ေရဒ႘ယုႝ ရာမည ဗြ႘ဒ႘ယုႝ |มอญ |พม่า|   
Welcome To Kaowao Newsgroup
บทความ

อียูขยับหวดพม่าหนักๆ นัดถกจีน-ดันอาเซียนในฮานอย

ชำนาญ ไชยศร  
พฤษภาคม 2552

 

 

 

พฤษภาคม 2552


ประท้วงต่อ-- ภาพเอเอฟพีถ่ายวันที่ 18 พ.ค.2552 ชาวพม่าพลัดถิ่นจัดชุมนุมประท้วงหน้าสถานทูตในกรุงเทพฯ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา หญิงสาวผู้นี้แต่งกายเลียนนางอองซานซูจี เดินเข้าสู่ "คุกอิงเส่ง" โดยมีทหารใช้ปืนจี้หลัง ทางการพม่าเริ่มไต่สวนคดีผู้นำฝ่ายค้านวันจันทร์นี้ ขณะที่สหภาพยุโรปเคลื่อนไหวเพิ่มมาตรการกดดัน.

 

สหภาพยุโรป  กำลังหารือเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่า ให้หนักยิ่งขึ้น หลังจากรัฐบาลทหารจับนางอองซาน  ซูจี    และนำตัวผู้นำของฝ่ายค้านในพม่าขึ้นไต่สวนเมื่อวันจันทร์ (19 พ.ค.)  ความเคลื่อนไหวยังมีขึ้นหลังจาก  นายฮาเวียร์  โซลานา  (Javier Solana) ประธานคณะกรรมการวิเทโศบายต่างประเทศของอียู     ออกเรียกร้องให้มีการลงโทษระบอบ ทหารพม่าหนักยิ่งขึ้น
       
       ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศของอียู เปิดเผยว่า จะมีการหยิบเรื่องพม่าขึ้นหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ระหว่างการประชุมในสัปดาห์หน้าในเมืองหลวงของเวียดนาม และจะต้องหารือเป็นพิเศษกับฝ่ายจีนที่กำลังจะพบปะสุดยอดกับอียูในสัปดาห์นี้ ด้วย
       
       “เราพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า” นายจอห์น  คาฮูต (John Kohout)  รัฐมนตรีต่างประเทศสาธารณรัฐเช็ค  (Czech Republic)  กล่าวเมื่อวันจันทร์เมื่อเดินทางถึงกรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียม เพื่อร่วมหารือกับบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของอียู   ซึ่งในปัจจุบันสาธารณรัฐเช็ก กำลังทำหน้าที่ประธานของสหภาพฯ
       
       “อันดับแรกสุดก็คือ เราจะเรียกร้องให้ทางการพม่าปล่อยนางอองซานซูจี” นายคาฮูตกล่าว
       
       ทางการทหารพม่าเริ่มไต่ส่วนคดีนางอองซานซูจีตอนสายวันจันทร์ (18 พ.ค.) ที่ผ่านมา ภายในเรือนจำอิงเส่ง (Insein)  กรุงย่างกุ้ง  ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่หนา ทางการห้ามนักการทูตจากตะวันตก รวมทั้งเจ้าหน้าที่พรรคฝ่ายค้านเข้ารับฟังการไต่สวนครั้งนี้
       
       ผู้สนับสนุนนางซูจีหลายสิบคนไปชุมนุมกันในบริเวณใกล้กับเรือนจำแห่ง นั้น เพื่อขอเข้าไปรับฟังการไต่สวน แต่ตำรวจปราบจลาจลได้นำลวดหนามวางกั้นถนนทุกสายที่   มุ่งไปยังเรือนจำแห่งนั้น
       
       คณะปกครองทหารพม่าเอาหูทวนลมเสียงประณามที่กระหึ่มไปจากทั่วโลกและ ดำเนินคดีผู้นำฝ่ายค้านวัย 63 ปีต่อไปในข้อหากระทำผิดต่อกฎระเบียบการกักบริเวณ ซึ่งอาจจะทำให้นางซูจีหมดโอกาสที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ อย่างสิ้นเชิงกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า
       
       ผู้นำฝ่ายค้านในพม่าถูกจับกุม  หลังจากชาวอเมริกันผู้หนึ่ง   ว่ายน้ำข้ามบึงใหญ่เข้าไปยังบ้านพักเมื่อต้นเดือนนี้


นายแจน คาฮูต (Jan Kohout) - ยืน - รัฐมนตรีต่างประเทศสาธารณรัฐเช็คซึ่งปัจจุบันเป็นประเทศประธานอียู จะนำเรื่องพม่าจับอองซานซูจีหารือกับกลุ่มอาเซียนในกรุงฮานอยสัปดาห์หน้า ระหว่างประชุมรัฐมนตรีเอเชีย-ยุโรป.

“การไต่สวนเริ่มขึ้นแล้ว..” แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ทางการที่ไม่ให้ระบุชื่อกล่าวกับเอเอฟพี โดยไม่ยอมให้รายละเอียดใดๆ อีกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ดำเนินการกันเป็นการภายใน

       นักการทูตตะวันตก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ห้ามเอกอัครราชทูตจากกลุ่มสหภาพยุโรป คือ  ฝรั่งเศส  อังกฤษ  เยอรมนีและอิตาลี  ไม่ให้เข้าไปยังบริเวณเรือนจำ  ขณะที่นักการทูตเหล่านั้นพยายามเข้าไปรับฟังเป็นประจักษ์พยาน
       
       ทนายความกล่าวก่อนหน้านี้ ว่า นางซูจี ซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2534 จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในชั้นศาล
       
       นายจอห์น วิลเลียม เยตทอว์ (John William Yeatthaw) ชาวอเมริกันวัย 53 ปีว่ายน้ำไปยังบ้านพักของนางซูจี  และพักอยู่ที่นั่นระหว่างวันที่  3-5  พ.ค.ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงนำตัวออกไป
       
       ยังไม่มีการแถลงเกี่ยวกับแรงจูงใจที่ทำให้ชายผู้นี้กระทำการดังกล่าว แต่ทางการกำลังจะไต่สวนคดีของเขาเช่นเดียวกัน ในข้อหาละเมิดกฎระเบียบการตรวจคนเข้าเมือง
       
       ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ได้เห็นรถยนต์จากสถานทูตสหรัฐฯ คันหนึ่งแล่นเข้าไปในเรือนจำอิงเส่งเมื่อวันจันทร์   แต่ยังไม่สามารถขอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่คนใดได้   และ ยังไม่ทราบว่า นายเยตทอว์ ได้รับความช่วยเหลือทางกงสุลอย่างไรหรือไม่


ภาพรอยเตอร์วันที่ 18 พ.ค.2551 ตำรวจอาวุธครบมือนำเครื่องกีดขวางปิดกั้นถนนทุกสายที่มุ่งไปยังเรือนจำอิง เส่ง ที่คุมขังและมีการดำเนินคดีนางอองซานซูจี ทางการพม่าไม่อนุญาตให้ผู้แทนฝ่ายค้านและนักการทูตตะวันตกเข้ารับฟังเป็น สักขีพยานการไต่สวน

ทางการพม่าได้กักตัวนางซูจีให้อยู่ในบ้านพักเป็นเวลารวมกันประมาณ 13 ปี ในช่วง 19 ปีมานี้ คำสั่งกักบริเวณครั้งล่าสุดซึ่งเป็นปีที่  6  ติดต่อกัน กำลังจะครบกำหนดลงในวันที่  27 พ.ค. นี้
       
       ไม่มีผู้ใดให้คำตอบได้ว่า   การไต่สวนคดีนางอองซานซูจีจะใช้เวลานานเท่าไร และผลจะออกมาเป็นอย่างไร ขณะที่ประชาคมระหว่างประเทศกำลังโหมการวิพากษ์วิจารณ์และ สหภาพ
ยุโรปกำลังหารือเพิ่มมาตรการลงโทษพม่าให้แรงขึ้นไปอีก
       
       การตัดสินใจของบรรดารัฐมนตรีสหภาพยุโรปมีขึ้นเพียงไม่นานหลังจาก บรรเอกอัครราชทูตกลุ่มอียูในกรุงย่างกุ้งถูกปฏิเสธจากทางการไม่ให้เข้ารับ ฟังการไต่สวนคดีนางซูจี
       
       นายโซลานา ซึ่งเคยเป็นทูตพิเศษของอียูและเดินทางเข้าพม่าหลายครั้งในช่วงกลายปีมานี้ กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดย้ำให้เห็นว่า ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะยกเลิกการคว่ำบาตร แต่เป็นเวลาที่จะต้องเพิ่มการคว่ำบาตรให้หนักยิ่งขึ้น  ถึงแม้จะมีบางฝ่ายกังขาว่า    จะสามารถมีมาตรการอะไรออกมาได้มากกว่านี้อีกหรือไม่
       
       นายคาร์ล  บิลด์  (Carl Bindt)  รัฐมนตรีต่างประเทศสวีเดน กล่าวว่า จะมีการยกเรื่องนี้ขึ้นหารือกับ  บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่จะมีขึ้น   ในกรุงฮานอย    ในวงประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอียู-อาเซียน ที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพ
       
       “ปัญหาของเราเกี่ยวกับการคว่ำบาตรพม่า ก็คือ เราได้คว่ำบาตรเกือบจะทุกอย่างแล้วเท่าที่จะทำได้ในขอบเขตของสหภาพยุโรป” นายบิลด์ กล่าว


ภาพเอเอฟพีวันที่ 18 พ.ค.2552 ชาวพม่าพลัดถิ่นในกรุงโตเกียวจัดชุมนุมหน้าสถานทูตพม่า เรียกร้องให้ทางการปล่อยนางซูจี ให้องค์การสหประชาชาติเข้าแก้ปัญหาพม่า ให้มีการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม

“ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพม่าเกือบจะไม่มีอยู่เลย และสิ่งนี้ได้ทำให้มีความซับซ้อนต่อปัญหานี้ แต่เราจะมีปฏิสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค” รมว.ต่างประเทศสวีเดน กล่าว
       
       นายบิลด์ ไม่ได้กล่าวอย่างเจาะจงว่าหมายถึงประเทศใดบ้าง แต่ นายฌ็อง อาเซลบอร์น (Jean Aselborn) รมว. ต่างประเทศลักเซมเบิร์ก  กล่าวว่า  จะต้องหารือเป็นกรณีพิเศษกับจีน “เพื่อให้พวกเขาได้กดดัน (รัฐบาลพม่า) ต่อไป”
       
       การประชุมสุดยอดระหว่างอียูกับจีน มีกำหนดขึ้นในกรุงปราก ของสาธารณรัฐเช็กวันพุธ (20 พ.ค.) นี้
       
       ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศของอียูได้ประกาศยืดเวลาคว่ำบาตรต่อคณะปกครองทหารพม่าต่อ ไปอีก 1 ปีเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน  แต่ก็ประกาศเช่นกันว่าพร้อมที่จะลดหรือยกเลิกมาตรการ ถ้าหากมีความคืบหน้าในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยในประเทศนี้
       
       มาตรการคว่ำบาตรของอียูที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2549  รวมถึงการห้ามบุคคลสำคัญเดินทางเข้ายุโรป อายัดทรัพย์สินของบรรดาผู้นำและญาติๆ ห้ามขายอาวุธให้รัฐบาลทหารพม่า นอกจากนั้นยังรวมถึงบางมาตรการเพื่อลดทอนความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างค่าย ยุโรปกับกลุ่มอาเซียนทั้งกลุ่มที่มีพม่าร่วมเป็นสมาชิกอีกด้วย

 

       อียูได้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเมื่อปี  2550  หลังจากรัฐบาลทหารปราบปรามการเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างรุนแรง รวมทั้งห้ามนำเข้าไม้ซุงและไม้ทุกประเภท โลหะ และเร่ธาตุต่างๆ อัญมณีจากพม่า และ ห้ามบริษัทธุรกิจจากอียูเข้าลงทุนในพม่าในแขนงต่างๆ เหล่านี้
       
       ในปี  2551  บริษัท  โตตาลออย  (หรือโททัลออยล์)  ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส และถือหุ้นใหญ่ในแปลงสำรวจ-ผลิตในอ่าวเมาะตะมะ (Mottama) ได้ประกาศจะไม่ถอนตัวออกจากการลงทุนในพม่า
       
       โตตาลให้เหตุผลว่าทันทีที่ถอนออกไปก็จะมีบริษัทน้ำมันของประเทศอื่นๆ เข้าแทนที่อยู่ดี ขณะที่กลุ่มบีพี บริษัทน้ำมันอังกฤษก็มีผลประโยชน์ในประเทศนี้
       
       บริษัท  เชฟรอน  (Chevron Corp)  ประกาศสัปดาห์ที่แล้วยืนยันว่า จะขยายการลงทุนในประเทศต่างๆ รวมทั้งพม่า ไทย กัมพูชา และเวียดนามต่อไป
       
       หลายปีมานี้เชฟรอนที่มีผลประโยชน์ในแปลงสำรวจอ่าวเมาะตะมะ ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลอดีตประธานาธิบดี จ อร์จ  ดับเบิลยู  บุช ที่ใช้มาตรการคว่ำบาตรรุนแรงต่อรัฐบาลทหารพม่า รวมทั้งลงโทษบริษัทจากสหรัฐฯ ที่เข้าไปมีผลประโยชน์ในพม่าด้วย

 

ผู้จัดการออนไลน์  


Warning: include(article2009may-title.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/kaowaoo/public_html/thai/art-jun09 b-6.php on line 359

Warning: include(article2009may-title.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/kaowaoo/public_html/thai/art-jun09 b-6.php on line 359

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'article2009may-title.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/kaowaoo/public_html/thai/art-jun09 b-6.php on line 359
Untitled Document
 
 
 
 
 
Untitled Document
   Top | หน้าแรก

© By 2004 - Kaowao Newsgroup