หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ¢èÒÇ»ÃШÓÇѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ตุลาคม 2551


ตุลาคม  2551
การประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป
กลุ่มสิทธิจี้อาเซมกดดันพม่า

ครบ 13 ปีเต็มที่อองซาน ซูจี ถูกกักตัวในบ้านพัก

ล้อมจับพม่า-เขมรเข้าเมือง
ระเบิดย่างกุ้ง
"ดีเคบีเอ"เหิมบุกอุ้มผาง ไทยเสริมกำลังพร้อมรบ
ชาวมอญฟื้นพิธีโบราณ น้อมส่งดวงพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย
ซู จีวอนรัฐบาลพม่า ปล่อยตัวเป็นอิสระ หลังถูกกักหลายปี

ค้าชายแดนโตแสนล้าน
พม่าเตือนงดบริโภคนมจีน หลังพบสารเมลามีน-โสมเรียกเก็บเพิ่ม
แอร์มัณฑะเลย์บินย่างกุ้ง - เชียงใหม่ อีกครั้ง
TBC.ไทยประท้วงพม่าหลัง DKBA. นำกำลังบุกไทย
ตชด.เข้าเครียร์พื้นที่ภายหลังกลุ่ม DKBA. ล่าถอยไป
จับ 4 หนุ่มพม่า ลวงสาวพม่าค้ากาม
ฆ่าหนุ่มพม่าทิ้งกลางนา
พม่าเรียกร้องกลางยูเอ็น ยุติมาตรการคว่ำบาตร-ย้ำไม่ช่วยพัฒนาปชต


การประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป
25 ตุลาคม 2551

 
.ปักกิ่ง - การประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป ปิดฉากอย่างเป็นทางการ   ท่ามกลางความสำเร็จในความร่วมมือของ 2 ภูมิภาค   โดยเฉพาะการรับมือกับปัญหาวิกฤติการเงินโลก  ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ  รวมทั้งการพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน

“นิมิต สุขประเสริฐ” ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ซึ่งติดตามการปฏิบัติภารกิจของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ในการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป (อาเซม) ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม 2551 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน รายงานว่า  เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ได้มีพิธีปิดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป (อาเซม) ครั้งที่ 7 อย่างเป็นทางการ โดยนายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีน ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ท่ามกลางความสำเร็จในความร่วมมือของ 2 ภูมิภาค โดยเฉพาะการรับมือกับปัญหาวิกฤติการเงินโลก และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม

นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า ผู้นำอาเซมได้รับรองร่างเอกสารผลการประชุม 3 ฉบับ ถ้อยแถลงเรื่องสถานการณ์การเงินระหว่างประเทศ ซึ่งที่ประชุมได้หารือในเชิงลึกเกี่ยวกับวิกฤติการเงินที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบที่จะมีต่อความมั่นคงทางการเงินและการพัฒนาเศรษฐกิจในเอเชีย-ยุโรป จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายดำเนินมาตรการอย่างหนักแน่น มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้นำฯ ต่างมีความมั่นใจว่า จะสามารถฝ่าฟันวิกฤติไปได้

นายเวิน กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ควรมีบทบาทนำในการช่วยเหลือประเทศที่ได้รับกระทบอย่างรุนแรง หากได้รับการขอร้อง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังสนับสนุนให้จัดประชุมเพื่อประเมินวิกฤติทางการเงินอีกครั้งในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยยังคงเป็นการหารือในระดับผู้นำประเทศ รวมถึงใช้กลไกความร่วมมือในกรอบอาเซมและกรอบอื่น ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

ส่วนปฏิญญาปักกิ่งว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับข้อเสนอของไทย ในเรื่องการส่งเสริมความมั่นคงและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน รวมทั้งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ลดช่องว่าง พัฒนาคุณภาพชีวิตและมีมาตรฐานแรงงานที่เป็นธรรม ทั้งนี้ การประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 8 จะจัดขึ้นในปี 2010 ที่ประเทศเบลเยียม

สำหรับคณะของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง โดยเที่ยวบินทีจี 615 ในเวลา 17.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 22.00 น.- สำนักข่าวไทย




กลุ่มสิทธิจี้อาเซมกดดันพม่า

24 ตุลาคม 2551

 
กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชน "ฮิวแมน ไรท์ส วอตช์" ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม เรียกร้องให้ผู้นำชาติเอเชีย-ยุโรป ที่มาร่วมประชุมสุดยอดอาเซม ที่กรุงปักกิ่งของจีน ในวันที่ 24-25 ตุลาคม ออกแรงกดดันให้   รัฐบาลทหารพม่าปรับปรุงสิทธิมนุษยชน      และดำเนินการปฏิรูปการเมืองในประเทศโดยเร็ว 
 
นายแบรด   อดัมส์   ผู้อำนวยการ  ฮิวแมน ไรท์ส วอตช์ ประจำเอเชีย กล่าวว่า     การนิ่งเงียบต่อสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าอย่างทุกวันนี้ ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับผู้นำอาเซมอีกต่อไป 
 
แถลงการณ์ยังระบุว่า สหภาพยุโรป (อียู) ควรเพิ่มแรงกดดันต่อจีน ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ และชาติเอเชียอื่นๆ ที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพม่า เช่น อินเดียและอาเซียนให้เดินหน้ากดดันพม่าด้วย 
 
"อียูได้พยายามกดดันพม่าในการประชุมอาเซมครั้งที่ผ่านๆ มา แต่ตราบใดที่ชาติสำคัญๆ ในเอเชียไม่รับไม้ต่อ   การปรับปรุงสถานการณ์ในพม่า     ให้ดีขึ้นก็คงเป็นไปไม่ได้       " แถลงการณ์ระบุ (รอยเตอร์)

 



ครบ 13 ปีเต็มที่อองซาน ซูจี ถูกกักตัวในบ้านพัก

24 ตุลาคม 2551

ในโอกาสที่วันนี้ เป็นวันที่นางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพวัย 63 ปีถูกคุมขังอยู่ในบ้านพักครบ 13 ปีในช่วงระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าปล่อยตัวเธอพร้อมกับนักโทษการเมืองอีกกว่า 2 พันคน โดยทันที

โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ โรเบิร์ต วู้ด บอกว่าตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา นางซูจี ต้องอดทนกับการจองจำที่มิชอบด้วยกฎหมาย และเธอยังเปี่ยมไปด้วยความหวัง และแรงบันดาลใจที่จะไขว่คว้าหาสันติภาพ และประชาธิปไตยมาสู่พม่า

นายวู้ดย้ำด้วยว่า สหรัฐสนับสนุนความพยายามของสหประชาชาติในการผลักดันให้รัฐบาลทหารพม่าปล่อยตัวนักโทษการเมือง และปฏิรูปประชาธิปไตย และว่าการปล่อยตัวนางซูจีจะเป็นก้าวแรก ที่ทำให้พม่ากลับมารวมกลุ่มกับประชาคมโลก พร้อมกันนี้สหรัฐจะร่วมมือกับยูเอ็นและนานาประเทศเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าเจรจากับนางซูจี และชนกลุ่มน้อย เพื่อนำสู่การเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ส่วนนายเส่ง วิน หัวหน้ารัฐบาลพม่าพลัดถิ่น และนายจาเหร็ด เจนเซอร์ ทนายความของนางซูจี ออก แถลงการณ์ระบุว่า การกักตัวนางซูจีเป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญสำหรับช่วงเวลาสั้นที่ประชาชนชาวพม่าได้รับรู้ถึงเสรีภาพ โดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของซูจี ชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2533 และมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมภายใต้การนำของนายเส่ง วิน นอกจากนี้

แถลงการณ์ยังระบุว่า ซูจีเป็นคนเดียวที่คว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพขณะถูกกักตัวเรือนจำ  

 




ล้อมจับพม่า-เขมรเข้าเมือง

22 ตุลาคม 2551

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ต.ค. พ.ต.ต.พรรษศักดิ์ วรวิบูรณ์สวัสดิ์ สว.ศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองภาคกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่กองตรวจและคุ้มครองแรงงานกรมการจัดหางาน เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานสมุทรปราการกว่า 20 นาย ได้เข้าทำการจับกุมแรงงานต่างด้าวภายในโครงการก่อสร้างหมู่บ้านเอื้ออาทรบางโฉลง หมู่ที่ 1 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
 
เมื่อเจ้าหน้าที่  เดินทางมาถึงบริเวณตึกที่ 83 ได้เข้าปิดล้อมพร้อมทั้งแสดงตัว แรงงานต่างด้าวกว่า 200 คน ต่างวิ่งหลบหนีลงคลองสำโรงที่อยู่ด้านหน้าโครงการไปได้จำนวนมาก   ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวไว้ได้จำนวน 114 คน เป็นชาวพม่า 70 คน ชาวกัมพูชา 44 คน จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ดำเนินคดีในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง   โดยผิดกฎหมาย   และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะได้ติดตามตัวหัวหน้าที่ดูแลโครงการ   และผู้ดูแลคนงานมาดำเนินคดีต่อไป





ระเบิดย่างกุ้ง

21 ตุลาคม 2551

ย่างกุ้ง - เจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 ตุลาคม เกิดเหตุระเบิด ที่บ้านพักหลังหนึ่งนอกนครย่างกุ้ง เมืองใหญ่สุดของพม่า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และอีกคนสามารถรอดมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เหุตการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง เกิดระเบิดที่สนามกีฬาแห่งหนึ่ง ทางเหนือของย่างกุ้ง   แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ   ก่อนหน้านี้เกิดระเบิดหลายครั้งในพม่าช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ระเบิดแต่ละครั้งรัฐบาลทหารพม่ามักจะโทษกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน      และ ชนกลุ่มน้อยว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อความ ไม่สงบดังกล่าว (เอพี )


"ดีเคบีเอ"เหิมบุกอุ้มผาง ไทยเสริมกำลังพร้อมรบ
20 ตุลาคม 2551

ชายแดนไทย-พม่าระอุ กะเหรี่ยง"ดีเคบีเอ"เหิม บุกลุย"อุ้มผาง"ทำให้ ชรบ.เจ็บ 3 ราย ทหารสั่งเพิ่มกำลัง 1 กองร้อย พร้อมตอบโต้เด็ดขาด ทหาร"ไทย-เขมร"นัดถอดเครื่องแบบด้านปราสาทตาเมือนธม "มทภ.2" ยัน 2 ฝ่ายยังเจรจา 23-24 ต.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตาก ว่า เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม ได้มีกองกำลังทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ จำนวน 15 นาย พร้อมอาวุธครบมือ นำโดย ร.อ.ตะส่า บุกเข้ามาในดินแดนไทย ที่บ้านแม่กลองคี หมู่ที่ 3 ต.โมโกร อ.อุ้มผาง จ.ตาก ระหว่างที่กองกำลังดังกล่าวผ่านบริเวณสำนักสงฆ์บ้านแม่กลองคีนั้น ได้ปะทะกับ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นเหตุให้นายหม่อละทีเซ ฉัตรรัตนชัย อายุ 23 ปี ชรบ.บ้านแม่กลองคี ถูกยิงบริเวณต้นแขนขวา, นายซานมิ ไม่มีนามสกุล อายุ 30 ปี ถูกยิงข้อมือด้านซ้าย และนายตัน ไม่มีนามสกุล อายุ 18 ปี ถูกกระสุนปืนต้นขาขวา หลังเกิดเหตุกลุ่มทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอได้กระจายกำลังไปบ้านนายบุญเลิศ ด่วนแม่กลอง กำนัน ต.โมโกร เพื่อสังหารนายบุญเลิศ แต่ นายบุญเลิศไม่อยู่บ้านเพราะไหวตัวทัน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลอุ้มผาง

ล่าสุด พ.อ.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด ได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ ขณะที่ทหารได้ส่งกำลังล่าทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอกลุ่มนี้แล้ว คาดว่า น่าจะหนีข้ามไปฝั่งประเทศพม่าแล้ว อย่างไรก็ดี ในระหว่างเกิดเหตุการณ์ ราษฎรบ้านแม่กลองคีกว่า 1,000 คน ได้อพยพออกไปจากหมู่บ้านตลอดทั้งคืน

ล่าสุด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด จ.ตาก แจ้งว่า ได้เสริมกำลังทหารเข้าไปยังพื้นที่อีกจำนวน 1 กองร้อย และ ได้รับคำสั่งให้ตอบโต้กับกลุ่มคนร้ายอย่างเด็ดขาด หากเข้ามาอีก

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จ.ตาก แจ้งว่า การก่อความไม่สงบใน อ.อุ้มผาง ของกะเหรี่ยงดีเคบีเอ เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกนอกจากบุกเข้ามาในเขตไทยแล้ว ยังเผายุ้งเก็บข้าวโพดของราษฎรไทยในฝั่งพม่า และ เมื่อต้นเดือนตุลาคมกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ไม่พอใจที่นายบุญเลิศ ด่วนแม่กลอง กำนัน ต.โมโกร ทะเลาะทางโทรศัพท์กับ พ.อ.นะเคามวย ผู้บังคับยุทธวิธีของทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอกองพล 999 เกี่ยวกับปัญหาการเข้ามาในหมู่บ้าน จึงมีเป้าหมายจับกุมตัวนายบุญเลิศ

ขณะที่ พ.อ.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด กล่าวว่า สาเหตุของความขัดแย้ง เกิดจาก ปัญหาการเก็บเงินภาษีจาก การที่ราษฎรไทยไปปลูกข้าวโพดในฝั่งชนกลุ่มน้อย โดยผ่านนายหน้าคนไทย และมีปัญหาทางการเงินเกิดขึ้น

อนึ่ง กองกำลังทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ หรือกะเหรี่ยงพุทธนั้น เป็นพันธมิตรกับทหารรัฐบาลพม่า หลังจากที่แตกทัพออกไปจากกองทัพสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) หรือกะเหรี่ยงคริสต์ เมื่อปี พ.ศ.2537    (มติชนรายวัน)



ชาวมอญฟื้นพิธีโบราณ น้อมส่งดวงพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย
15 ตุลาคม 2551


พิธีสมโภชพระพุทธรูป

ไม่เพียงแต่ชาวไทยเท่านั้น ที่รู้สึกเศร้าอาดูรต่อการสวรรคตของ   สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ   เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์    ชาวไทยเชื้อสายอื่นที่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

ล่าสุด   ชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพ  และชาวไทยเชื้อสายมอญ กว่า 3,000 คน จาก 20 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมใจกันเดินทางไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ โดยครั้งนี้ ชาวมอญยังได้ประกอบพิธีของชาวมอญเพื่อแสดงความเคารพ และน้อมส่งดวงพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย ตามประเพณีดั้งเดิมของชาวมอญ

นายองค์ บรรจุน ประธานชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพ บอกว่า พิธีต่างๆ ของชาวมอญที่ได้เตรียมมานั้น เป็นพิธีกรรมในประเพณีของชาวมอญ   ที่จะจัดให้กับผู้วายชนม์ที่เป็นบุคคลชั้นสูง บุคคลสำคัญ เป็นที่น่าเคารพนับถือ  เช่น  พระผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่ที่ได้รับการนับถือ   ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพิธีที่หาดูได้ยาก   เพราะพิธีต่างๆ แบบดั้งเดิมนี้จะจัดถวายพระมหากษัตริย์ ซึ่งปัจจุบันแม้ว่าจะไม่มีมอญจะไม่มีพระมหากษัตริย์แล้ว    แต่เมื่อได้อพยพมาอยู่ที่ประเทศไทย    ก็รักเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง



1.รำสามถาด 2.มอญรำ 3.บริเวณปะรำพิธี 4.มอญร้องไห้

สำหรับพิธีที่ชาวมอญจัดเตรียมเพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่พระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นั้น   ประกอบด้วย พิธี เทาะอะโย่งกย้าจก์ หรือ พิธีสมโภชพระพุทธรูป ซึ่งชาวมอญได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูป และได้จัดพิธีสมโภชเพื่อบำเพ็ญกุศลถวายแด่พระศพ ทางประเพณีของไทย เรียกว่า พิธีพุทธาภิเษก

พิธี เละ ป้อย ทะห์ หรือ พิธีรำสามถาด ซึ่งเป็นพิธีรำถวายเพื่อแสดงความเคารพ รำลึกพระคุณของผู้ล่วงลับ แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ ถาดที่หนึ่งหรืออะโชที่ 1 ถวายสักการะแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพยดาฟ้าดินที่ปกป้องคุ้มครองแผ่นดินมีพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร   และพระสยามเทวาธิราช   เพื่อให้บ้านเมืองมีความร่มเย็นเป็นสุข และช่วยคุ้มครองดวงพระวิญญาณองค์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ถาดที่สองหรืออะโชที่ 2 ถวายราชสักการะแด่พระบูรพมหากษัตริยาธิราช และวีรชนผู้ทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมือง และอัญเชิญให้ช่วยปกป้องรักษาดวงพระวิญญาณ, ถาดที่สามหรืออะโชที่ 3 ถวายราชสักการะแด่ดวงพระวิญญาณองค์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์และเป็นการอัญเชิญดวงพระวิญญาณเสด็จสู่สรวงสวรรค์ เสวยสุขในทิพยพิมาน พรั่งพร้อมด้วยทิพยสมบัติ และสวรรค์สมบัติ

พิธี มอญร้องไห้ พิธีการพรรณนาถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อครั้งที่ทรงพระชนม์ชีพ ในด้านต่างๆ และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ ก็ขอให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์ เสด็จอยู่ในสรวงสวรรค์

นอกจากนี้ยังมีพิธี มอญรำ ซึ่งเป็นการร่ายรำเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี และความเคารพบูชาแด่ พระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ด้วย

รวมดวงใจน้อมส่งดวงพระวิญญาณสู่สวรรคาลัย


ซู จีวอนรัฐบาลพม่า ปล่อยตัวเป็นอิสระ หลังถูกกักหลายปี
12 ตุลาคม 2551

ย่างกุ้ง (เอเอฟพี) – โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของพม่า ออกมาเผยว่า นางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรค ได้ทำหนังสือวิงวอนไปยังรัฐบาลทหารพม่า ให้ยุติการกักบริเวณ เธอเสียที โดยนายหล่า เมียว มินท์ ทนายความ ของนางซู จี เป็นผู้นำหนังสือดังกล่าวส่งไปยังเจ้าหน้าที่ รัฐบาลทหารพม่า ที่กรุงเนปิดอว์ตั้งแต่วันพฤหัสที่ผ่านมา โดยผู้แทนของรัฐบาลทหารพม่ามา รับหนังสือไป โฆษกพรรคฝ่ายค้านเน้นว่า นับเป็นท่าทีอันดีของรัฐบาลทหารพม่า ที่ยอมรับหนังสือวิงวอนนี้ แต่ขณะนี้ยังเป็นการเร็วเกินไปที่ จะคาดการณ์ว่า ผลของการพิจารณาจะเป็นอย่างไร แต่ทางพรรคยังหวังว่า การปล่อยตัวนางซู จี คงมีขึ้นในเร็วๆ นี้ ตลอดระยะเวลา

19ปีที่ผ่านมานางซูจีใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ที่บ้านพักของนางในนครย่างกุ้งในสภาพถูกกักบริเวณโดยตลอดเวลามีเพียงทนายความและแพทย์เท่านั้นที่มีโอกาสได้เข้าพบกระทั่งนายอิบราฮิมกัมบารีทูตของสหประชาชาติซึ่งเดินทางเยือนพม่าเมื่อเดือนสิงหาคมก็ยังไม่มีโอกาสได้เข้าพบเนื่องจากไม่ประสบผลสำเร็จในการเจรจากับรัฐบาลทหารพม่าให้ดำเนินการปฏิรูปทางการเมืองในพม่า


ค้าชายแดนโตแสนล้าน
07  ตุลาคม  2551

ออเดอร์‘ลาว-จีน-พม่า’ไม่มีตก/กัมพูชามาแรงคนแขมร์รวยขึ้น

ยอดส่งออกชายแดนโตสวนตลาดโลก เฉพาะ “พม่า- กัมพูชา” ผ่าน 9 เดือนทะลุแล้วเกือบแสนล้าน เชียงรายเตรียมเปิดหอการค้าอำเภออีก 2 แห่งหลังตัดริบบิ้นหอการค้าแม่สายไปแล้วก่อน หน้านี้ หวังกระชับสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านให้แนบแน่น พร้อมผนึกกำลัง 10 จังหวัดภาคเหนือทำธุรกิจร่วมกัน ด้านประธานหอฯ ตราดยันคนแขมร์รวยขึ้น อสังหาฯ บูม วัสดุก่อสร้างรับทรัพย์อื้อ!!!

ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ลุกลามจากปัญหาซับไพร์มสหรัฐอเมริกา ขยายสู่การล้มละลายของเลแมนบราเธอร์ส และต่อเนื่องถึงวิกฤติทางการเงินในสถาบันการเงินของสหรัฐฯ อีกหลายแห่งส่งผลให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงเนื่องจาก สินค้าส่งออกของไทยประมาณ30%ถูกส่งไปขายในสหรัฐฯ

ล่าสุด นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยออกมายอมรับว่า ปัญหาวิกฤติดังกล่าวทำให้ สินค้าไทยที่ส่งไปขายในสหรัฐฯมียอดหายไปไม่น้อยกว่า 10% หรือประมาณ 3 แสนล้านบาท รวมถึงตลาดหลักๆ อีกหลายแห่งอย่างยุโรป อินเดีย และญี่ปุ่น ก็มีแนวโน้มถดถอยลง

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ภาพรวมการส่งออกของไทยไปยังตลาดโลกถดถอยลง ตัวเลขการส่งออกสินค้าตามแนวชายแดนของไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านกลับเติบโตเป็นในทิศทางที่ตรงกันข้าม โดยเฉพาะการค้าในฝั่งชายแดนไทย-พม่า และไทย-กัมพูชา ผ่านครึ่งปีแรก มียอดส่งออกแล้วเกือบแสนล้านบาท

โดยนายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงรายเปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่าแม้ภาพรวมการส่งออกของไทยไปยังตลาดโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2551 จะส่งสัญญาณถดถอยเนื่องจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา และการลดกำลังซื้อของประเทศหลักๆ อย่างญี่ปุ่น ยุโรป และอินเดีย แต่ในส่วนของการค้าชายแดนโดยเฉพาะในฝั่งแม่สาย-พม่า เชียงแสน-จีน และเชียงของ-สปป.ลาวยังถือว่าไปได้ดี โดยมียอดการส่งออกในครึ่งปีแรกทะลุ 5 พันล้านบาทแล้ว โดยเชื่อว่าการค้าชายแดนฝั่งนี้ตลอดปีนี้จะทำได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท หากรวมการค้าฝั่งแม่สอดอีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาทและฝั่งระนองอีกประมาณ 2 พันล้านบาทก็เท่ากับว่ายอดขายฝั่งชายแดนไทย-พม่าจะทำได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท

“โดยปกติการค้าชายแดนบริเวณจังหวัดเชียงรายซึ่งติดกับพม่า จีนและลาวมียอดส่งออกแต่ละปีประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยจากการประเมินสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเชื่อว่ายังมีทิศทางที่ดี ซึ่งสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้าเกษตรเช่นยางพารา ลำไยอบแห้ง เป็นต้น โดยเฉพาะลำไยอบแห้งช่วงนี้ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นที่มีสั่งซื้อจากประเทศจีนสั่งเข้ามามาก” นายพัฒนา กล่าว

นายพัฒนายังกล่าวอีกว่าแม้ปัจจุบันจีนจะประสบปัญหาการส่งสินค้าไปขายในตลาดโลก เนื่องจากมีการตรวจพบสารเมลานีนในนมผง แต่จะไม่กระทบกับยอดส่งออกสินค้าไทยไปจีน เนื่องจากเป็นสินค้าที่ส่งเข้าไปเพื่อการบริโภคภายในประเทศจีนเป็นหลัก ไม่ใช่สินค้าที่ใช้ผลิตเพื่อส่งออก

“จากภาวะการค้าชายแดนที่มีแนวโน้ม การเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้หอการค้าในจังหวัดภาคเหนือทั้ง 10 แห่งมารวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ เพื่อทำ การค้าร่วมกัน จัดทำเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันเพื่อสร้างมูลค่าทั้งระบบ รวมถึงการจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้กับผู้ประกอบการทุก
จังหวัด โดยเรื่องที่กำลังดำเนินการในขณะนี้คือการให้ความรู้เกี่ยวกับจัดการ ระบบลอจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง”

นายพัฒนายังกล่าวถึงการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านว่า ล่าสุดได้มีการจัดตั้งหอการค้าจังหวัดเชียงราย สำนักงานสาขาอำเภอแม่สาย หรือบางคนเรียกว่าหอการค้าอำเภอแม่สาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนในพื้นที่ทั้งสองประเทศ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา มีนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานหอการค้าไทยมาร่วมทำพิธีเปิด และมีเป้าหมายจะเปิดหอการค้าจังหวัดเชียงราย สำนักงานสาขาอำเภอเชียงของและอำเภอเชียงแสนเป็นแห่งต่อไป

ด้านนายสุพจน์ เลียดประถม ประธาน หอการค้าจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ในขณะที่การส่งออกของไทยไปในตลาดโลกออกอาการแผ่วปลายแต่ใบขนสินค้าผ่านชายแดน ไทยไปกัมพูชากลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะช่องการค้าผ่านจังหวัดตราดปีนี้คงมียอดไม่น้อยกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ในขณะที่การส่งออกผ่านจังหวัดสระแก้วน่าจะมีมูลค่าประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท

“ปัจจุบันผู้บริโภคกัมพูชามีกำลังซื้อมากขึ้น จากสภาพเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงเติบโต และสินค้า 70-80% เป็นสินค้าจากประเทศไทย ทั้งประเภทอุปโภคบริโภค ประกอบกับขณะนี้ในเมืองสีหนุวิลล์และเสียมราฐกำลังมีการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก ทำให้ยอดการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างจากไทยขยายโตอย่างต่อเนื่อง”

นายสุพจน์ยังกล่าวอีกว่าอยากให้รัฐบาลไทยหันมาให้ความสนใจตลาดในประเทศ เพื่อนบ้านมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะในขณะที่ตลาดโลกมีปัญหาแต่ตลาดข้างบ้านเรากลับโตเอาๆ ทั้งพม่า กัมพูชา มาเลเซีย และลาว ซึ่งถ้ารวมยอดการส่งออกของทุกภูมิภาค แล้วก็มียอดส่งออกมากกว่า 2 แสนล้านบาท อย่างมูลค่าการค้าระหว่างไทย-กัมพูชาวันนี้เราส่งออกไปกว่า 3 หมื่นล้านบาทแต่นำเข้าเพียง 50 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าเราได้มูลค่าจากประเทศเพื่อนบ้านมหาศาล



พม่าเตือนงดบริโภคนมจีน หลังพบสารเมลามีน-โสมเรียกเก็บเพิ่ม
06  ตุลาคม  2551


พม่าเตือนประชาชนไม่ให้บริโภคนมและผลิตภัณฑ์นมจากจีน   หลังจากหน่วยงานด้านอาหารและยา ทำลายนมผงสำหรับทารกนำเข้าจากจีน จำนวน 16 ตัน ที่ปนเปื้อนสารเมลามีน

ย่างกุ้ง-หนังสือพิมพ์นิวไลท์ ออฟ เมียนมาร์    รายงานว่า ทางการเตือนประชาชนไม่ให้บริโภคนม   และผลิตภัณฑ์นมจากจีน  ในช่วงที่กำลังมีการตรวจสอบ   ขณะเดียวกันขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่จำหน่ายนมผงปนเปื้อนและนำนมผงออกจากตลาด  ในช่วงที่กำลังมีการตรวจสอบ

รายงานระบุว่า   นมผงที่ถูกทำลายนั้นเป็นของ   บริษัทออีลี่  มองโกเลีย ใน หนึ่งใน 22 บริษัท ที่ทางการจีน ระบุว่า  มีผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนสารเมลามีน ส่วนนมผงอีก  1,500  ตัน ของบริษัทที่ไม่ได้ถูกทางการจีน ระบุยังไม่ถูกตรวจสอบแต่อย่างใด ขณะนี้ทางการพม่าได้ระงับการนำเข้านมผงเป็นการชั่วคราว ในขณะที่กำลังดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัย

ส่วนสำนักงานอาหารและยาของเกาหลีใต้แถลงว่า ได้สั่งให้บริษัทมาร์สและเนสท์เล่เรียกเก็บผลิตภัณฑ์ 3 ชนิดออกจากชั้นจำหน่าย  หลังจากตรวจพบสารเคมีเมลามีนในของขบเคี้ยวที่ผลิตในจีน

การสั่งเรียกคืนผลิตภัณฑ์ล่าสุดทำให้เกาหลีใต้มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์แล้ว 10 รายการ นับแต่เกิดกรณีอื้อฉาวนมปนเปื้อนเมื่อเดือนที่แล้ว

ขณะที่ทางการจีนแถลงว่า ผลการตรวจสอบคุณภาพสินค้ารอบล่าสุด พบว่า ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปของน้ำนมซึ่งวางจำหน่ายอยู่ในประเทศ ไม่มีสารเมลามีนแล้ว  หลังจากที่มีรายงานข่าวสินค้าจีนปนเปื้อนสารเคมีเมลามีนทั้งที่จำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ

ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองในรอบไม่กี่วัน ที่จีนพยายามเรียกคืนความเชื่อมั่นในสินค้านมของจีน หลังจากที่มีเด็กเสียชีวิต 4 ราย และ ป่วยกว่า 50,000 ราย จากการบริโภคนมผสมสารเมลามีนในจีน

ผลการสุ่มตรวจตัวอย่างผลิตภัณฑ์น้ำนม  609 รายการ   ในเมือง 27  แห่งทั่วประเทศจีน พบว่า ปลอดจากสารเมลามีนแล้ว นับเป็นการทดสอบครั้งที่ 6 ในจีน ภายหลังมีข่าวนมปนเปื้อนสารเมลามีนตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว  ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางการจีน  ได้ตรวจสอบสินค้าไป 115 ยี่ห้อ ทั้งหมด 2,093 รายการ



แอร์มัณฑะเลย์บินย่างกุ้ง - เชียงใหม่ อีกครั้ง
05  ตุลาคม  2551

สายการบินแอร์มัณฑะเลย์ (Air Mandalay) ของทางการพม่าประกาศเริ่มบินเส้นทางย่างกุ้ง-เชียงใหม่ อีกครั้งหนึ่ง โดยจะเริ่มเที่ยวแรกในวันที่ 2 พ.ย.ศกนี้ หลังจากเลิกราไปเมื่อวันที่ 7 ส.ค.หลังจากมีผู้โดยสารน้อยลง ซึโฆษกของสายการบิน กล่าวว่า
เป็นผลจากพายุนาร์กิสพัดถล่ม


       “เรากำลังขออนุมัติจากกรมการบินพาณิชย์ของไทยเพื่อเริ่มบินอีกครั้ง” โฆษกของแอร์มัณฑะเลย์ผู้หนึ่งกล่าวกับนิตยสารข่าวเมียนมาร์ไทมส์
       
       แอร์มัณฑะเลย์ มีแผนที่จะเปิดบินไป-กลับเชียงใหม่สัปดาห์ละ 2 เที่ยว ประจำทุกบ่ายวันพฤหัสบดีกับวันอาทิตย์
       
       ขณะเดียวกัน สายการบินแอร์เอเชียก็จะกลับไปเพิ่มเที่ยวบินสัปดาห์ละ 7 เที่ยวบินเท่าเดิมอีกครั้งหนึ่ง ในเดือน ต.ค.นี้ หลังจากลดลงเหลือสัปดาห์ละ 3 เที่ยว หลังจากจำนวนผู้โดยสารลดฮวบลงหลังพายุนาร์กิสพัดถล่ม   ( ผู้จัดการออนไลน์)




TBC.ไทยประท้วงพม่าหลัง DKBA. นำกำลังบุกไทย
05 ตุลาคม 2551

วันที่ 5  ตุลาคม  2551  พ.อ.ผดุง  ยิ่งไพบูลย์สุข   ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4    แม่สอดในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนไทย-พม่า ระดับท้องถิ่น หรือ TBC (แม่สอด-เมียวดี) ได้ทำหนังสือบันทึกช่วยจำ   เพื่อประท้วงต่อคณะกรรมการชายแดนท้องถิ่นฝ่ายพม่า  (TBC พม่า) กรณีมีกองกำลังจากฝั่งพม่า ลุกล้ำอธิปไตยข้ามแดนมายังเขตไทย ที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก และได้ก่อเหตุการณ์รุนแรงโดยใช้อาวุธสงครามยิงบ้านเรือนคนไทย  และมีการปิดล้อมหมู่บ้าน ถนน สร้างความตื่นตกใจให้คนไทยในพื้นที่อย่างยิ่ง  มีการทำลายข้าวของ - รถยนต์-บ้านเรือนเสียหายหลายแห่ง  ดังนั้นทาง TBC ไทย จึงขอให้พม่าสอบสวนหาผู้กระทำผิด  และดำเนินการเรื่องนี้รวมทั้งแจ้งให้ฝ่ายไทยทราบด้วย     เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและพม่า ต่อไป

          รายงานข่าวแจ้งว่า   การประท้วงของ  TBC ไทย สืบเนื่องมาจาก กองกำลังทหารกะเหรี่ยงพุทธ ดีเคบีเอ.  ภายใต้การสนับสนุ ของทหารพม่า  ได้นำกำลังรุกล้ำอธิปไตยและก่อเหตุรุนแรง  ที่ตำบลโมรโกร อ.อุ้มผาง จ.ตาก สำหรับสถานการณ์ล่าสุดฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารไทยได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวห้ามออกจากบ้านเรือนที่พักในช่วงเวลากลางคืน  และทหารรวมทั้ง ตชด. ได้ นำกำลังตรึงพื้นที่ชายแดน อ.อุ้มผาง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้คนไทยและสร้างความมั่นใจในด้านการรักษาความมั่นคงและความสงบในหมู่บ้านคนไทยด้วย  (แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ)




ตชด.เข้าเครียร์พื้นที่ภายหลังกลุ่ม DKBA. ล่าถอยไป
5 ตุลาคม 2551
         เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 347  อำเภออุ้มผางจังหวัดตาก ร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ( ชรบ. ) แม่กลองคี ได้เคลียร์พื้นที่บ้านแม่กลองคี ตำบลโมโกรอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก หลังจากที่ถูกทหารกะเหรี่ยงพุทธ ดีเคบีเอ.บุกยึดหมู่บ้าน และปิดล้อมบ้านนายบุญเลิศ ด่วนแม่กลอง กำนันตำบลโมโกร ซึ่งอยู่ติดกับถนนสายแม่สอด – อุ้มผาง  ในระหว่างการตรวจสอบหมู่บ้าน

        เจ้าหน้าที่พบร่องรอยกระสุนปืนอาร์พีจี และกระสุนอื่นๆในบ้านของนายบุญเลิศจำนวนมาก และในระหว่างเส้นทางพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 ด้วย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบว่า มีนายทหารกะเหรี่ยงคริสต์เคเอ็นยู.ฝ่ายส่งกำลังบำรุง ยศร้อยเอกของฝ่าย พล.ต.เนอดา เมียะ  ผู้บัญชาการทหาร กะเหรี่ยง เคเอ็นยู.ลูกชายของนายพลโบเมียะ อดีตประธานาธิบดีกะเหรี่ยง เสียชีวิต 1 นาย บริเวณชายแดนไทย – พม่า  นอกจากนี้ทหารกะเหรี่ยง ดีเคบีเอ.ยังยิงรถยนต์บรรทุกข้าวโพดของชาวบ้านเสียหายอีกจำนวนหลายคัน
สำหรับชาวบ้านแม่กลองคี ส่วนหนึ่งได้เดินทางกลับหมู่บ้านแล้ว แต่บางกลุ่มยังไม่กล้าเข้าไปในหมู่บ้าน แม้นว่า เจ้าหน้าที่ได้ลงไปในหมู่บ้ านแล้ว ทางด้านเจ้าหน้าที่เองได้กระจายกำลังไปตามจุด และสถานที่ต่างๆ ในการรักษาความปลอดภัย

            ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ฝ่ายกะเหรี่ยงพุทธดีเคบีเอ. และทหารพม่า ได้เสริมกำลังเข้าพื้นที่ด้านอำเภออุ้มผาง โดยมีเป้าหมายในการโจมตีทหารกะเหรี่ยงฝ่ายเคเอ็นยู.ของพันเอกเนอดา เมียะ ขณะฝ่ายเคเอ็นยู.ก็มีการเตรียมพร้อมเต็มที่
            อย่างไรก็ดีฝ่ายไทยพร้อมที่จะตอบโต้ทุกรูปแบบกับฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ที่ลักลอบเข้ามาปฏิบัติในพื้นที่ประเทศไทย ลึกถึง 3 กิโลเมตร หากฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.จะรุกลำเข้ามาอีกตามที่ได้ประกาศไว้

                                                                                                     (แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ)




จับ 4 หนุ่มพม่า ลวงสาวพม่าค้ากาม
02 ตุลาคม  2551


เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 1 ต.ค. พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข ผกก.3 บก.ปดส. นำกำลังเข้าจับกุมนายแมน อายุ 27 ปี นายมิว อายุ 33 ปี นายจันเจา อายุ 24 ปี  และนายอินโซ อายุ 25 ปี รวม 4  คน ทั้งหมดสัญชาติพม่า  โดยตั้งข้อหาว่าสมคบกันกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์   และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราบุคคลอื่น โดยใช้กำลังประทุษร้ายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง  โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบริษัท ไทยยูเนี่ยน หมู่ 7 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

พ.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิรักไทย จ.สมุทรสาคร ได้ประสานมาเพื่อขอให้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวชาวพม่า  ซึ่งถูกหลอกลวงมากักขัง   และบังคับให้ค้าประเวณี   จึงสืบสวนติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา กระทั่งสืบทราบว่า มีการลักลอบนำแรงงานสาวชาวพม่าเข้าเมือง โดยผิดกฎหมายและบังคับให้ค้าประเวณี  ต่อมาจึงส่งกำลังเข้าให้ความช่วยเหลือด.ญ.เอ อายุ 14 ปี และน.ส.บี อายุ 27 ปี (ทั้งสองนามสมมติ) สัญชาติพม่า

จากการสอบปากคำ น.ส.บีให้การว่า เป็นชาวเกาะสอง ประเทศพม่า ถูกนายหมึกหลอกลวงว่าจะพามาทำงานแกะกุ้งอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร  โดยจะได้รับค่าจ้างวันละ 200-300 บาท แต่ต้องเสียค่านายหน้าเป็นเงินจำนวน 13,000  บาท  เมื่อหลงเชื่อเดินทางมาช่วงต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา นายหมึกกับพวกได้บังคับ  และกักขังตนไว้ในห้องพัก  ก่อนจะให้นายมิวลงมือข่มขืนตน   จากนั้นจึงบังคับให้ขายบริการที่โรงนวดแผนโบราณแห่งหนึ่งในจ.สมุทรสาคร

 


ฆ่าหนุ่มพม่าทิ้งกลางนา
01 ตุลาคม  2551

มาเป็นแรงงานเลี้ยงวัวใกล้ที่เกิดเหตุ เกิดเรื่องทะเลาะกับพวกเดียวกันจนถูกยิงทิ้ง เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 ก.ย. พ.ต.ท.นเรศ พูลหน่าย สารวัตรเวรสภ.โกสัมพี จ.กำแพงเพชร รับแจ้งพบศพคนถูกยิงตายกลางทุ่งนา บ้านโละโคะ หมู่ที่ 15 ต. โกสัมพีนคร อ.โกสัมพี จึงไปตรวจสอบ พบศพของชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 20 ปีเศษ รูปร่างหน้าตาคล้ายชาวต่างชาติ นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ ตรวจค้นในตัวไม่พบหลักฐานใดๆ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ไหล่ซ้ายทะลุกลางหน้าอก นายบุญมี สุมณฑา อายุ 80 ปี ผู้พบศพเปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. คืนวันที่ 29 ก.ย. ได้ยินเสียปืนดังขึ้น 2 นัด แต่ตนเองไม่กล้าออกไปดู จนถึงตอนเช้าจึงไปดูก็พบศพดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตาเป็นชาวพม่าหลบหนีเข้าเมือง



พม่าเรียกร้องกลางยูเอ็น ยุติมาตรการคว่ำบาตร-ย้ำไม่ช่วยพัฒนาปชต
01  ตุลาคม  2551


พม่าวิงวอนกลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ขอให้ยุติมาตรการการคว่ำบาตรรัฐบาลทหารพม่า เตือนประชาธิปไตยไม่สามารถเดินหน้าได้ด้วยการคว่ำบาตร แต่ปิดปากเงียบไม่เผยถึงความคืบหน้าของนางออง ซาน ซู จี แกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยที่ยังถูกกักบริเวณในบ้านพัก

สหประชาชาติ (เอพี/รอยเตอร์ส) - นายอู่ ญาน วิน รัฐมนตรีต่างประเทศพม่า ขึ้นกล่าวในที่ประชุมใหญ่สมัชชาแห่งสหประชาชาติ เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นว่า ความ ก้าวหน้า ทางการเมืองและสังคมในระบอบประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้จากการพัฒนา ไม่ใช่การลงโทษหรือบีบบังคับข่มขู่ด้วยวิธีต่างๆ เช่นมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ประชาคมโลกกระทำต่อรัฐบาลทหารพม่าอยู่ในขณะนี้ นายญาน วินยังกล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนต่อไปตามแผนโร้ดแม็พ 7 ขั้นไปสู่ประชาธิปไตยของพม่าจะอยู่ที่ปี 2553 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งทั่วไปตามระบอบประชาธิปไตย ที่ทุกคนไม่ว่าฝ่ายใดจะมีสิทธิเท่าเทียมกันในการก่อตั้งพรรคการเมือง และสามารถหาเสียงได้อย่างเสรี เป็นเครื่องแสดงว่ารัฐบาลทหารพม่าพยายามที่จะเดินหน้าไปสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว พร้อมกับให้คำมั่นว่า หากมาตรการคว่ำบาตรที่มีต่อรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งปราศจากความชอบธรรมถูกยกเลิกไป พม่าจะกลายเป็นอู่ข่าวอู่น้ำให้แก่ประชาคมโลก และช่วยบรรเทาวิกฤติอันเกิดจากภาวะอาหารราคาแพงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี นายญาน วินยังได้กล่าวปฏิเสธคำตำหนิของประชาคมโลก ต่อการที่รัฐบาลทหารพม่ากวาดล้างศัตรูทางการเมืองว่าไม่เป็นความจริง และยืนยันว่ารัฐบาลได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ของชนในชาติแล้ว

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมใหญ่สมัชชาแห่งสหประชาชาติครั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศพม่าไม่ได้กล่าวถึงนางออง ซาน ซู จี แกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยและผู้นำฝ่ายค้าน ที่ยังถูกกักบริเวณในบ้านพักมานานหลายปีแต่อย่างใด แม้จะมีเสียงเรียกร้องและกดดันจากประชาคมโลก รวมถึงอาเซียน จีน สหรัฐ และสหภาพยุโรปหรืออียู ให้ปล่อยตัวนายซู จี รวมถึงนักโทษการเมืองอื่นๆ เป็นอิสระโดยเร็วก็ตาม



 


:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.