หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ǻШѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จิตสำนึก..รักชาติ


จิตสำนึก..รักชาติ
Monland99@hotmail.com: 22 Oct, 2007


ท่านผู้อ่านที่เคารพรักครับ..  ทุกประเทศทุกกลุ่มชาติพันธุ์ทุกเผ่าไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือมนุษน์
มีจิตสำนึกร่วมกันอยู่อย่างหนึ่งในการก่อเกิดให้มีการรวมตัวและกำหนดทิศทางก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงนั่น ก็คือการสร้างจิตสำนึกให้มีความรู้สึกร่วมกัน

เช่นคนมุสลิมใช้ศาสนาอิสลามในการกำหนดให้คนของตนมีแนวคิดเดียวกันไม่ว่าจะเป็นความคิดที่สุดโต่ง หรือสายกลางก็ตาม ศาสนาก็ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดให้กลุ่มของคนมีความรู้สึกนึกคิดร่วมกันได้ อย่างเช่นพระสงฆ์ในพม่าที่ประท้วงรัฐบาลทหารพม่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ใช้ศาสนาพุทธเป็นเครื่องมือและอัตลักษณ์ของคน
ในการกำหนดห้ประชาชนมีจิตสำนึกร่วมกันให้ออกมาประท้วงรัฐบาลทหารพม่า  (ซึ่งสาเหตุตามข้อเรียกร้อง 4 ประการนั้น คือปัจจัยภายนอก)   แต่นั้นเป็นเรื่องสากลเกินไปและไกลจากความจริงของกลุ่มชาติพันธุ์มอญ ที่จะต้องกล่าวในบทความนี้

กลุ่มชาติพันธุ์มอญ ผู้เขียนคิดว่า มีเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการสร้างความรู้สึกร่วมกันนั่นคือ “ชาตินิยม” การที่กลุ่มของตนถูกบีบและมีความเป็นอยู่ด้วยความยากลำบากภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารพม่าถือเป็น “กลไข” สำคัญในการปลูกระดมของกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลพม่า และนอกจากนี้มิติทาง “ศาสนา” และ “ประวัติศาสตร์” ก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญไม่แตกต่างจากชาตินิยม แต่แวดวงคนมอญมิได้ใช้เป็นเครื่องมือเหมือนกันกลุ่มกู้ชาติในกลุ่มประเทศอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจเป็นเพราะคนมอญขาด “องค์ความรู้” ในการสร้าง “ตัวแปร” ให้เกิดความรู้สึกร่วมตรงนี้

ชาตินิยม สำหรับประเทศไทยเริ่มใช้บทเพลงและหนังสือเผยแพร่อย่างจริงจังในสมัยรัชกาลที่ 6 มีบทเพลงที่พระองค์ทรงนิพนธ์ขึ้นมากมาย  เช่นบทเพลงไทยรวมกำลัง ไร้รักไร้ผล และมีการจัดตั้งกองเสือป่า 
( แต่บางนักวิชาการบางท่านกล่าวว่า พระองค์ไม่พอพระทัยทหาร) แต่ต่อมาในสมัย จอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ก็ใช้หลวงวิจิตรวาทการอดีตเปรียญจากวัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ เขียนหนังสือและบทเพลงออกมามากมาย เช่น บทเพลงต้นตระกูลไทย ใต้ร่มธงไทย
บทเพลงเหล่านี้ล้วนเป็นบทที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างและกระตุ้นให้พลเมืองของตนให้เกิดความรู้สึกรักชาติ กระตุ้นต่อมจิตสำนึกร่วมกัน บางบทเพลงมีเนื้อร้องมิติทางประวัติศาสตร์บ้าง ศาสนาบ้าง ความยิ่งใหญ่และชาติพันธุ์บ้าง ( แต่โทษ คนไทยมาจากไหน เป็นใครเถียงกันอยู่แม้กระทั้งทุกวันนี้)

เมื่อคืนวันพุธที่ 17 ตุลาคม 2550 ที่ผ่านมาผู้เขียนได้รับการ์ดเชิญจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติหรือคมช. ให้ไปร่วมงาน “คอนเสิร์ตรักชาติ” โดยมีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดง มีบุคคลสำคัญไม่ว่าจะเป็น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรี พล.อ.สุรยุทธ์  จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี.พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีในฐานะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงคอนเสิร์ตรักชาติ ไปร่วมด้วย  นอกจากนั้นก็เป็นคณะรัฐมนตี และ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

บทเพลงที่ร้องมี 5 ชุด นักร้องส่วนใหญ่หากเป็นผู้ใหญ่คงรู้จักดี และเด็กรุ่นใหม่อย่างผู้เขียนไม่ค่อยรู้จักเลย   แต่รู้จักอยู่หนึ่งคน คือ คุณสันติ ลุนเผ่  เพราะประทับใจการน้ำเสียงอันกังวาลของท่านมานานแล้ว  บทแพลงและการแสดงประกอบส่วนใหญ่ล้วนเป็นการกระตุ้นให้รักชาติ ก่อให้เกิดความสมานสามัคคีกันทุกบทเพลง ผู้ขียนฟังแล้วยังมีความรู้สึกร่วมน้ำตาคลอเป้าทุกบทเพลง ข้าง ๆ ข้าพเจ้านอกจากจะมีนายทหารระดับเจ้ากรมแล้วก็มีภรรยาของพวกเขาเหล่านั้นด้วย เห็นคุณเธอเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาหลายคน ทำให้เรายิ่งมีความรู้สึก “รักชาติมอญ” ขึ้นมาอย่างรุนแรง

สาเหตุที่เล่ามานี้ก็เพราะต้องการให้ผู้อ่านทราบว่า “ความจริง” คนมอญของเรา มีจุดแข็งหลายประการในการสร้างจิตสำนึกรักชาติร่วม เพราะในอดีตความยิ่งใหญ่ของกลุ่มชาติพันธุ์มอญคงไม่มีชาติใดในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหล่านี้กล้าปฏิเสธ หากเราจะสร้างมิติทางประวัติศาสตร์ มิติทางศาสนา และมิติทางดินแดน หรือแม้กระทั้งปัจจัยที่ถูกรัฐบาลทหารพม่าระเมิดสิทธิอย่างรุนแรงอยู่ตอนนี้มาสร้างจิตสำนึก ปลุกต่อมความรักชาติ ก็อาจจะเกิดผลได้ไม่มากก็น้อย แต่ปัญหาอย่างที่ทุกคนทราบ คือ แล้วใครจะทำ..ทำแล้วใครจะนำ เพราะกลุ่มชาติพันธุ์มอญตอนนี้ “ไร้ผู้นำ” และ “กองทุนในการขับเคลื่อน” และทั้งไร้ “จิตสำนึกร่วม” อย่างเป็นรูปธรรม

สุดท้าย ผู้เขียนกราบขออภัยที่ไม่ได้เขียนส่งบทความให้ผู้อ่านมานาน  เนื่องจากความไร้ความรับผิดชอบของผู้เอง แต่ถึงอย่างไรหากผู้อ่านต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกรุณาส่งความคิดเห็นมาทางเมล์ตามข้างบนนั้นได้ครับ....



 


:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.