แฉแรงงานพม่าจ้างหมอตำแยทำคลอดในห้องเช่า หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก 15 พฤศจิกายน 2550 18:07 น. http://www.komchadluek.net/2007/11/15/a001_172043.php?news_id=172043 มท.ขู่พบเจ้าหน้าที่สวมทะเบียนให้ต่างด้าวไล่ออก-โดนคดีอาญาสมช.จัดระเบียบจับลูกต่างด้าวขึ้นทะเบียนควบคุมปริมาณ ด้านสาวพม่าวอนรัฐบาลเห็นใจกลัวถูกแยกพ่อแม่ลูก แฉแรงงานเถื่อนจ้างหมอตำแยพม่าทำคลอดกันเองตามห้องเช่า หลังจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อรับทราบปัญหาแรงงานต่างด้าวที่มีอยู่จำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง วมถึงปัญหาด้านสังคมโดยเฉพาะมีเด็กเกิดใหม่จากพ่อแม่ต่างด้าวถึงเดือนละ 2,000 คน พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน นายวิชัย ศรีขวัญ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ขณะนี้มีบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยจำนวนมาก บางรายถึงขั้นตั้งรกรากมีครอบครัว จึงต้องการมีชื่อในทะเบียนบ้าน เป็นบุคคลสัญชาติไทย และขอมีบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อขอใช้สิทธิต่างๆ ประกอบกับกรมการปกครองได้นำระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์มาใช้ในการบริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎร ทำให้บุคคลต่างด้าวเหล่านี้แอบอ้างสวมเป็นบุคคลสัญชาติไทยเพิ่มมากขึ้น "มีการติดต่อผ่านนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเสนอค่าตอบแทน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอกำชับให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน ต้องใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบประวัติผู้ขอรับบริการอย่างละเอียดทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด" อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว นายวิชัย กล่าวด้วยว่า ข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตสวมบัตรประจำตัวประชาชนแก่บุคคลต่างด้าว กรมการปกครองจะลงโทษไล่ออกสถานเดียว และจะไม่มีสิทธิรับเงินบำเหน็จบำนาญ พร้อมถูกดำเนินคดีอาญาทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้แอบอ้างสวมตัว และผู้ให้การรับรองสถานะอีกด้วย ขณะที่ พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (โฆษก กอ.รมน.) กล่าวถึงมาตรการจัดระเบียบเด็กที่เกิดจากแรงงานต้างด้าวว่า เด็กที่ถือกำเนิดจากแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยถือว่าเป็นบุคคลไร้สัญชาติ แต่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พยายามแก้ไขปัญหานี้ในเบื้องต้นโดยใช้ 2 แนวทาง คือ 1.เด็กที่ถือกำเนิดโดยพ่อแม่แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง โดยมีเอกสารหลักฐานจะให้เลขประจำตัว 13 หลัก โดยใช้เลข 0 นำหน้า 2.เด็กที่ถือกำเนิดโดยบุคคลต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นการชั่วคราว เช่น ตามศูนย์ผู้อพยพตามแนวชายแดนจะมีการให้เลขประจำตัว 13 หลัก โดยมีเลข 6 นำหน้า เพื่อหาทางขึ้นทะเบียนควบคุมปริมาณอย่างเป็นระบบ กรณีที่ พล.อ.สนธิ เสนอให้แรงงานต่างด้าวกลับไปคลอดลูกในประเทศของตนเองก่อนและกลับมาขึ้นทะเบียนใหม่อีกรอบ พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดอาจเป็นแนวคิดใหม่ในการจัดการ "ส่วนเด็กที่คลอดในประเทศไทย เราดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน เช่น พาแม่ไปคลอดตามสถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลใกล้เคียง" พ.อ.ธนาธิป กล่าว ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว กอ.รมน.เชิญหน่วยงานต่างๆ มาหารือถึงแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ จากนั้นจัดทำเป็นวาระแห่งชาติ โดยทำ "สมุทรสาครโมเดล" ขึ้นมา กองทัพจะควบคุมสกัดกั้นตั้งแต่แนวชายแดนด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก, อ.แม่สาย จ.เชียงราย, อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ฯลฯ ส่วนการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเถื่อนจาก อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร มา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พ.อ.ธนาธิป ระบุว่า การเคลื่อนย้ายเป็นหน้าที่ของตำรวจรับผิดชอบ ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีความชัดเจนมากอย่างการจับกุมแรงงานต่างด้าวที่มาร่วมงานแต่งงานใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ก็ได้มาจากการข่าว มีการรวมกลุ่มของคนต่างด้าวมากผิดปกติ จนกระทั่งนำมาสู่การจับกุมในเวลาต่อมา รศ.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.สนธิระบุให้ส่งแรงงานต่างด้าวที่ท้องกลับไปคลอดประเทศต้นทางว่า เป็นเรื่องที่ผิดวิสัยของมนุษย์หรือไม่ เพราะสังคมไทยยอมรับให้คนต่างด้าวเข้ามาทำงาน ดังนั้น การคลอดลูกจึงเป็นธรรมดา ถ้าเราปฏิบัติกับคนต่างด้าวรวยๆ ให้คลอดลูกในประเทศไทยได้ การปฏิบัติกับคนต่างด้าวจนๆ ก็ควรทำได้เช่นเดียวกัน "มีการเข้าใจผิดคิดว่าลูกคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยจะได้สัญชาติไทย และการไม่ออกเอกสารรับรองการเกิดให้แรงงานต่างด้าว ก็ยิ่งทำให้แรงงานเหล่านี้ไม่สามารถพิสูจน์สิทธิว่าเป็นคนพม่าเมื่อกลับประเทศ ทำให้มีแรงงานต่างด้าวตกค้างในประเทศไทยเพิ่มขึ้น" รศ.พันธุ์ทิพย์ กล่าว รศ.พันธุ์ทิพย์ กล่าวด้วยว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความเกลียดชังระหว่างสังคมไทยกับสังคมพม่า เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติ การส่งออกผู้หญิงท้องถือเป็นการแสดงถึงความเกลียดชัง ทางออกที่ดีควรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ “รัฐบาลควรระมัดระวังท่าทีในการดูแลมนุษย์ทุกคนในสังคม เพราะประเทศไทยไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน หรือชาตินิยมสุดโต่ง การเลือกปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ถือว่าผิดกฎมายระหว่างประเทศ” รศ.พันธุ์ทิพย์ กล่าว นายภาคภูมิ แสวงคำ นักกฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ มูลนิธิรักษ์ไทย กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มสิทธิมนุษยชนกำลังประสานหาทางสร้างความเข้าใจให้หน่วยงานรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.สนธิ ถึงการตั้งครรภ์ของแรงงานต่างด้าวว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญไทย มาตรา 80 และอนุสัญญาระหว่างประเทศคุ้มครอง คือ อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ซึ่งการกีดกันผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใดล้วนเป็นการละเมิดสิทธิ์ ยิ่งไปกว่านั้นแรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียนก็ได้จ่ายค่าประกันสุขภาพแล้วด้วย พวกเขาจึงสามารถฝากครรภ์และคลอดที่โรงพยาบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย วิธีการให้ความรู้เรื่องการคุมกำเนิดที่ถูกต้อ "ที่ผ่านมาแรงงานผู้หญิงพม่ามักคลอดลูกที่เมืองไทย เพราะมีความปลอดภัยต่อตัวแม่และเด็กมากกว่า จากนั้นก็จะส่งทารกกลับไปให้ญาติที่ประเทศพม่าเลี้ยงดู เพราะพวกเขาต้องทำงาน ไม่มีเวลาดูแลทารก ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายจะทำคลอดกับหมอตำแยแล้วก็ส่งลูกไปอยู่ที่พม่าเอง หรืออาจจ้างนายหน้าไปส่ง ทุกวันนี้กฎหมายแรงงานก็ห้ามผู้หญิงตั้งครรภ์ทำงานอยู่แล้ว" นายภาคภูมิ กล่าว ด้าน น.ส.วอ (นามสมมติ) หนึ่งในสาวพม่าที่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพ โครงการป้องกันเอดส์ของมูลนิธิแห่งหนึ่ง กล่าวว่า การไล่แรงงานหญิงต่างด้าวที่ตั้งครรภ์กลับไปคลอดที่พม่าเป็นการทำทารุณกรรมผู้หญิงตั้งท้องอย่างมาก เพราะที่พม่าโรงพยาบาลจะไม่มียาหรือเข็มพอสำหรับคนจน ทุกอย่างต้องซื้อในตลาดมืดที่ราคาแพง หากทำคลอดในโรงพยาบาลต้องใช้เงินหลายพันบาท และถ้าเด็กออกมาผิดปกติต้องเข้าตู้อบใช้เงินเป็นแสนบาท ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" ลงสำรวจแรงงานต่างด้าวใน จ.สมุทรสาคร หลังจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มีนโยบายผลักดันให้แรงงานต่างด้าวที่ท้องแก่ใกล้คลอดกลับไปคลอดที่ประเทศบ้านเกิด ทำให้แรงงานต่างด้าวหลายคนต่างวิตกกังวลกับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะถูกส่งกลับไปแล้วเข้ามาไม่ได้อีก จนไม่เป็นอันทำมาหากิน ต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง นางอันเนียะ อายุ 24 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ จ.เมียวดี ประเทศพม่า สามีชื่อนายโทย อายุ 25 ปี คนจังหวัดเดียวกัน ปัจจุบันท้อง 8 เดือน ฝากครรภ์ไว้ที่ รพ.สมุทรสาคร กล่าวว่า เมื่อ 2-3 วันก่อน ไปตรวจครรภ์ พยาบาลพูดให้ฟังว่าต่อไปนี้หน่วยงานของรัฐจะไม่ทำคลอดให้ชาวต่างด้าว จะต้องกลับไปคลอดที่พม่า ได้ยินแล้วรู้สึกตกใจมาก วิตกกังวลว่าจะถูกส่งกลับประเทศ อยู่ที่นี่พร้อมหน้ามีทั้งสามีและมีงานทำ ลูกที่เกิดมาก็จะได้อยู่ด้วยกัน สามารถทำงานแบ่งเบาภาระสามี แต่ถ้าถูกส่งกลับ จ.เมียวดี จะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงดูลูก "ฉันเข้ามาอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่อายุ 14-15 ปี รู้สึกผูกพันและชินกับสภาพความเป็นอยู่ในไทย ถ้ากลับพม่าก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้หรือเปล่า เพราะที่โน่นไม่มีใครแล้ว เหลือเพียงตากับยายซึ่งก็แก่เต็มที หลังคลอดดูแลตัวเองไม่ได้แน่ ยิ่งถ้าสามีส่งเงินกลับไม่ได้ก็ไม่รู้จะเอาอะไรกิน หากเป็นไปได้อยากวิงวอนขอคลอดในเมืองไทย อยากใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยต่อไป เพราะมั่นใจว่าไม่ได้สร้างปัญหาให้ใคร เช้ามาก็ทำงาน เลิกงานก็กลับเข้าที่พัก ไม่ได้ไปวุ่นวายกับใครอยู่แล้ว" นางอันเนียะกล่าว ด้านนางเอ อายุ 32 ปี บ้านอยู่ จังหวัดเย รัฐมอญ ปัจจุบันท้อง 2 เดือน สามีชื่อนายซอ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเดียวกัน บอกว่า ลูกคนนี้เป็นท้องที่สี่ สามคนแรกส่งกลับพม่าไปหมดแล้ว และท้องนี้ตั้งใจจะคลอดที่ รพ.สมุทรสาคร แต่เมื่อรัฐบาลมีแนวคิดให้กลับไปคลอดที่บ้านเกิดก็รู้สึกกังวล ใจจริงไม่อยากกลับเพราะรู้ดีว่าฝั่งพม่าหมอก็ไม่ดี ยาก็ไม่ดี อุปกรณ์การแพทย์ก็ไม่ดี ที่สำคัญค่าใช้จ่ายแพงกว่าเมืองไทยมาก ถ้าอยู่ที่นี่มีงานทำจึงไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่าย ตรงกันข้ามหากกลับพม่ามั่นใจว่า จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ไหนจะต้องรับผิดชอบดูแลถึง 7 ชีวิต และยังต้องจ่ายภาษีให้รัฐบาลทหารพม่า รวมทั้งทหารมอญ ซึ่งมีโอกาสสู้รบปรบมือกันตลอด ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตเลย ขณะที่แหล่งข่าวที่ทำงานด้านสิทธิแรงงานต่างด้าวใน จ.สมุทรสาคร ยอมรับว่า จากสถิติแรงงานต่างด้าวที่คลอดเองใน จ.สมุทรสาคร ที่มีอยู่เฉลี่ย 30 กว่าคนต่อวัน โดยวิธีคลอดมีอยู่ 2 วิธี คือ ทำคลอดกันเองตามห้องเช่า จะมีหมอตำแยจากพม่าที่พอจะมีความรู้เกี่ยวกับการทำคลอดอยู่บ้างคอยทำหน้าที่ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 คน เมื่อแรงงานต่างด้าวคนใดท้องแก่ใกล้คลอดก็จะติดต่อให้ไปทำคลอดถึงห้องพัก อีกวิธีคือไปคลอดที่โรงพยาบาล ที่พบมากที่สุดคือ รพ.สมุทรสาคร สามารถแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีบัตรอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย กับกลุ่มที่ลักลอบเข้าเมือง แต่พอมีรายได้จ่ายค่าทำคลอด หากคลอดตามธรรมชาติจะตกอยู่ที่ 2,000-3,000 บาท "ปัจจุบันนี้จะไปคลอดที่โรงพยาบาลมากกว่า แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว กลุ่มแรกจะมีเยอะมาก โดยโรงงานเล็กๆ ที่ทำกันเองในครัวเรือน บางครั้งนายจ้างก็ไม่ใส่ใจ เวลาแรงงานหญิงจะคลอดลูกก็ทำคลอดกันเอง มีบ้างบางรายเท่านั้นที่พาไปคลอดที่โรงพยาบาล" แหล่งข่าว ระบุ
เรียน พันธมิตร มหามิตร และ ปิยมิตร เรื่อง "สนธิ" แสดงวิสัยทัศน์แบบทหารโบราณรักชาติสุดโต่ง (อีกแล้ว) สิ่งที่ส่งมาด้วย ข่าวคุณสนธิเสนอนโยบายให้แรงงานต่างด้าวกลับไปคลอดลูกที่บ้าน อ่านข่าวแนวคิดของคุณสนธิแล้วเศร้า ระทมกับความคิดแบบนี้อย่างยิ่ง ในบรรดา "แรงงานต่างด้าว" เหล่านั้น คุณสนธิรู้หรือไม่ว่า มีแรงงานพม่าเชื้อสายอารกัน ที่นับถือศาสนาอิสลามอยู่ด้วยไม่น้อย งานนี้คนอิสลามไม่รักกันแล้วหรือ ไม่กลัวบาปแล้วหรือ...? คนอิสลามทั่วโลกต้องรักกันมิใช่หรือ...? เพื่อนอิสลามที่ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล หลายคน ไม่มีความคิดอย่างนี้ "พวกเรา" เข้าใจความหลากหลาย "พวกเรา" เข้าใจความแตกต่าง "พวกเรา" มีศาสนา (แม้จะต่างกัน) คอยยึดเหนี่ยวจิตใจ "พวกเรา" มีมนุษยธรรม รัก และ เห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน บนรถเมล์เมืองไทยมีป้ายเชิญชวนให้ผู้โดยสาร "โปรดเอื้อเฟื้อแก่ เด็ก สตรีมีครรภ์ และ คนชรา" แต่ในใจของคุณสนธิไม่มีเลย นึกยังไงถึงทำเป็นเกลียด "แรงงานต่างด้าว" การแก้ปัญหา มันต้องแก้ที่สาเหตุ แต่อย่างน้อยหลักมนุษยธรรมก็ควรจะมี ลองไปดูกระจกซิ ผมว่า เผลอ ๆ คนหลายคนอาจตาตี่ ๆ ผิวขาวจั๊ว หรือดั้งน้อย ๆ คางใหญ่ ๆ หรืออาจจะตัวดำ ๆ ขนดก ๆ ผมหยิกติดหนังหัว คุณเองหลายคนก็ไม่ใช่ไทยแท้หรอก น่าจะผสมจีน ไทย ลาว แขก มอญ ญวน มลายู ม้ง ขมุ ละว้า ไทใหญ่ ก๋อง มอเกล็น โซ่ (ทะวืง) พวน ผีตองเหลือง (มลาบรี) อะไรสักอย่าง ในเมืองไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์ต่างกันตั้ง 86 ชาติพันธุ์ (ที่มา : อาจารย์อภิญญา บัวสรวง มหาวิทยาลัยมหิดล) เผลอ ๆ พ่อแม่คุณเพิ่งหอบหิ้วกันข้ามโขงมามีแค่กระติบข้าวเหนียวใบเดียว หรือมีเสื่อผืนหมอนใบมาจากโพ้นทะเล นามสกุลยาว ๆ ...... แค่มาถึงประเทศสยามก่อนคนอื่นเขาหน่อย มีสถานภาพดีกว่าเขาหน่อย มีการศึกษาดีหน่อย กลายเป็น "คนไทย" ดัดจริต "เกลียดต่างด้าว" คนไทยคืออะไร....? แบบไหนที่เรียกว่าคนไทย....? ทำเป็นลืม "กำพืช" ลืมราก ลืมเง่า คนที่ไม่มีราก จึงมักหลงทาง ไม่มีสิ่งยึดโยง สังคมแตกแยก ลุกขึ้นมาคลั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โหยหาเสื้อสีต่าง ๆ จองคิวซื้อเสื้อ ตบตีกัน ใส่กันทั้งที่คิดไม่ออก คิดไม่เป็น ว่าเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ เนื้อแท้คืออะไร พ่อต้องการอะไร ถ้ารักพ่อต้องทำอย่างไร...เข้าไม่ถึง....? รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม ประมาจารย์ทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ปราชญ์ชาวบ้าน ท่านว่า ในประเทศไทยนี้ ถ้ามีใครยืนยันได้ว่า ตนเองเป็น "ไทยแท้" ท่านยินดีนั่งรถไปหา ขอลายเซ็น ขอถ่ายรูป (อาจมีลงรักปิดทองคล้องมาลัยด้วย) และ ขอกราบแทบเท้า มนุษย์กินข้าว หายใจเอา อ็อกซีเจน เข้า คาย คาร์บอนไดอ็อกไซด์ ออกเหมือนกัน น่าจะเห็นอกเห็นใจคนที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น ก็เพื่อนบ้านประเทศใกล้เคียงกัน สังคมโลกจึงจะน่าอยู่ ประเทศสยามเราเป็นพหุสังคม มีความหลากหลาย มีความศิวิไล คนในประเทศที่มีความศิวิไลก็ควรยกระดับจิตใจด้วย ไม่งั้นปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีวันจบหรอก (แม้แต่คุณสนธิยังไม่มีปัญญาแก้) กรณีเผาสถานทูตเขมรก็คงต้องเกิดขึ้นอีก ในลาว ในพม่า (ก็ "คนไทย" แสดงท่ารังเกียจเขา ขนาดไล่เขากลับไปคลอดลูกที่บ้าน) กรณีเผาสถานทูต เพราะเขมรมีรอยแผลที่คนไทยกระทำไว้ และคนไทยไม่ให้เกียรติเขมร ทั้ง ๆ ที่ในอดีตคนไทยปล้นเอาวัฒนธรรม ภาษา การแต่งกาย ของเขมรมาใช้ทั้งนั้น ่มาวันนี้ประเทศเขามีปัญหา กลับมองว่าเขาล้าหลัง ไม่เจริญ มองไม่เห็นในความเป็นคนที่มีชีวิต มีจิตใจของเขา แม้แต่ลาว พม่า ... คนพม่า (ที่เรายังยึดติดว่า "พวกที่มาเผากรุงศรีอยุธยา" ทั้งที่เป็นคนละเจนเนอเรชั่น ครั้งนั้นมันเป็นเพียงคำสั่งกษัตริย์ ผู้มีอำนาจคนเดียวเท่านั้น แต่ทีสยามไปเผาเมืองลาว เขมร คนไทยกลับไม่จำ คนไทยแบบสุดโต่งควรไปหาหนังสือประวัติศาสตร์อ่าน) ซึ่งในความเป็นพม่าก็ประกอบไปด้วยชนชาติต่าง ๆ หลากหลายชาติพันธุ์ุ์ราว ๆ 242 กลุ่มชาติพันธุ์ พูดภาษาต่าง ๆ กัน พวกเขาต่างถูกกระทำจากรัฐบาลทหารพม่าเช่นเดียวกัน เขามีปัญหาด้านการเมือง เศรษฐกิจ พวกเขาหนีร้อนมาพึ่งเย็น มาถึงเมืองไทย เมืองพุทธศาสนา มาเจอ "คนไทย" กลับรังเกียจ ผลักไสไล่ส่ง เจ้าหน้าที่บางคนขูดรีด ข่มเหงรังแก กักขังหน่วงเหนี่ยว นายจ้างบางคนเอาเปรียบค่าแรง ทำร้ายร่างกาย ถ้าไม่ต้องการ "แรงงานต่างด้าว" อย่างพวกเขาก็ควรดูแลตรวจตราด่านชายแดนให้ดี อย่าให้เขาเข้ามาได้ ถ้าเข้ามาแล้วก็ผลักดันออกนอกประเทศให้หมด อย่าปากว่าตาขยิบ เจ้าหน้าที่นำเข้าเสียเอง อย่ามองเขาเป็นตัวตลก เอามาทำเป็นตัวตลกในหนังในละคร เสียดสี เยาะเย้ยถากถาง แต่ในความเป็นจริง กลับปล่อยให้พวกเขาทำงานได้ (แบบเอารัดเอาเปรียบ) ห้ามไม่ใหไหวติง อยู่เฉย ๆ ทำแต่งาน ห้ามแสดงออก ทั้ง ๆ ที่เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่พึงแสดงออกได้ตามหลักสิทธิมนุษยชนทั่วโลก กับแค่การอยู่ในสังคมเดียวกัน (เป็นคนชั้น 2 ชั้น 3 ด้วยซ้ำ) เขาอยู่ในกลุ่มของเขา สื่อสาร แต่งกาย ร้องรำทำเพลง แบบเขา ปล่อยให้เขามีความสุขทางใจบ้างมิได้หรือ...? แล้วกับคนต่างด้าวที่มีสถานภาพดี ๆ มีฐานะ อย่างคนจีนแถวเยาวราชทุกวันนี้ เห็นหนุ่ม ๆ สาว ๆ ท่าทางเข้ามาจากเมืองจีนใหม่ ๆ พูดไทยยังไม่ชัด คนอินเดียแถวพาหุรัต ถนนข้าวสาร หนุ่ม ๆ วัยรุ่น พูดไทยยังไม่ได้ สมาชิกในสังคมที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีฐานะดีเหล่านั้น กลับไหว้เจ้า จุดประทัด ฉลองตรุษได้ ในทางกลับกัน ทำไมคนไทยหันไปฉลองเทศกาลฮาโลวีน คริศมาสต์ ปีใหม่ วาเลนไทน์ ฟังเพลงฝรั่ง ไว้ผมทรงเกาหลี กินอาหารญี่ปุ่น ดูหนังฝรั่งเศส มีการรวมกลุ่มแฟนคลับไปรับและกรี๊ดนักร้องญี่ปุ่นที่สนามบิน นี่แค่ในเมืองไทยเท่านั้น... แล้วในกรณีที่คนไทยไปอยู่ต่างประเทศ...? ทั้งที่ ถูกกฎหมาย และ ผิดกฏหมาย ไปอยู่แล้ว แสดงออกทางวัฒนธรรมแบบไทย อยู่กันเป็น "ไทยทาวน์" สร้างวัดไทยที่นั่นที่นี่ เช่นนั้นคนต่างชาติก็ต้องแสดงความรังเกียจ กดขี่ข่มเหง ขยะแขยงคนไทยในประเทศเขาด้วยใช่ไหม...? บ่อยครั้งที่คนไทยเหล่านั้น ในอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี ทั้งที่เข้าประเทศเขาแบบ ถูก และ ผิด กฏหมาย ถูกกระทำ ข่มเหง ข่มขืนรังแก สามารถตั้งทนายฟ้องร้อง ร้องแรกแหกกระเชิง ก็เพื่อขอความเป็นธรรม ขอความเห็นใจมิใช่หรอกหรือ แต่ "แรงงานต่างด้าว" ไม่มีสิทธิ องค์ บรรจุน ประธานชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพ
จดหมายจากมอญมหาชัย
ถึง “คนไทย” ที่รัก เราเป็นคนมอญที่เกิดและโตในเมืองไทย บรรพบุรุษอพยพมาจากเมืองมอญ (ประเทศพม่า) เมื่อกว่าสองร้อยปีก่อน แต่บัดนี้....เราได้กลายเป็น “คนไทย” ไปแล้ว ด้วยกระบวนการบางอย่างที่ทำให้เรากลายร่างเป็นคนไทยสิ่งนั้นก็คือ “สัญชาติ” และคนในประทศนี้ก็เรียกเราว่า “คนไทยเชื้อสายมอญ” แต่ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนไทยแต่หัวใจยังคงเป็นมอญ..... ชุมชนมอญของเราอยู่ที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร คนทั้งชุมชนยังมีวิถีแบบมอญ (พูดจาภาษามอญ นับถือผีมอญ กินอาหารมอญ แต่งตัวมอญ และคิดแบบมอญๆ....) และอีกประมาณครึ่งค่อนจังหวัดก็มีคน (ไทยเชื้อสาย) มอญเต็มไปหมด นานมาแล้วเคยได้ยินมาว่าคนในประเทศนี้ให้เกียรติและยกย่องวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญเป็นอย่างมาก(ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์ก็จะเข้าใจเอง) มอญกับไทยสนิทสนมกลมกลืนจนแยกไม่ออก และวัฒนธรรมของมอญคนไทยเขาก็ยอมรับ และก็หลอมรวมเป็นวัฒนธรรมไทยในปัจจุบัน แต่อนิจจาวันนี้...มหาชัยเปลี่ยนไปมาก คนไทยในประเทศนี้บอกว่า จังหวัดของเรามีแต่แรงงานพม่า ...พม่าเกลื่อนเมืองไปหมด ...คนไทยก็เลยกลัวพม่าจะมายึดเมือง ยึดจังหวัดของเรา....อย่างที่เคยมาเผากรุงศรีอยุธยา (โถ่เอ้ย!!! มันจะเป็นไปได้ยังไง)...ตายล่ะหว่าแล้วจะอยู่กันได้ยังไงต่อไป (หนีเร้ววววววว....พม่าบุก) “ความมั่นคง” ของคนไทยถูกสั่นคลอนซะแล้ว...... ปัญหาความมั่นคงลุกลามปานปลายไปถึงปัญหาทางวัฒนธรรม ..จนเดี๋ยวนี้ทางจังหวัดออกประกาศว่าห้ามไม่ให้เผยแพร่วัฒนธรรมของแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะ “พวกสัญชาติพม่า”เพราะกลัวว่าวัฒนธรรมของแรงงานต่างด้าวจะมากลืนกินวัฒนธรรมของไทย เฮ้อ!!!.....น่าสงสารจัง....วัฒนธรรมไทยใกล้ถึงกาลอวสานแล้วแน่แท้..... คนมอญที่มาเป็นแรงงานต่างด้าวก็ถูกทำให้กลายเป็นคนพม่าโดยกระบวนการของ “สัญชาติ” เหมือนกับเรา(คนไทยเชื้อสายมอญ) แต่สำนึกและหัวใจของเขายังคงเป็นมอญอย่างแข็งแกร่ง บางทีอาจจะมากกว่าเรา(คนไทยเชื้อสายมอญ) เสียอีกนะ ซึ่งเขาก็กระซิบด้วยเสียงดังๆว่า เขาไม่อยากเป็นคนพม่า และ ไม่ใช่คนพม่า แล้วก็บอกว่าเขามาจากเมืองมอญ ไม่ใช่ประเทศพม่า ท่านทั้งหลายคงจะยังไม่รู้กระมังว่า “แรงงานพม่า”ที่คนไทยกลัวกันอยู่นั้นเป็นใคร...ส่วนใหญ่ที่มหาชัย (ร้อยละ70-80) เป็นคนมอญเหมือนเรานี่แหละ คนมอญทั้งหลายที่มาเป็นแรงงานต่างด้าวมี “สัญชาติพม่า” แต่เขาก็มีหัวใจแบบมอญอย่างเราเช่นกัน ...เราพูดภาษาเดียวกัน เรามีวิถีแบบมอญเหมือนกัน ....แต่ก่อนเราพูดมอญอยู่ในชุมชนแต่เดี๋ยวไปที่ไหนในมหาชัยก็ได้ยินแต่คนพูดมอญเต็มไปหมด องไปทางไหนเห็นป้ายภาษามอญอยู่ทั่วไป...ทำให้นึกไปถึงตอนเด็กๆ ที่เคยเห็นพ่ออ่านหนังสือที่มีตัวหนังสือตัวกลมๆเหมือนกันนี้..มารู้อีกที..อ้อภาษามอญนี่เอง ตอนนี้เราก็อ่านภาษามอญออกแล้วนะ จะเอาไว้อ่านป้ายภาษามอญที่มีอยู่เกลื่อนเมืองมหาชัย ที่วัดมอญบ้านเรา ใครๆในจังหวัดก็รู้จักคือ วัดศิริมงคล ซึ่งก็มีแรงงานชาวมอญมาทำบุญเป็นจำนวนมาก ทุกคนล้วนแต่งกายสวยงามโดยเฉพาะชุดประจำชาติมอญ คนในชุมชนก็ไม่ได้รังเกียจเพราะเราเป็นมอญเหมือนกัน พูดภาษาเดียวกัน ไม่ใช่คนต่างชาติต่างภาษาที่ไหน ....แล้วที่นี่ก็จัดงานวันชาติมอญมาหลายปีติดต่อกัน แต่เราเปลี่ยนชื่องานว่า “วันรำลึกบรรพบุรุษมอญ” เห็นไหมล่ะว่า แรงงานมอญต่างด้าว กับคนไทยเชื้อสายมอญก็ยังมีสิ่งที่ยึดโยงกันอยู่ อย่างที่เรียกกันเก๋ๆว่า สำนึกทางชาติพันธุ์ต่อการมีบรรพบุรุษร่วมกันไงล่ะ แล้วทำไมไม่มีใครเข้าใจเรานะ...โดยเฉพาะท่านพ่อเมืองมหาชัย....ท่านจะรู้หรือเปล่านะว่าคนมอญเราหวงแหนวัฒนธรรมประเพณีของเราที่สุด ท่านห้ามไม่ให้มอญแรงงานต่างด้าวแสดงวัฒนธรรมประเพณีมอญ แล้วท่านห้ามมาถึงคนไทยเชื้อสายมอญด้วยหรือเปล่า?....ตอนนี้มันกระทบกระเทือนไปหมดเพราะเกิดอาการ “ความเป็นมอญหลบใน” ....คนไทยเชื้อสายมอญ วัดมอญเริ่มหวั่นไหว อึดอัด วางตัวไม่ถูก เพราะท่านห้ามสะเปะสะปะไปหมด ห้ามวัด ห้ามโรงงานสถานประการจัดงานประเพณีมอญ กลายเป็นว่า“วัฒนธรรมประเพณีมอญ” จะกระทบกระเทือนความมั่นคงของประเทศ (แปลกดีนะ)....แล้วท่านจะจับเราเข้าคุกหรือเปล่าเนี่ยะ แต่เรามั่นใจนะว่า ไม่ผิดกฎหมายแน่..เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บอกว่าในเรื่องสิทธิชุมชนของเรา(คนไทยเชื้อสายมอญ) มาตราที่ 66 “บุคคลซึ่งร่วมตัวกันเป็นชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน” แล้วเราผิดด้วยหรือที่เราจะเอื้ออาทรต่อพี่น้องชาวมอญแรงงานต่างด้าวในการธำรงรักษ์ความเป็นมอญร่วมกันไว้ ผ่านวัฒนธรรมประเพณีมอญ ลำพังแต่แรงงานต่างด้าวชาวมอญก็จัดงานประเพณีขึ้นเองไม่ได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ต้องให้พี่น้องคนมอญในเมืองไทยค่อยช่วย และเป็นคนออกหน้าเสมอๆ ซึ่งวัดมอญ ชุมชนมอญ ก็ยินดี วัดวาอารามก็เจริญหูเจริญตาขึ้นเยอะกว่าแต่ก่อน ซึ่งก็ได้จากน้ำพักน้ำแรงจากแรงงานต่างด้าวชาวมอญที่เจียดเงินค่าแรงอันน้อยนิดมาทำนุบำรุงศาสนาและพระภิกษุสงฆ์ให้เจริญงอกงาม มุมดีๆแบบนี้ทำไมท่านพ่อเมืองมหาชัยถึงมองไม่เห็น ....ท่านกลับมองว่าเขาเป็นต่างชาติ ห้ามไปซะทุกอย่าง ห้ามมาคลอดลูกในเมืองไทย ห้ามเรียนหนังสือไทย ห้ามติดป้ายภาษามอญ ห้ามแสดงวัฒนธรรมประเพณี....ยังเหลือแค่เพียง ห้ามไม่ให้หายใจ .....เรา(คนไทยเชื้อสายมอญ)ทนไม่ได้ที่เห็นพี่น้องแรงงานมอญของเราถูกเขาเดียดฉันท์....ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ต่างรัฐชาติ แต่เราก็ร่วมชาติพันธุ์เดียวกัน ตอนนี้หลายๆภาคส่วน หลายๆองค์กรกำลังเรียกร้อง หลังจากมีประกาศจังหวัดสมุทรสาครเรื่อง ห้ามไม่ให้เผยเพราะวัฒนธรรมของแรงงานต่างด้าว และห้ามคนไทยสนับสนุนนั้น....สิ่งที่เรียกร้องกันเป็นการชี้ให้เห็นว่า สิทธิมนุษยชนกำลังถูกละเมิด การไม่คำนึงถึงความเป็นมนุษย์....แต่เรา(คนมอญ)ก็จะขอต่อสู้เพื่อสิทธิในการธำรงชาติพันธุ์ และ สิทธิในการแสดงออกซึ่ง อัตลักษณ์ หรือ ตัวตน ของเราเช่นกัน สุดท้าย..ก่อนจะลา คนไทย ไป ลองถามตัวเองดูซิว่า ในตัวท่านเป็นคนไทยแท้ๆ หรือเป็นคนไทยแบบปลอมๆ ที่เจือปนไปด้วย ความเป็นจีน เขมร ลาว แขก และอื่นๆ....ขอแนะนำให้ไปเจาะเลือดดูอาจจะตรวจพบ”เลือดมอญ”เจือปนอยู่สักหยดสองหยด...ก็ได้นะ จาก...คนไทยหัวใจมอญ สุกัญญา เบาเนิด เลขาธิการ ชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพฯ นักโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
องค์และทุกท่านครับ เรื่องคำสั่งผู้ว่าฯสมุทรสาคร ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้ส่งหนังสือไป ตอนนี้ผู้ว่ามีหนังสือตอบกลับมาแล้ว (ดูในไฟล์ที่แนบมา) และผู้ว่าเชิญเข้าประชุมร่วมในวันพุธที่ 21 ตอนบ่ายโมงครึ่งที่สมุทรสาคร องค์กรที่ทำงานด้านแรงงานข้ามชาติเลยนัดพูดคุยกันเรื่องนี้ในวันจันทร์ที่ 19 ตอนบ่ายสองโมงที่ สมาคมนักข่าวฯ ตรงข้ามโรงพยาบาลวชิระ ผมอยากให้องค์ กับคุณสุกัญญามาแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย หรือเป็นไปได้ เข้าให้ข้อมูลกับผู้ว่าฯ ด้วยก็ดีครับ หรือหากท่านใดไม่สะดวกจะแลกเปลี่ยนผ่านเมล์นี้เลยก็ได้ครับ ขอโทษที่ผมแจ้งมาช้า เพราะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่รู้ฮอตเมล์เป็นอะไร ส่งออกไม่ได้เลยครับ
:: Home | To Top ::