หน้าแรก
   การเมือง
   การศึกษา
   บันเทิง
   เศรษฐกิจ
   ประเพณีมอญ
   บทกลอน
   บทความ
 ¢èÒÇ»ÃШÓÇѹ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
40 ปีอาเซียน ความท้าทายที่ไม่เคยลดละ

ไปด่านเจดีย์ฯ ปีนี้นักท่องเที่ยวเซ็งระเบิด

ปีนี้ต้องเกาะรั้วดู นักท่องเที่ยวนับพันไม่สบอารมณ์ปีนี้ไปเที่ยวด่านเจดีย์ฯ แต่ข้ามแดนไม่ได้

          นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังด่านเจดีย์สามองค์ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา พากันบ่นอุบ หลายคนแสดงความผิดหวังเนื่องจากไม่ทราบมาก่อน พอไปถึงที่นั่นแล้วจึงพบว่าพม่าได้ปิดด่านชายแดนแห่งนี้มาตั้งแต่ต้นปี2550
       
       พ่อค้าแม่ขายก็เช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่บ่นกันเกี่ยวกับยอดขายที่ลดฮวบลง นับตั้งแต่การค้าข้ามแดนที่มีมูลค่าเดือนละหลายสิบล้านบาทได้หยุดชะงักลงเมื่อ9เดือนแล้ว
      
       ไม่ใครทราบว่าเมื่อไรทางการพม่าจะเปิดด่านแห่งนี้อีก
       
       ช่วงวันหยุดส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวนับพันๆ คนมุ่งไปยังด่านเจดีย์ฯ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ลานจอดรถที่มีอาณาบริเวณกว้างขวาง มีรถจอดเต็มทุกวัน บางวันจอดล้นเข้าไปในวัดและบริเวณหน่วยราชการใกล้เคียง
       
       ทุกคนผิดหวังที่ได้พบว่า เจ้าหน้าที่พม่าได้นำรั้วไม้กั้นทางเข้าไว้หลายชั้น ปิดด่านตรวจคนเข้าเมืองเช่นเดียวกันกับสำนักงาน ตม.ของไทย ที่ปิดสนิทและเงียบเหงา ติดประกาศให้เอาไว้ให้ทราบว่า นักท่องเที่ยวไทยไม่สามารถเดินทางเข้าพม่าได้
       
       "ผมมาจากสุราษฎร์ (ธานี) ว่าจะข้ามไปเที่ยวเสียหน่อย เซ็งเลยครับ" ชายวัยสามสิบเศษที่ชื่อ "สุวัฒน์" กล่าวกับ “ผู้จัดการรายวัน" ขณะยืนเกาะรั้ว มองเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร้จุดหมายในภาวะปกติ ทางการพม่าอนุญาตให้นักท่องเที่ยว รวมทั้งพ่อค้าแม่ขายจากฝั่งไทยทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวเข้าไปเที่ยวชมหรือซื้อข้าวของที่ตลาดใกล้กับชายแดนได้
       
       เพียงแต่จ่ายค่าธรรมเนียม นักท่องเที่ยวสามารถขับรถข้ามแดนไปยังตลาดแห่งนั้นได้ เพื่อจับจ่ายซื้อหาสินค้าจากต่างแดนในราคามิตรภาพ
       
       "ผมเคยข้ามไปเมื่อสัก 7-8 ปีก่อน ปีนี้ไม่ทราบว่าเขาปิดด่าน เซ็งเลยครับ" ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งจากอีสานใต้กล่าว
       
       ห่างจากด่านชายแดนแห่งนี้ เข้าไปราว 2 กม. เป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่มีสินค้าให้เลือกอย่างหลากหลาย รวมทั้งเครื่องไฟฟ้าและ สก๊อตช์วิสกี้ "หนีภาษี" หลากยี่ห้อจากสิงคโปร์หรือมาเลเซีย แม่ค้าที่นั่นรับประกันเป็นของแท้แน่นอน
       
       นักท่องเที่ยวจาก จ.เพชรบูรณ์ อีกคนหนึ่งแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรง เจ้าตัวกล่าวว่าเคยพาครอบครัวข้ามพรมแดน อ.แม่สอด ไปเที่ยวตลาดเมียวดีมาหลายครั้ง ปีนี้อยากจะเปลี่ยนที่เที่ยวบ้าง
"ได้อ่านข่าวตอนที่เขาปิดด่าน ตอนนั้นด่านที่แม่สอดก็ปิด ที่ท่าขี้เหล็กก็ปิด แต่หลังจากนั้นเดือนสองเดือนก็เปิดค้าขายกันอีก ไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ถึงได้ปิดยาว" นักท่องเที่ยวจากเมืองมะขามหวานกล่าว
       
       แม่ค้าทั้งชาวไทยและชาวพม่าก็ผิดหวังไม่ต่างกัน
       
       "ของขายไม่ดีเลยตั้งแต่ปิดด่าน ยังไม่ทราบว่าเค้าจะเปิดอีกเมื่อไหร่" แม่ค้าเจ้าของร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้รายหนึ่งกล่าวด้วยภาษาไทยที่กระท่อนกะแท่น
       
       แม่ค้าเจ้าของร้านชำที่อยู่ถัดไปกล่าวว่า อยากให้มีเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ แบบนี้บ่อยๆ เพราะเป็นช่วงที่สินค้าต่างๆ ขายดี
       
       ตลาดด่านเจดีย์ฯ ที่ในวันปกติค่อนข้างเงียบเหงาได้กลับคึกคักอีกครั้งในช่วงวันหยุดยาว เจ้าของร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์กับสิ่งของเครื่องใช้ที่ทำจากไม้แห่งหนึ่งกล่าวว่า หลายรายการหมดไปตั้งแต่วันอาทิตย์ และ เพิ่งจะส่งมาเพิ่มเติมในวันจันทร์

       "ผมมาจากสุราษฎร์ (ธานี) ว่าจะข้ามไปเที่ยวเสียหน่อย เซ็งเลยครับ" ชายวัยสามสิบเศษที่ชื่อ "สุวัฒน์" กล่าวกับ “ผู้จัดการรายวัน" ขณะยืนเกาะรั้ว มองเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร้จุดหมายในภาวะปกติ ทางการพม่าอนุญาตให้นักท่องเที่ยว รวมทั้งพ่อค้าแม่ขายจากฝั่งไทยทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวเข้าไปเที่ยวชมหรือซื้อข้าวของที่ตลาดใกล้กับชายแดนได้
       
       เพียงแต่จ่ายค่าธรรมเนียม นักท่องเที่ยวสามารถขับรถข้ามแดนไปยังตลาดแห่งนั้นได้ เพื่อจับจ่ายซื้อหาสินค้าจากต่างแดนในราคามิตรภาพ
       
       "ผมเคยข้ามไปเมื่อสัก 7-8 ปีก่อน ปีนี้ไม่ทราบว่าเขาปิดด่าน เซ็งเลยครับ" ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งจากอีสานใต้กล่าว
       
       ห่างจากด่านชายแดนแห่งนี้ เข้าไปราว 2 กม. เป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่มีสินค้าให้เลือกอย่างหลากหลาย รวมทั้งเครื่องไฟฟ้าและ สก๊อตช์วิสกี้ "หนีภาษี" หลากยี่ห้อจากสิงคโปร์หรือมาเลเซีย แม่ค้าที่นั่นรับประกันเป็นของแท้แน่นอน
       
       นักท่องเที่ยวจาก จ.เพชรบูรณ์ อีกคนหนึ่งแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรง เจ้าตัวกล่าวว่าเคยพาครอบครัวข้ามพรมแดน อ.แม่สอด ไปเที่ยวตลาดเมียวดีมาหลายครั้ง ปีนี้อยากจะเปลี่ยนที่เที่ยวบ้าง
"ได้อ่านข่าวตอนที่เขาปิดด่าน ตอนนั้นด่านที่แม่สอดก็ปิด ที่ท่าขี้เหล็กก็ปิด แต่หลังจากนั้นเดือนสองเดือนก็เปิดค้าขายกันอีก ไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ถึงได้ปิดยาว" นักท่องเที่ยวจากเมืองมะขามหวานกล่าว
       
       แม่ค้าทั้งชาวไทยและชาวพม่าก็ผิดหวังไม่ต่างกัน
       
       "ของขายไม่ดีเลยตั้งแต่ปิดด่าน ยังไม่ทราบว่าเค้าจะเปิดอีกเมื่อไหร่" แม่ค้าเจ้าของร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้รายหนึ่งกล่าวด้วยภาษาไทยที่กระท่อนกะแท่น
       
       แม่ค้าเจ้าของร้านชำที่อยู่ถัดไปกล่าวว่า อยากให้มีเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ แบบนี้บ่อยๆ เพราะเป็นช่วงที่สินค้าต่างๆ ขายดี
       
       ตลาดด่านเจดีย์ฯ ที่ในวันปกติค่อนข้างเงียบเหงาได้กลับคึกคักอีกครั้งในช่วงวันหยุดยาว เจ้าของร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์กับสิ่งของเครื่องใช้ที่ทำจากไม้แห่งหนึ่งกล่าวว่า หลายรายการหมดไปตั้งแต่วันอาทิตย์ และ เพิ่งจะส่งมาเพิ่มเติมในวันจันทร์

สินค้าขายดีเป็นพวกของใช้ชิ้นเล็กทำจากไม้ เครื่องประดับ กำไลเงิน สร้อยคอและแหวนประดับพลอย ปฏิทินปีใหม่ สบู่จากกรุงย่างกุ้ง รวมทั้งสุราต่างประเทศ "หนีภาษี" ซึ่งเจ้าของร้านขอร้องไม่ให้ถ่ายรูป

พนักงานสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ที่แยกสังขละบุรี-ด่านเจดีย์ฯ บอกว่า ขายน้ำมันทุกชนิดหมดไปตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์ คลังเพิ่งจะส่งไปเพิ่มเติมให้ในตอนค่ำวันเดียวกัน
       
       ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในปั๊ม ปตท.ริมถนนช่วงทองผาภูมิ-ไทรโยคใหญ่ ชั้นวางสินค้าประเภทขนมของขบเคี้ยวว่างเปล่า เนื่องจากขายหมดตั้งแต่ตอนบ่าย พวกไส้กรอกย่างขายเกลี้ยงก่อนรายการอื่น และกำลังรอคลังสินค้าส่งไปเพิ่ม
       
       พนักงานคนหนึ่งกล่าวว่า ร้านเพิ่งเปิดมาประมาณ 2 เดือน ยังคิดคำนวณยอดจำหน่ายไม่ได้ จึงรับมือกับเทศกาลวันหยุดยาวไม่ไหว
       
       เจ้าหน้าที่ปั๊ม ปตท.แห่งนั้นกล่าวว่า น้ำมันทั้งดีเซล เบนซิน และแก๊สโซฮอล ขายเกลี้ยงเมื่อวันอาทิตย์ (30 ธ.ค.) จึงสั่งเพิ่มเติมแบบเต็มอัตราในวันถัดมา ปีนี้รถเข้าทองผาภูมิ-สังขละบุรี หนาหูหนาตาเป็นพิเศษ
       
       "ตอนบ่ายเมื่อวาน (30 ธ.ค.) แทบจะเดินข้ามถนนไม่ได้เลยค่ะเพราะรถเยอะมาก" พนักงานสาวร้านเซเว่นอีเลฟเว่นกล่าว เธอยังบอกอีกว่านั่นเป็นวันที่ลูกค้าเข้าร้านมากที่สุด


บางคณะไปถึงก็จัดแจงถ่ายรูปกันแบบเซ็งๆ แล้วก็หันหัวขบวนกลับไป เที่ยวไทรโยคที่อยู่ห่างออกไปเกือบ 200 กม. จากด่านเจดีย์ฯ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการจราจรจะคับคั่ง แต่ตัวเลขสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนเส้นทางสายนี้นับว่าต่ำมาก
       
       ตามรายงานทางสถานีวิทยุชุมชนท้องถิ่นสังขละบุรี ช่วงวันหยุดจนถึง 31 ธ.ค.มีอุบัติเหตุเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนไม่กี่กรณี มีรถปิกอัพเสียหลักพลิกคว่ำขณะเข้าโค้งและตกลงข้างทาง 1 คัน บนถนนช่วงทองผาภูมิ-สังขละบุรี (70 กม.) แต่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต
       
       ทางหลวงสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิระยะทาง 200 กม.เศษ มีจุดตรวจเป็นระยะตลอดเส้นทาง แต่มีเพียง 1 หรือ 2 แห่งที่ตั้งหน้าตั้งตาตรวจหาโชเฟอร์ประเภท “เมาแล้วขับ” ที่เหลือเป็นจุดบริการให้ผู้ใช้รถใช้ถนนแวะดื่มกาแฟหรือแวะงีบให้หายง่วง
       
       แต่เจ้าหน้าที่ประจำด่านบางแห่ง ฟุบหลับอย่างเหนื่อยอ่อน ในคืนส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่.

 

                                                                                           ( ผู้จัดการรายวัน )


สันติบาลคุมเข้ม
ตรวจสอบเอกสาร “เตือนใจ ดีเทศน์” ก่อนเปิดงานวันรำลึกชนชาติมอญ
องค์ บรรจุน
ประธานชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพ

สืบเนื่องจากการมาตรการเข้มงวดในการตรวจจับชาวมอญที่เดินทางมาร่วมงานวันรำลึกชนชาติมอญ ครั้งที่ 61 ประจำปี 2551 ณ วัดบ้านไร่เจริญผล จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เกิดจากความหวาดระแวงของผู้ว่าฯสมุทรสาคร ด้วยไม่ไว้ใจประชาชนพลเมืองของตนว่าจะทำการหมิ่นเหม่ต่อความมั่นคง แม้อาจจะมองได้ว่าเป็นการเข้ารับหน้าที่พ่อเมืองคนใหม่ได้ไม่นาน แต่บุคคลระดับพ่อเมืองควรศึกษาเรียนรู้ชุมชน เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างเป็นที่ยอมรับ มิใช่เข้าชุมชนไหนถูกเมินหน้าหนีที่นั่นอย่างทุกวันนี้

การจัดงานวันรำลึกชนชาติมอญครั้งที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีว่าเจ้าหน้าที่รัฐมักจับจ้องและหวาดระแวงประชาชนเสมอ ตั้งแต่หยิบเอาข้ออ้างในการชักจูงเชิงข่มขู่มิให้จัดกิจกรรม โดยยกเอาสถาบันเบื้องสูงมาอ้างอย่างไม่สำนึกว่าสถาบันจะพลอยมัวหมองไปด้วย ทั้งที่มิได้มีปรากฏอยู่ในกฎหมายมาตราวรรคใดทั้งสิ้น รวมทั้งอ้างว่าการส่งจดหมายเชิญผู้ว่าฯมาเปิดงานผิดขั้นตอน ซึ่งในทางที่จริงแล้วทางชมรมฯยึดมาตรฐานเดียวกันกับที่เคยปฏิบัติมากับผู้ว่าฯทุกจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือทุกครั้ง จะมีก็แต่ที่สมุทรสาครเท่านั้นที่มองเรื่องขั้นตอนยศศักดิ์ทำตัวเป็นเจ้าเป็นนาย แต่เมื่อทางชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพ ผู้จัดงานหลัก และวัดบ้านไร่เจริญผล เจ้าของสถานที่ยืนยันหนักแน่นว่าต้องการจัดงานนี้ตามปกติ ด้วยทุกฝ่ายรวมทั้งสภาทนายความก็ได้ช่วยพิจารณาเนื้อหาในการจัดงานและตีความ “แนวทางในการจัดงานของชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพ มติที่ประชุม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรสาคร วันที่ 7 มกราคม 2551” สรุปว่าเป็นมติที่มิชอบด้วยกฎหมาย และขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง

ดังนั้นเมื่อถึงกำหนดการจัดงานดังกล่าวทางจังหวัดจึงวางมาตรการคุมเข้ม ด้วยการสั่งตำรวจในท้องที่และข้างเคียงโดยรอบสนธิกำลังนับพันนายตั้งด่านตรวจถี่ยิบ ซึ่งนอกจากจะกลายเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่บางส่วนถือโอกาสจับกุมและเรียกรับเงินจากแรงงานต่างด้าวแล้ว ยังสร้างความตื่นตระหนกแก่ชาวไทยเชื้อสายมอญเป็นอย่างยิ่ง ชาวไทยเชื้อสายมอญจำนวนมากถูกตรวจตราอย่างหนัก บางส่วนไม่สามารถเข้าร่วมงานได้ทันเวลา ในขณะที่บางส่วนได้รับความกดดันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ต้องเดินทางกลับทันที ทั้งที่เป็นงานที่ต่างตั้งตารอมานานแรมปี

ชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพได้ดำเนินการจัดงานวันรำลึกชนชาติมอญมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 30 ปีแล้ว โดยหมุนเวียนสถานที่จัดงานไปยังชุมชนชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดต่างๆ วัตถุประสงค์การจัดงานก็เพื่อให้ชาวไทยเชื้อสายมอญจากทั่วประเทศได้ร่วมพบปะสังสรรค์ แสดงออกในด้านศิลปวัฒนธรรมของตน และที่สำคัญก็คือ เพื่อทำบุญอุทิศกุศลแด่บรรพชนผู้ล่วงลับ เท่าที่ผ่านมาทางชมรมฯ ได้รับการต้อนรับจากทุกชุมชนและทางจังหวัดเป็นอย่างดี ผู้ว่าราชการจังหวัดให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานเปิดงานเกือบทุกครั้ง แต่ครั้งนี้นอกจากไม่ได้รับความร่วมมือแล้วทางจังหวัดแล้วยังได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานความมั่นคงและสันติบาล มาตั้งด่านขุมเข้มอย่างหนัก กระทั่งทำให้การจัดงานในครั้งนี้มีผู้มาร่วมงานบางตากว่าทุกครั้ง

นายปลางทอ และเพื่อน ชาวมอญจากประเทศพม่า หนึ่งในหลายกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมก่อนเดินทางถึงบริเวณงาน นายปลางทอและเพื่อนถูกเรียกรับเงิน 2,000 บาท ต่อคน ก่อนปล่อยตัวกลับและออกคำสั่งให้เดินทางกลับทันที เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 2 ทั้งที่นายปลางทอมีบัตรทำงานต่างด้าวถูกต้องตามกฎหมาย นายปลางทอกล่าวว่า

“..ตั้งใจจะไปร่วมงาน เพื่อนๆ ที่ไม่มีบัตรกลัวโดนจับไม่กล้ามา ฝากเงินผมมาทำบุญกันเยอะ นี่ตำรวจก็เอาไปหมดแล้ว...”
หากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยึดความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่แล้วนั้น คงไม่ต้องมารอมาตั้งด่านเอาเฉพาะ 2 วันนี้ ในเมื่อการข่าวของเจ้าหน้านั้นมีประสิทธิภาพ ผู้ไม่มีบัตรอยู่อย่างผิดกฎหมายซอกไหนมุมไหนก็น่าจะมีข้อมูลอยู่ ทำไมไม่กวดขันจับกุม ซึ่งในกรณีที่ต้องการจับกุมเฉพาะคนที่ไม่มีบัตรแล้วดำเนินการส่งกลับทันทีก็ยังเป็นที่เข้าใจได้ มิใช่จับรีดไถแล้วปล่อยกลับบ้าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีบัตรแล้วยังถูกจับกุมนั้นไม่น่าจะมีเหตุผลที่ยอมรับได้

นางสาวกรรณทิพย์ จักวรรณรัตน์ อายุ 56 ปี ชาวไทยเชื้อสายมอญย่านถนนบางนาตราด ก.ม.4 โดยสารรถยนต์ส่วนตัวมาพร้อมกับน้องสาวอีก 2 คน เพื่อเดินทางมาร่วมงานและทำบุญอุทิศกุศลแด่บิดา ก็ได้รับผลกระทบของการกระทำจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ นางสาวกรรณทิพย์ กล่าวว่า
“..ครอบครัวพี่เป็นคนไทยเชื้อสายมอญนี่แหละ เมื่อก่อนบ้านอยู่แถวท่าจีน มหาชัย สมัยพ่อยังอยู่ไปวัดเกือบทุกวัน สอนลูกหลานทุกคนให้รักความเป็นมอญ ตอนนี้พ่อเสียไปแล้ว เมื่อมีการจัดงานอย่างนี้ปีละครั้ง จึงตั้งใจมาร่วมงานเพื่อทำบุญให้พ่อด้วยความคิดถึง...”

เมื่อรถของนางสาวกรรณทิพย์มาถึงปากทางเข้าวัดบ้านไร่เจริญผล สถานที่จัดงาน เวลาประมาณ 12.30 น.พบเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านอยู่ราว 40-50 นาย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกหยุดเพื่อตรวจค้น ทำให้นางสาวกรรณทิพย์ตกใจและซักถามน้องสาวเป็นภาษามอญว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยินภาษาที่ฟังไม่ออกจึงซักถาม เมื่อทราบว่าเป็นภาษามอญและจะไปร่วมงานมอญ จึงขอตรวจบัตรประชาชนพร้อมซักถามรายละเอียดมากมาย ทั้งคนขับรถและพี่น้องทั้ง 3 คนตกใจเป็นอย่างมากจึงรีบเดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ไปร่วมงานแต่อย่างใด แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่มีใครบาดเจ็บหรือสูญเสียทรัพย์สิน แต่ผลที่เกิดขึ้นคือเรื่องของจิตใจ ความหวาดกลัวเจ้าหน้าที่รัฐ และอาจจะรู้สึกว่าต้องปกปิดในความเป็นคนเชื้อสายมอญ ทอดทิ้งศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามและหลากหลาย หันมาใช้วัฒนธรรมแบบใหม่อย่างหยาบคายที่รวมเรียกว่าวัฒนธรรมแบบไทยๆ ทั้งที่เอามาจากชนชาติอื่นทั้งหมดทั้งมวล อย่างที่นักปกครองคลั่งชาติต้องการ

เช้าวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันเปิดงานอย่างเป็นทางการ ภายในบริเวณงานได้มีกองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กอ. รมน. และสันติบาลทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนมาก คาดว่าจำนวนมากกว่าคณะกรรมการจัดงาน พระสงฆ์ แม่ครัว และเจ้าหน้าที่วัดทั้งหมดรวมกัน คอยเดินตรวจตรา ถ่ายภาพ และซักถามรายละเอียดจากผู้มาร่วมงาน ทำให้คณะกรรมการจัดงานไม่เป็นอันทำงาน มีการถ่ายภาพรายละเอียดภายในงานทุกซอกทุกมุม ไม่เว้นแม้กระทั่งเปิดแฟ้มคำกล่าวรายงานการจัดงานและคำกล่าวเปิดงานของประธานเปิดงานบนแท่นกล่าวกลางเวทีใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาต ถ่ายภาพ ขัดลอกข้อความในแฟ้มท่ามกลางสายตาผู้มาร่วมงานทั้งหมดและโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าประธานเปิดงาน คุณเตือนใจ กุญชร ณ อยุธยา ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และในขณะที่ประธานชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพกล่าวรายงาน และคุณเตือนใจกล่าวเปิดงาน เจ้าหน้าที่สันติบาลเหล่านี้ได้นำกล้องวีดีโอมาถ่ายในระยะประชิดตลอดเวลา

คุณเตือนใจ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายวีระยุทธ เอี่ยมอำภา ผู้ว่าฯสมุทรสาครแล้วถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผู้ว่าฯอ้างว่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นตนได้สั่งการไปจริงแต่ทาง กอ.รมน. นำโดย พ.อ.จักราวุฒิ สินพูนผล หัวหน้าส่วนติดตามสถานการณ์ความมั่นคง และเจ้าหน้าที่สันติบาลนั้นทำเกินกว่าเหตุ อย่างไรก็ดีในเช้าวันที่ 3 คุณเตือนใจได้เชิญผู้ว่าสมุทรสาครมาทานอาหารร่วมกันที่วัดบ้านไร่เจริญผล เพื่อพูดคุยหารือถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผู้ว่าฯตอบปฏิเสธ คุณเตือนใจจึงเชิญนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ รองผู้ว่าฯมาแทน

นายสุริยะ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องเพราะไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง แต่เท่าที่ทราบและได้มาเห็นด้วยตาก็พบว่าเป็นเพียงงานด้านวัฒนธรรมประเพณีเท่านั้น ไม่ควรกีดกันแต่อย่างใด แต่ควรส่งเสริมให้เป็นจุดเด่นของจังหวัดด้วยซ้ำ และปัญหาที่เกิดขึ้นเชื่อว่า มาจากความไม่เข้าใจของทาง กอ. รมน. ที่ไม่รู้จักธรรมชาติของพื้นที่มากกว่า
พระวิทย์  ชื่นมีศรี พระลูกวัดบ้านไร่เจริญผล หัวแรงสำคัญในการจัดงานฝ่ายชุมชนบ้านไร่เจริญผล กล่าวว่า “...ชุมชนมอญเรานี้อยู่กันมานับร้อยๆ ปี เจ้าอาวาสก็เป็นถึงเจ้าคณะอำเภอธรรมยุติจังหวัด จังหวัดสมุทรสาคร เราแค่ทำบุญให้ปู่ย่าตายายของเรา ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงทำกันถึงขนาดนี้ เสียใจอย่างที่สุด ไม่นึกว่าจะมีคนอย่างผู้ว่าฯมาทำย่ำยีชนชาติมอญของเรา...”
                                                              

 

 

 


:: Home | To Top ::

Copyright © 2004-2005, Kao Wao News Group. All rights reserved. Suggestions or comments to the Editor. Code by Webmaster.