พระสงฆ์จะประทุอีกรอบในพม่า
มล (กาเหว่านิวส์) 9 ธ.ค 2550
ความเคลื่อนไหวของพระสงฆ์จะเริ่มขึ้นอีกรอบ หลังจากที่รัฐบาลทหารพม่าได้ปราบปรามสลายกลุ่มชุมนุมประท้วงได้สิ้นสุดลงเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เมื่อต้นเดือนตุลาคมได้จบลง แต่ทางรัฐบาลทหารพม่ายังคงเข้มงวด และติดตามจับกุมผู้ที่เข้าร่วมในการต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของพระสงฆ์และกลุ่มนักศึกษา
ตามข่าวหนังสือพิมพ์บางฉบับได้ระบุว่า ได้มีพระสงฆ์พลัดถิ่นชาวพม่ารูปหนึ่งเปิดเผยต่อคณะกรรมาธิการว่าด้วยเสรีภาพทางด้านศาสนาระหว่างประเทศของสหรัฐว่า ขณะนี้ บรรดาสงฆ์ในพม่ากำลังเตรียมเผชิญหน้าถึงขั้นนองเลือดกับรัฐบาลทหารอีกครั้ง หากประชา คมโลก รวมทั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ล้มเหลวในการกดดันรัฐบาลทหารให้ยอมรับการปฏิรูปทางประชาธิปไตย
อาชิน นายากา สมาชิกสำคัญขององค์การสงฆ์พม่าระหว่างประเทศ ที่มีฐานอยู่ในสหรัฐ กล่าวเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า สงฆ์คือสัญลักษณ์แห่งความหวังสำหรับการปฏิรูปในพม่า แต่กลับต้องมาถูกรัฐบาลทหารทำปู้ยี่ปู้ยำ รวมทั้งการทำร้ายและการสังหาร ซึ่งหากแนวโน้มเป็นเช่นนี้ต่อไปการนองเลือดอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งนี้ ช่วงเหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่นำโดยคณะสงฆ์เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีประชาชนไม่ต่ำกว่า 15 รายถูกฆ่าตาย และอีก 3,000 คนถูกจับเข้าคุก จากการปราบปรามอย่างหนักของรัฐบาลทหาร
วันเดียวกัน พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ฝ่ายค้านในพม่า เรียกร้องรัฐบาลทหารให้ปล่อยตัว นางอองซาน ซูจี และนักโทษการเมืองกว่า 1,800 คน แถลงการณ์จากที่ทำการพรรคเอ็นแอลดีระบุว่า เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าปล่อยตัวนางซูจีและนักโทษการเมืองทั้งหมดทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขท่ามกลางตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 50 นาย ที่เข้าล้อมที่ทำการพรรค ฝ่ายค้าน ซึ่งมีการชุมนุมทางการเมืองอย่างสงบ
ด้านเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในพม่าเปิดเผยว่า นายชาร์ลส์ เพทรี ทูตระดับสูงของยูเอ็นประจำพม่า เดินทางออกนอกประเทศแล้ว หลังจากถูกรัฐบาลทหารขับไล่ เนื่องจากแถลงการณ์โจมตีรัฐบาลพม่าเกี่ยวกับสถานการณ์ทางด้านมนุษยธรรมอันเลวร้าย ข่าวแจ้งว่า ภารกิจของนายเพทรีสิ้นสุดและเขาก็ออกเดินทางไปจากพม่าแล้ว
นอกจากนี้ รัฐบาลทหารพม่าปล่อยนักโทษที่ทำผิดในคดีอาญาซึ่งไม่ร้ายแรงจำนวน 8,585 คน รวมทั้งนักโทษชาวไทย 33คนตามคำแนะนำของยูเอ็นและยังเป็นการฉลองที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความคืบหน้า.