หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ¢èÒÇ»ÃШÓÇѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
40 ปีอาเซียน ความท้าทายที่ไม่เคยลดละ

“เซฟรอน” โดนเต็มๆ สหรัฐฯ เก็บภาษีก๊าซพม่า

ร่างรัฐบัญญัติที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านเมื่อวันอังคารไม่เพียงแต่จะมุ่งอายัดทรัพย์สิน แต่ยังห้ามผู้นำพม่ากับบุคคลชั้นนำทางการเมืองต่างๆ ของฝ่ายรัฐบาลทำธุรกรรมผ่านเครือข่ายสถาบันการเงินของสหรัฐฯ ในต่างแดนด้วย

แต่ผลกระทบโดยตรงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ก็คือ เมื่อผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ส่งผลให้บริษัทน้ำมันใหญ่อันดับ 2 ของประเทศคือ เชฟรอนคอร์ป (Chevron Corp) ไม่ได้รับสิทธิ์ทางภาษีจากรัฐบาลอีกต่อไป

ภายใต้ร่างกฎหมายคว่ำบาตรใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า นี้ “Block Burmese JADE (Junta's Anti-Democratic Efforts) Act” นี้ ทางการสหรัฐฯ พ่วงบทบัญญัติยุติการยกเว้นภาษีรายได้จากการประกอบการของบริษัทเชฟรอนในพม่าเข้าไปด้วย

ส.ส.พรรครีพับลิกัน กับพรรคเดโมแครต ลงมติผ่านร่างรัฐบัญญัติคว่ำบาตรพม่าครั้งใหม่อย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันอังคาร (12 ธ.ค.) โดยมุ่งอุดช่องโหว่การนำเข้าหยก สินค้าอัญมณีกับเครื่องประดับที่ผ่านการ “ฟอก” ในประเทศที่สามเข้าสหรัฐฯ

เชฟรอนร่วมถือหุ้นอยู่ในโครงการก๊าซยาดานาอ่าวเมาะตะมะ ซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยบริษัทโตตาล (TOTAL SA) จากฝรั่งเศส ผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ รวมทั้ง บริษัท ปตท.สผ.จำกัด (มหาชน) ของไทยด้วย

ก๊าซที่ผลิตจากหลุมยาดานาเกือบทั้งหมดส่งจำหน่ายให้แก่ประเทศไทยเป็นมูลค่าปีละกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อป้อนโรงไฟฟ้าราชบุรี

ผู้บริหารของบริษัทน้ำมันจากฝรั่งเศสและเชฟรอนยืนยันก่อนหน้านี้ ว่า จะไม่ถอนตัวออกจากพม่าตามแรงบีบของโลกตะวันตก เนื่องจากจะไม่ส่งผลอะไรต่อรัฐบาลพม่า เพราะทันทีที่ถอนตัวออกไปก็จะมีผู้ลงทุนรายใหม่เข้าแทนที่

ยังไม่ทราบว่ากฎหมายคว่ำบาตรฉบับใหม่ที่กำลังจะนำเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภานั้น จะส่งผลกระทบต่อ บริษัทน้ำมันของไทยในพม่าหรือไม่ แต่ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอัญมณีของไทยเป็นสิ่งที่มองเห็นได้

รัฐวิสาหกิจอัญมณีของพม่าจำหน่ายหยก พลอย มุก และหินล้ำค่าชนิดอื่นๆ เป็นมูลค่านับร้อยล้านดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลต่อผู้ค้าในหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเดีย จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่

สหรัฐฯ มองว่า รายได้จากอัญมณี ทำให้คณะปกครองทหารอยู่ในอำนาจได้ต่อไป
เครื่องประดับรายใหญ่ในสหรัฐฯ บุลการี (Bulgari) กับ ทิฟฟานี (Tiffanyรวมทั้ง กฎหมายคว่ำบาตรได้รับการสนับสนุนจากผู้ค้าอัญมณีและ) ด้วย ทั้งหมดมีเครือข่ายจัดจำหน่ายราว 11,000 แห่งทั่วสหรัฐฯ

นายทอม ลันโทส (Tom Lantos) ส.ส.พรรคดีโมแครต จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนฯ กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการ “ตีเข้าจุดเจ็บ” ของผู้นำพม่าคือ กระเป๋าเงินของพวกเขา

มาตรการลงโทษล่าสุดนี้มีขึ้นหลังจากทางการทหารพม่าได้ปราบปรามผู้เดินขบวนประท้วงอย่างรุนแรงในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ปัจจุบันจำนวนผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 31 คน อีก 74 คนยังสูญหาย ทั้งนี้เป็นตัวเลขของสหประชาชาติ

การประปราบปรามผู้ประท้วงที่นำโดยพระสงฆ์ครั้งนั้น ทำให้รัฐบาลทหารพม่าถูกประณามจากประชาคมระหว่างประเทศ รวมทั้งจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จอร์จ ดับเบิลยู บุช กล่าวเมื่อวันพุธ (14 ธ.ค.) เตือนให้พม่าเร่งทำการปฏิรูปไปสู่ระบอบประชาธิปไตย ไม่เช่นนั้นก็จะเผชิญกับการคว่ำบาตรที่รุนแรงยิ่งกว่าในขณะนี้

นายบุช เตือนคณะปกครองทหารพม่าที่อยู่ในอำนาจมานาน 40 ปีว่า ว่าสหรัฐฯ พร้อมแล้วที่จะนำประชาคมระหว่างประเทศ ทำการคว่ำบาตรรอบใหม่

                                                                                                        ( ผู้จัดการรายวัน )



40 ปีอาเซียน  ความท้าทายที่ไม่เคยลดละ

นับแต่สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 ตามความคิดริเริ่มของ ดร.ถนัดคอมันตร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในสมัยนั้น อาเซียนก็ไม่เคยที่จะอยู่ห่างจากคำว่า "ท้าทาย" เลยแม้แต่น้อยเพราะตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา

 ล้วนแต่มีอุปสรรคขวากหนามให้อาเซียนต้องฟันฝ่าและหล่อหลอมให้อาเซียนเป็นองค์การที่มีความแข็งแกร่งแห่งภูมิภาค ตลอดจนเต็มไปด้วยความหวังที่จะเป็นองค์การที่มีความสำคัญในระดับโลก

เนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยได้เป็นประธานหมุนเวียนของอาเซียนพร้อมกับการที่ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการคนใหม่ของอาเซียนจึงถือเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยจะได้ใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักและเข้าใจกับนโยบายต่างๆ ของอาเซียนให้มากขึ้น เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

กฎบัตรอาเซียน: หนทางสู่ประชาคมที่ใฝ่ฝัน

กฎบัตรอาเซียนเป็นหนึ่งในกระบวนการจัดตั้งประชาคมอาเซียนที่มีเป้าหมายจะตั้งให้สำเร็จภายในปี2558 พร้อมกับการตั้งตลาดเสรีอาเซียน โดยกฎบัตรนั้นเปรียบเสมือนธรรมนูญของอาเซียนที่จะวางกรอบกฎหมายและโครงสร้างองค์การเพื่อให้อาเซียนสามารถปรับตัวและเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ประชาคมอาเซียนจะประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมด้านความมั่นคงประชาคมด้านเศรษฐกิจ และประชาคมด้านสังคมและวัฒนธรรมซึ่งมีสาระสำคัญ4 ประการ ได้แก่

1.ให้สถานะนิติบุคคลแก่อาเซียนเพื่อให้เป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีสถานะทางกฎหมายและสามารถลงนามสนธิสัญญา ตลอดจนทำนิติกรรมต่างๆ ในนามของประเทศสมาชิกตามที่ได้รับมอบหมาย

2.ทำให้อาเซียนเป็นองค์การที่มีกติกาในการทำงาน สร้างกลไกส่งเสริมและตรวจสอบประเทศสมาชิกให้ปฏิบัติตามกฎบัตร และข้อตกลงต่างๆ พร้อมเปิดช่องให้มีมาตรการลงโทษหากประเทศสมาชิกฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด

3.กำหนดโครงสร้างองค์การให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการประสานงาน และกระบวนการตัดสินใจที่ดีขึ้นเพื่อให้อาเซียนสามารถแก้ไขปัญหาของภูมิภาคได้อย่างทันท่วงที 

4.ส่งเสริมให้อาเซียนเป็นองค์การที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นด้านการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน เสริมสร้างประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน โดยจะมีการจัดตั้งองค์การสิทธิมนุษยชนของอาเซียน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียนมากขึ้น
 
ก้าวสู่ตลาดและฐานการผลิตหนึ่งเดียว
หนึ่งในเสาหลักของการตั้งประชาคมอาเซียนคือการตั้งประชาคมเศรษฐกิจที่จะรวม 10 ประเทศสมาชิกสร้างหนึ่งในเขตเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยจำนวนประชากรรวมกันกว่า 570 ล้านคน โดยการเข้าสู่ตลาดและฐานการผลิตหนึ่งเดียวนี้จะประกอบด้วยเสรี 4 ประการ นั่นคือ 1.เสรีการค้าสินค้า 2.เสรีการค้าการบริการ 3.เสรีการเคลื่อนย้ายเงินทุน และ4.เสรีการเคลื่อนย้ายแรงงาน เพื่อให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง และเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลกอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2558

หลายคนอาจจะสงสัยและกังขาว่าเหตุใดการเคลื่อนย้ายสินค้าบริการ และเงินทุนอย่างเสรีจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย
 

การจัดเขตการค้าเสรีอาเซียนไทยจะได้รับประโยชน์หลายประการไม่ว่าจะเป็นการได้ประโยชน์จากการลดภาษี หรือยกเลิกภาษีระหว่างประเทศสมาชิก ทำให้การส่งออกสินค้าจากไทยไปอาเซียนมีราคาถูกลง อีกทั้งการแข่งขันทางการค้าภายในอาเซียนจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้า และเทคโนโลยี ตลอดจนเพิ่มปริมาณ รวมทั้งคุณภาพของสินค้าและการบริการให้แก่ผู้บริโภค

อย่างไรก็ดีสิ่งหนึ่งที่จะขัดขวางการเติบโตของอาเซียนคือความเหลื่อมล้ำของประชาชนแต่ละประเทศ โดย ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนคนใหม่ กล่าวว่า การศึกษาและการพัฒนาความมั่นคงมนุษย์นั้นถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับการสร้างประชาคมอาเซียน เนื่องจากปัจจุบันประชาชนในสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศยังคงมีความเหลื่อมล้ำทางรายได้สูงมาก ซึ่งความเหลื่อมล้ำกันนี้จะทำให้อาเซียนไม่มั่นคง ดังนั้น ยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมช่องว่างนี้คือการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ 

แต่แทนที่จะรอให้ประเทศอื่นๆเข้ามาช่วยเหลือ อาเซียนควรช่วยเหลือกันเอง โดยเฉพาะไทยที่หากต้องการจะได้ประโยชน์เต็มที่จากการพัฒนาอาเซียนไทย ก็ควรจะลงทุนเองด้วยการหันไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ยังมีการพัฒนาไม่เท่าเทียมเพื่อสมานรอยห่างเหล่านั้น ซึ่งหากทำได้จะถือเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์ที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาภูมิภาค ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการสร้างประชาคมความมั่นคงแห่งอาเซียนด้วย

ส่วนในเรื่องการศึกษานั้นอาเซียนซึ่งมีประชากรถึง 570 ล้านคน จะต้องคิดถึงการสร้างเยาวชน สร้างอนาคต สร้างโอกาส และเตรียมความพร้อมเยาวชนให้เติบโตเข้าสู่โลกแห่งการแข่งขัน โลกที่มีทรัพยากรจำกัด ต่อไปนี้เด็กๆ จะไม่หางานหาโอกาสแต่เพียงในประเทศ แต่จะเป็นการแสวงหาโอกาสในภูมิภาค และเวทีโลก ซึ่งการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้อนาคตของอาเซียนเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญและก้าวไปแข่งขันกับโลกได้ และอีกสิ่งหนึ่งที่ควรจะเกิดขึ้นในอาเซียนคือ การสร้างอัตลักษณ์ความเป็นอาเซียนขึ้น

พม่า: ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก
จนถึงขณะนี้คงต้องยอมรับว่าการมีพม่าเป็นประเทศสมาชิกได้ลดความน่าเชื่อถือของอาเซียนในสายตาชาวโลก โดยเฉพาะจากเหตุการณ์รัฐบาลทหารใช้กำลังปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้คนทั่วโลกที่ล้วนพุ่งเป้ามายังอาเซียนให้เป็นผู้แก้ปัญหานี้ในฐานะที่พม่าเป็นหนึ่งในภาคีสมาชิก ซึ่งกลายเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งที่จะขัดขวางการเติบโตของอาเซียนที่จะถูกประเทศตะวันตกทั้งสหรัฐ และสหภาพยุโรป (อียู) ตั้งแง่ในประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนพม่า จนไม่ดำเนินข้อตกลงใดๆ กับอาเซียนจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพม่า

ดังนั้นภาระหนักจึงตกกับอาเซียนและประเทศสมาชิกอื่นๆ ที่ต้องร่วมมือช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ไปด้วยกัน รวมทั้งพยายามทำให้พม่าเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวในชื่อ "ประชาคมอาเซียน"

 

                                                                                               ( หนังสือพิมพ์ คม-ชัด-ลึก )

 

 


:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.