มะกันดื้อไม่ยอมย้ายไปเปียนมะนา
กาเหว่านิวส์กรุ๊ป (31 มีนาคม 2550)
ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 2548 ที่ผ่านมาได้มีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในกรุงย่างกุ้ง เมื่อขบวนรถบรร
ทุกได้ขนอุปกรณ์สัมภาระของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ของพม่า ซึ่งได้แก่กระทรวงการต่างประ
เทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงกิจการภายใน กระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม และกระ
ทรวงวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติพร้อมด้วยรัฐมนตรี และข้าราชการประจำกระทรวง
ต่าง ๆ เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่เมืองเปียนมะนา (Pyinmana) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางเหนือ
ราว 400 กิโลเมตร และต่อมาในวันที่ 7 พ.ย. 2548 พลจัตวา จ่อซาน รัฐมนตรีกระทรวงสารน
ิเทศพม่าก็ได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ได้มีการย้ายเมืองหลวงจากกรุงย่างกุ้งไปเมืองเปียนมะนาจริง
สาเหตุที่ย้ายเมืองหลวงไปเมืองเปียนมะนานั้นพลจัตวาจ่อซานได้ชี้แจงว่า “ ภายไค้การเปลี่ยน
แปลงทางสภาวะแวดล้อมที่พม่าต้องการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย ศูนย์กลางที่ตั้งที่ทำการรัฐบาล
จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เมืองเปียนมะนาเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของประเทศ มีสภาพ
ภูมิศาสตร์ และยุทธศาสตร์ที่เหมาะแก่การพัฒนา”
หลังจากที่พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2491 เป็นต้นมาก็ได้ใช้เมืองย่างกุ้ง
เป็นเมืองหลวงมาโดยตลอด เนื่องจากเมืองย่างกุ้งมีความพร้อมทั้งทางด้านสาธารณูปโภคและ
การคมนาคม ที่สะดวก การย้ายเมืองหลวงครั้งนี้ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์จากหลาย ๆ
ฝ่าย ว่าน่าจะมีเหตุผลอื่น ที่สำคัญกว่านี้ที่ทำให้พม่าต้องย้ายเมืองหลวง
เมื่อเปรียบเทียบสภาพที่ตั้งระหว่างเมืองทั้งสองเมืองนี้ เมืองย่างกุ้งตั้งอยู่ตามแนวลำน้ำและไม่
ห่างจากทะเลมากนัก
ทำให้ง่ายต่อการถูกรุกราน
ส่วนเมืองเปียนมะนาตั้งอยู่ตามแนวเทือก
เขาอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าทึบในตอนกลางของประเทศและเป็นเมืองการค้าระหว่างเมืองย่างกุ้งและ
เมืองมัณฑะเลย์ มีสภาพยุทธศาสตร์ที่ดีกว่าเมืองย่างกุ้งมาก และเป็นที่น่าสังเกตุอีกอย่าง
หนึ่งว่าพม่าเริ่มมีการ
เคลื่อนไหวการย้ายเมืองหลวง ตั้งแต่ช่วงเวลาที่กองกำลังสหรัฐบุกโจมตีอิรัก ภายหลังจากสหรัฐ
ถูกกองกำลังก่อการร้ายโจมตีเมื่อ วันที่ 11 ก.ย. 2544 และอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พม่าย้ายเมือง
หลวงก็คือ พม่าหวั่นเกรงว่าสหรัฐจะนำกองกำลังเข้าบุกโจมตีพม่าเหมือนกับที่ทำกับอิรักในปี
2546 เนื่องจากสหรัฐมีท่าทีแข็งกร้าวต่อพม่าในกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และ การพัฒนา
ประชาธิปไตยในพม่า นักวิเคราะห์อีกรายหนึ่งได้ให้ความเห็นอีกแง่มุมหนึ่งว่า “ น่าจะเป็นอีก
แผนหนึ่งชองผู้นำรัฐบาลพม่าที่จะรักษาอำนาจในการควบคุมประเทศทั้งหมดเอาไว้ต่อไป ถึงแม้
ว่ารัฐบาลพม่าจะมอบอำนาจการบริหารให้กับรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้
รัฐธรรมนูญฉบับ
ใหม่ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญจากการประชุมสมัชชาแห่งชาติที่ผ่าน
มาก็ตาม”
จนถีงขณะนี้รัฐบาลพม่าได้พยายามชวนเชิญอย่างเป็นทางการให้สถานทูตต่าง ๆ ย้ายที่ทำ
การไปยังเมืองเปียนมะนา ที่ได้รับการขนานนามใหม่ว่า “เนเปียดอว์ เมียวตอว์” ซึ่งแปลว่า
“นครหลวงแห่งกษัตริย์” แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีสถานทูตใดย้ายไปที่เมืองหลวงแห่งใหม่นี้ ถึง
แม้จะมีเค้าว่ารัฐบาลพม่าอาจใช้ไม้แข็งบังคับก็ตาม โดยที่นักการทูตหลายคนยังคาดหวังว่า
อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นในประเทศนี้ เช่น พลเอกอาวุโสตานฉ่วย อาจถึงแก่กรรม
หรือรัฐบาลพม่าอาจย้ายเมืองหลวงกลับมาเมืองย่างกุ้งตามเดิม เนื่องจากเมืองเปียนมะนายังไม่มี
ความพร้อมทั้งทางด้านสาธารณูปโภคหลาย ๆ ด้านโดยเฉพาะด้านการคมนาคม และยังไม่เป็นที่
ชื่นชอบของทหารและข้าราชการแต่อย่างไร
สำนักข่าวดีพีเอ รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ปลายเดือน ส.ค.2550 นี้สถาน
ทูตสหรัฐจะย้ายที่ทำการไปที่แห่งใหม่ติดกับทะเลสาบอินยา ใจกลางกรุงย่างกุ้ง ใกล้ ๆ กับบ้านพ
นักของนางอองซาน ซูจี ผู้นำสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย( NLD) สหรัฐจำเป็นต้องย้ายส
ถานทูตเนื่องจากเหตุผลทางด้านความปลอดภัย สถานทูตแห่งเก่ที่ตั้งอยู่ที่เมอย์ชานท์ มีลักษณะ
คล้ายกับป้อมเก่า รายล้อมด้วยรั้วลวดหนามผสมกับถังน้ำมันเก่า ๆ ภายในบรรจุด้วยซีเมนต์เพื่อส
กัดฝุงชนที่มักจะเดินขบวนประท้วงสหรัฐอยู่บ่อย ๆ รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า สหรัฐทุ่มทุนใน
การพัฒนาที่ทำการแห่งใหม่นี้ถึง 65ล้านดอลล่าร์ (ราว 2.340 ล้านบาท ) โดยไม่สนใจที่จะย้าย
ไปเมืองเปียนมะนาแต่อย่างใด
|