การปกป้องการลงทุนในพม่าในการประชุมซักถามของสภาผู้แทนราษฎรในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเชฟรอนได้มีส่วนช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัยพิบัติจากไซโคลนนาร์กิส
“แผนการของเราคือ จะอยู่ในพม่าต่อไป.. ถ้าหากเราขายผลประโยชน์ไป เราจะต้องจ่ายภาษีเงินได้ให้แก่พวกเขา (รัฐบาลทหาร)” นายโรเบิร์ตสัน กล่าว
อะไรก็ตามที่ไปจากเชฟรอน จะตกไปเป็นประโยชน์แก่รัฐบาลพม่า รองประธานเชฟรอนกล่าว
หลังพายุนาร์กิสพัดเข้าถล่มดินแดนปากแม่น้ำอิรวดี เขตย่างกุ้ง ไปจนถุงรัฐมอญและรัฐกะเหรี่ยงในวันที่ 2-3 ก.ค.ปีนี้ เชฟรอนคอร์ปได้บริจาคเงิน 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

|
ตำรวจพม่าควงกระบองไล่ทุบตีชาวบ้านในกรุงย่างกุ้ง ขณะที่ทหารเอาปืนไล่ยิง ในเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ยังเป็นภาพบาดตาบาดใจแต่รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ (ภาพ: AFP) |
ในนั้นบริจาคผ่านสหพันธ์สภากาชาดสากล จำนวน 1 ล้านดอลลาร์ กับอีก 1 ล้านดอลลาร์ จะจัดสรรให้ 4 องค์กรใหญ่ คือ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM หน่วยเมอร์ซีคอร์ป (Mercy Corps) หน่วยงานช่วยเหลือเด็ก Pact and Save the Children
“เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการให้ช่วยเหลืออย่างงเร่งด่วนแก่เหยื่อไซโคลนร่วมกับองค์กรความช่วยเหลือต่างๆ” นายโรเบิร์ตสัน กล่าวในครั้งนั้น
นายจิม แบล็คเวล (Jim Blackwell) ประธานบริษัทสำรวจและผลิตในเอเชียแปซิฟิกของเชฟรอน (Chevron Asia Pacific Exploration & Production) กล่าวว่า การบริจาคเงินช่วยเหลือของเชฟรอนคอร์ป เป็นการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่มีต่อประเทศพม่า
ปีที่แล้วประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรพม่า และความพยายามที่จะแก้ไขรัฐบัญญัติคว่ำบาตรพม่าได้เริ่มมาตั้งแต่นั้น ด้วยโทษฐานที่ยังคงทำธุรกิจอันเป็นแหล่งสนับสนุนด้านการเงินให้แก่คณะผู้นำทหารพม่า
ก่อนหน้านั้น สหรัฐฯ ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรอีกชุดหนึ่ง เล่นงานบริษัทพม่าในสิงคโปร์หลายแห่ง รวมทั้งบริษัทสายการบินแอร์พุกาม (Air Bagan) ของกลุ่มตู๋ (Htoo Group) ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวว่าเป็นแหล่งรายได้ของคณะผู้นำทหารพม่าที่ครองอำนาจมานานเกือบ 50 ปีในขณะนี้
(ผู้จัดการออนไลน์)
พม่าทำเซอร์ไพรส์เชิญทูตยูเอ็นเยือน
วันที่ 17 กรกฎาคม 2551
พม่ามาแปลก ชิญกัมบารี ทูตพิเศษสหประชาชาติ ลับเข้าไปเยือนพม่าอีกครั้งในกลางเดือนสิงหาคมนี้ ร้อมขอให้ปฏิบัติอย่างดีเช่นนี้ต่อไป
พม่าสร้างความประหลาดใจให้กับประชาคมโลก โดยการส่งจดหมายเชิญนายอิบราฮิม กัมบารี ทูตพิเศษของนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยเรื่องพม่า ให้กลับมาเยือนพม่าอีกครั้ง หลังจากนายกัมบารีเคยเยือนพม่ามาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการผลักดันให้รัฐบาลพม่าปฏิรูปการเมืองเพื่อเดินหน้าสู่ประชาธิป ไตยและปล่อยตัว นางออง ซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าที่ยังคงถูกทางการพม่ากักบริเวณอยู่
รายงานข่าวระบุว่า นายจ่อ ตินท์ ส่วย เอกอัครราชทูตพม่าประจำยูเอ็น ได้ยื่นจดหมายถึงนายลี ลุง มินห์ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำยูเอ็น ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นประจำเดือนนี้ เพื่อเชิญนายกัมบารีเยือนพม่าในกลางเดือนสิงหาคม โดยในจดหมายที่สำนักงานของนายบันนำมาเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายส่วยได้ขอให้นายกัมบารีปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการอย่างดีต่อไป ตามที่เคยได้ทำอย่างดีมาแล้ว ซึ่งเป็นคำที่นายบันมักจะนำมาพูดบ่อยครั้งเพื่อกล่าวถึงหน้าที่รับผิดชอบของตนในการนำสันติภาพหรือเพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะมีมากขึ้น
ด้านนางแมรี โอกาเบะ รองโฆษกยูเอ็นเปิดเผยว่า นายกัมบารี ในฐานะทูตพิเศษยูเอ็นที่ดูแลเรื่องพม่า ได้รับจดหมายเชิญจากพม่าเพื่อให้เดินเยือนพม่ากลางเดือนสิงหาคมนี้ โดยแผนการเยือนพม่าดังกล่าวถูกเลื่อนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เนื่องจากไซโคลนนาร์กีสที่พัดถล่มพม่าเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และหายสาบสูญราว 138,000 คน นางโอกาเบะกล่าวว่า นายกัมบารีจะเข้าไปในฐานะตัวแทนของเลขาธิการยูเอ็น ซึ่งขณะนี้กำลังหารือกันถึงช่วงเวลา แผนการและวัตถุประสงค์ในการเยือนครั้งนี้
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายกัมบารีได้กล่าวหลังการเยือนพม่าอย่างเป็นทางการ 5 วันว่า รู้สึกผิดหวังกับการเยือนดังกล่าวที่ ไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาได้ เนื่องจากผู้นำทหารของพม่าปฏิเสธข้อเสนอของนายกัมบารีที่ เรียกร้องให้พม่าแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยังปฏิเสธความช่วยเหลือทางวิชาการจากยูเอ็น และปฏิเสธไม่ให้ชาวต่างชาติเข้าไปสังเกตการณ์การลงประชามติว่าด้วยการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
(เอพี/เอเอฟพี)
เวิลด์วิชั่นชี้เด็กกำพร้ามีความเสี่ยงสูงถูกบังคับใช้แรงงาน – ขายตัว
14 กรกฎาคม 2551
องค์กรยูนิเซฟของสหประชาชาติ ระบุว่า เด็กทุกๆ 10 คน ในพื้นที่ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส โดยเฉพาะบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดีจะมีอยู่ 3 คน ที่เป็นเด็กกำพร้า ขณะที่เวิลด์วิชั่น ซึ่งเป็นองค์กรให้ความช่วยเหลือเด็กทั่วโลก ระบุว่า จากประสบการณ์ทั้งในเอเชีย และแอฟริกา พบว่าเด็กกำพร้ามีความเสี่ยงสูงที่จะถูกบังคับไปเป็นทหารเด็ก บังคับใช้แรงงาน ถูกดึงเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ และถูกนำไปขายบริการทางเพศ ขณะที่รัฐบาลพม่าเตือนว่าจะลงโทษขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่นำเด็กกำพร้าไปใช้แรงงานในทางที่มิชอบ รวมถึงการกระทำใดๆที่ขัดต่อกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้แจ้งเรื่องต่อทางการ
นอกจากนี้รัฐบาลยังห้ามหน่วยงาน หรือบุคคลรับอุปการะเด็กกำพร้า เนื่องจากรัฐบาลพม่า องค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศ และสหประชาชาติ จะช่วยกันดูแลเด็กเหล่านี้เอง
พร้อมกันนี้ รัฐบาลพม่าก็รับปากจะตามหาญาติ รวมถึงสมาชิกครอบครัวที่เหลืออยู่เพื่อให้รับเด็กไปดูแลเพื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด และจะสนับสนุนให้เรียนหนังสือถึงระดับมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาอื่นๆที่พัฒนาความรู้ และทักษะเพื่อให้เด็กสามารถเลี้ยงตัวเองได้
ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตจากไซโคลนนาร์กีสอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 84,537 คน สูญหาย 53,836 คน
พม่าโละเลือกตั้งปี 2533 เป็นโมฆะ
วันที่ 7 กรกฎาคม 2551
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่พม่า กำหนดให้ชัยชนะในการเลือกตั้งของพรรคเอ็นแอลดีอย่างถล่มทลายเมื่อปี 2533 เป็นโมฆะ ขณะที่สื่อของทางการพม่า ระบุว่า พรรคฝ่ายค้านควรจะเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2553 ดีกว่า แทนที่จะมาพูดถึงผลการเลือกตั้งในอดีต พร้อมทั้งอ้างผลการแสดงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แสดงให้เห็นว่า ประชาชนเลิกสนใจผลเลือกตั้งในอดีตแล้ว
หนังสือพิมพ์เมียนมาร์ อาห์ลิน กระบอกเสียงของรัฐบาลทหารพม่า รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า ชัยชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นถล่มทลายของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ของนางออง ซาน ซูจี ในปี 2533 เป็นโมฆะตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทหาร และพรรคเอ็นแอลดีของเธอควรเตรียมตัวให้พร้อมลงเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 2553 ดีกว่าที่ จะมาอ้างถึงผลการเลือกตั้งในอดีต
รัฐบาลทหารพม่า กล่าวว่า ผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าไม่ยุติธรรม แสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่ได้ใส่ใจเรื่องผลการเลือกตั้งในอดีตของนางซูจี อีกต่อไปแล้ว
ทั้งนี้ การเลือกตั้งเมื่อปี 2533 พรรคเอ็นแอลดี กวาดที่นั่งในสภา ไปได้ถึง 392 ที่นั่ง จากทั้งหมด 485 ที่นั่ง ซึ่งเป็นการเลือกตั้งอย่างเสรีครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทหารพม่าปฏิเสธผลการเลือกตั้ง และยึดอำนาจการปกครองมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมยืนยัน ต้องได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อน รัฐบาล ทหารพม่าได้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่เป็นเผด็จการมากขึ้น เนื่องจากไปเพิ่มอำนาจให้ทหารมากขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านความเห็นชอบจากการแสดงประชามติของประชาชนร้อยละ 92.48 ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา แต่มีเสียงประณามว่า ดำเนินการอย่างไม่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ ซึ่งรวมทั้งมีรายงานระบุว่า มีการบังคับประชาชนให้ลงคะแนนในช่องเห็นด้วย.
พม่ายันปี 2557 กวาดล้างฝิ่นเกลี้ยงประเทศ
5 กรกฎาคม 2551
|
| นายหม่องอู (Maung Oo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขณะกล่าวในพิธีที่จัดขึ้นเพื่อระลึกวันต่อต้านยาเสพติดโลกซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 ที่เมืองเนปิดอว์ (Naypyidaw) เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2551 โดยทางการพม่ากล่าวว่า พม่าจะสามารถเป็นประเทศที่ปลอดจากยาเสพติดได้ภายในปี 2557 (ภาพ : เอเอฟพี). |
ทางการพม่ากล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (26 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการให้พม่าเป็นประเทศที่ปลอดจากยาเสพติด ภายในปี 2014 แม้จะได้รับคำเตือนจากองค์การสหประชาชาติว่าการผลิตฝิ่นในพม่านั้น มีอัตราสูงขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่หลายปีก่อนหน้านี้เริ่มลดลงตามลำดับ
ในพิธีที่จัดขึ้นเพื่อระลึกวันต่อต้านยาเสพติดโลก นายหม่องอู (Maung Oo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีการดำเนินโครงการเพื่อขจัดยาเสพติดถึง 15 โครงการด้วยกัน แม้ว่าจะได้รับคำเตือนว่ามีภารกิจอีกมากที่ต้องทำให้สำเร็จเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
“จำนวนผลผลิตฝิ่นและเฮโรอีนที่ลดลงนั้นเป็นผลมาจากการดำเนินโครงการเหล่านี้ ที่เราพยายามนำมาปรับใช้ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น” รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กล่าว
“อย่างไรก็ตาม พบว่า สารเสพติดสังเคราะห์จำพวกแอมฟีตามีน (Amphetamine-type stimulans) ยาเค (Ketamine) ยาไอซ์ และยาอี (Ecstasy) ที่ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการทางด้านเคมี ได้เข้ามาแทนที่ฝิ่นและเฮโรอีน ซึ่งก็มีมาตรการที่เข้มงวดและรุนแรงในการจัดการกับสารเสพติดใหม่ๆ เหล่านี้”
พล.ต.ขิ่นยี ( Khin Yee) ผู้บัญชาการจำรวจพม่ากล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า “เราจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวประสบความสำเร็จ” พร้อมทั้งย้ำว่า พม่าจะสามารถเป็นประเทศที่ปลอดจากยาเสพติดได้ภายในปี 2014
|
| พล.ต.ขิ่นยี ( Khin Yee) ผู้บัญชาการจำรวจพม่าขณะกล่าวกับผู้สื่อข่าวในระหว่างพิธีที่จัดขึ้นเพื่อระลึกวันต่อต้านยาเสพติดโลก ในเมืองเนปิดอว์ (Naypyidaw) เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2551 (ภาพ : เอเอฟพี) |
ลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา และการใช้กฎหมายที่ไร้ความเข้มงวดตามเขตชายแดน เป็นสิ่งที่ช่วยโอบอุ้มไร่ฝิ่นให้คงอยู่ต่อไปได้ และทำให้พม่ากลายเป็นแหล่งที่ปลุกฝิ่นมากที่สุดในโลกจนถึงในช่วงทศวรรษที่ 1990
ภายใต้การกดดันจากรัฐบาล รวมทั้งจีนซึ่งประเทศพันธมิตรเพื่อนบ้าน ทำให้รัฐบาลพม่าสามารถเริ่มโครงการต่อต้านยาเสพติดขึ้นในทศวรรษที่ 1990 โดยมีการทำลายไร่ฝิ่นเป็นจำนวนมาก และหลังจากนั้นไม่นานประเทศอาฟกานิสถานก็กลายเป็นประเทศผู้ผลิตฝิ่นมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
แต่หลังจากที่อัตราการผลิตยาเสพติดลดลงอย่างมากติดต่อกันหลายปี สำนักงานเกี่ยวกับสิ่งเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ
UNODC รายงานว่า การผลิตฝิ่นได้เพิ่มขึ้นถึง 46% เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากการรู้เห็นเป็นใจของเจ้าหน้าที่ระดับสูง การคอร์รัปชัน และ การลักลอบขนผ่านพรมแดน
ขณะที่นักเคลื่อนไหวตามฟากพรมแดนในประเทศไทย กล่าวว่า โครงการเปลี่ยนแปลงไร่ฝิ่นให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรสำหรับชาวนาที่ยากจนนั้น ไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก กล่าวว่า พม่าเป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางการผลิตยาบ้า โดยมีการใช้ยานพาหนะในการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูง มีห้องวิจัยทดลองแบบเคลื่อนที่ รวมทั้งยังมีการปฏิบัติการกันในเขตที่เป็นป่าทึบของพม่าอีกด้วย จึงทำให้ยากต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ผู้จัดการออนไลน์
ราคาเกลือในพม่าพุ่งเป็น 3 เท่าหลังไซโคลน
3 กรกฎาคม 2551
ย่างกุ้ง — นิตยสารพม่าเผยราคาเกลือในประเทศพุ่งเป็น 3 เท่า หลังถูกพายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่ม
นิตยสารวอยซ์ซึ่งเป็นนิตยสารรายสัปดาห์ของพม่ารายงานเมื่อวันจันทร์ (30 มิ.ย.) ว่า พายุไซโคลนนาร์กีสยังส่งผลกระทบต่อเนื่องตามมาไม่หยุดหย่อน ทำให้ราคาเกลือในประเทศพม่าพุ่งขึ้นพรวดพราดถึง 3 เท่าตัว นับตั้งแต่พม่าเผชิญภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กีสเมื่อเกือบ 2 เดือนก่อน โดยพายุลูกนี้พัดทำลายพื้นที่ทำนาเกลือและนาข้าวได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนทำให้ราคาของเกลือขนาด 1.6 กิโลกรัม พุ่งขึ้นไปสูงถึง 1,300 จ๊าด (ราว 36 บาท) หรือสูงขึ้น 6 เท่าจากราคาเกลือในช่วงก่อนเกิดพายุไซโคลนซึ่งอยู่ที่ 200 จ๊าด (ราว 6 บาท) เท่านั้น
ส่วนราคาในตลาดหลายแห่งในนครย่างกุ้งที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้ลดลงมาอยู่ที่ 700 จ๊าด (ราว 20 บาท) ในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังพายุไซโคลน
นิตยสารฉบับนี้ยังระบุด้วยว่า พื้นที่กว่า 2,500 ไร่ ของรัฐบาลที่ใช้ทำนาเกลือ และอีกกว่า 5.8 หมื่นไร่ ที่เป็นของเอกชน ได้รับความเสียหายจากพายุไซโคลนนาร์กีส ทั้งนี้เป็นเพราะการทำนาเกลือส่วนใหญ่จะอยู่ที่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีอันเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากพายุไซโคลนนาร์กีสเมื่อวันที่ 2-3 พฤษภาคม รวมถึงรัฐมอญ ตะยินตายี และยะไข่ โดยราคาเกลือที่รัฐยะไข่เพิ่มจาก 100 จ๊าด เป็น 400 จ๊าดแล้ว ขณะที่ปริมาณเกลือสำรองที่มีอยู่ก็เริ่มจะร่อยหรอลงไปมาก และเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค รัฐยะไข่จะเพิ่มการผลิตเกลือในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนนี้
ทั้งนี้พายุไซโคลนนาร์กีสทำลายพื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำอิระวดีซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูก และทำเกษตรกรรมที่สำคัญของประเทศ รวมถึงพื้นที่ในย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 84,537 คน และสูญหาย 23,836 คน ตามตัวเลขของทางการ
วันเดียวกัน กระทรวงวางแผนและพัฒนาแห่งชาติพม่า เผยสถิติล่าสุดว่าต่างชาติเข้ามาลงทุนภาคน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพม่าเมื่อปี 2550 เพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า คิดเป็นมูลค่า 474.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นสัดส่วนมากถึง 90% ของการลงทุนต่างชาติทั้งหมดในพม่าประจำปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 504.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสหราชอาณาจักรเป็นนักลงทุนรายใหญ่สุดด้วยมูลค่าการลงทุน 134 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามด้วยไทย 16.22 ล้านดอลลาร์ และเยอรมนี 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ